
จับรองผจก.โกงเงินธอส.กว่า400ล้านบ.
รวบรองผจก.โกงเงินธอส.กว่า 400ล้านบ. สารภาพลงมือคนเดียว วางแผนโอนเงินจากบัญชีธนาคาร เข้าบัญชีเงินฝาก ทำเพราะต้องการเงินใช้หนี้พนันบอล ระบุ ทำครั้งแรกปี 2551 ต่อมาติดใจได้เงินง่าย แถมไม่มีใครตรวจสอบ จึงทำเรื่อยๆก่อนนำเงินซื้อบ้าน รถ ทรัพย์สินอื่นๆ
(1พ.ค.) ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.1 บก.ป. และนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ร่วมแถลงผลจับกุม นายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช อายุ 33 ปี พนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตำแหน่งรองผู้จัดการ สาขาเซ็นหลุยส์ 3 อยู่เลขที่ 538 ถ.ลาดพร้าว แขวงจนทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง พร้อมของกลางเงินสด 12 ล้าน รถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ 5 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนป้ายแดง พ 3023 กทม.
พ.ต.อ.สุพิศาล เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา นายขรรค์ ประสานงาน พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป.ให้ทำการสืบสวนและติดตามจับกุมนายสมเกียรติ เนื่องจากได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการธนาคาร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านเอทีเอ็ม สามารถตรวจพบข้อมูลผิดปกติรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝาก ของนายสมเกียรติ โดยมีการโอนเงินเข้า-ออก ผ่านธนาคารบัญชีของนายสมเกียรติจำนวนหลายบัญชี มูลค่ากว่า 400ล้านบาท สร้างความเสียหายให้ธนาคารฯ
พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า หลังจากธนาคารฯได้ตรวจสอบการโอนเงินของนายสมเกียรติอย่างละเอียดจนได้หลักฐานชัด ทางธนาคารฯ จึงได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับนายสมเกียรติ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. สืบทราบว่านายสมเกียรติรู้ตัวและพยายามนำเงินที่กระทำความผิดหลบหนี มุ่งหน้าไปกัมพูชา แถบจ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงติดตามไป กระทั่งสามารถจับกุมนายสมเกียรติได้บริเวณถนนสายนครราชสีมา-บุรีรัมย์ ขณะขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ 5 ทะเบียนป้ายแดง พ 3023 กทม. จากการตรวจค้นพบเงินสด 12 ล้านบาทบรรจุในกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ จึงคุมตัวนายสมเกียรติพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
จากการสอบสวนนายสมเกียรติ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือลักเงินธนาคารอาคารสงเคราะห์จริง ด้วยวิธีการโอนเงินจากบัญชีพร้อมจ่ายดอกเบี้ยของธนาคาร เข้าบัญชีเงินฝากของตัวเอง ซึ่งมีอยู่หลายบัญชี หลายธนาคาร และทำเพียงคนเดียวไม่มีใครร่วมมือด้วย ไม่ได้ทำเป็นขบวนการแต่อย่างใด สาเหตุที่ลักโอนเงินของธนาคารเพราะตนต้องการนำเงินจำนวนมากไปใช้หนี้พนันฟุตบอล ซึ่งเล่นไว้ครั้งละหลายแสนบาท สะสมเป็นหนี้จำนวนมาก จึงตัดสินใจลักโอนเงินครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปี 2551 จำนวนหลายแสนบาท เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ เมื่อพบว่าการกระทำของตนได้เงินง่ายและไม่มีใครตรวจสอบหรือถูกจับได้จึงทำมาเรื่อยๆ โดยเงินที่ได้มาก็จะมาซื้อบ้าน รถ ซื้อทรัพย์สินต่างๆอีกมากมาย กระทั่งมาถูกจับดังกล่าว
“ผมคิดวางแผนไว้แล้วว่าจะเลิกทำ แล้วหนีไปอยู่ที่ไกลๆสักแห่ง และเมื่อธนาคารรู้เรื่องทั้งหมด ผมพยายามหลบหนีความผิด ผมยังไม่มีจุดมุ่งหมายว่าจะไปอยู่ที่ไหน จึงต้องเดินทางไปเรื่อยๆ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับได้เสียก่อน” นายสมเกียรติ กล่าว
ด้านนายขรรค์ กล่าวว่า ทางธนาคารเพิ่งรู้ว่านายสมเกียรติลักลอบโอนเงินจากบัญชีเงินดอกเบี้ยพร้อมจ่ายของธนาคารฯ ไปเข้าบัญชีตัวเอง เมื่อ3-4 วันก่อน และจากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดพบว่านายสมเกียรติลักลับโอนเงินของธนาคารเข้าบัญชีเงินฝากตัวเองมาแล้วหลายครั้งเป็นเวลาปีกว่า ทางธนาคารต้องสูญเงินไปกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งปกติแล้วนายสมเกียรติมีหน้าที่โอนเงินจากบัญชีดอกเบี้ยพร้อมจ่ายของธนาคารไปให้ลูกค้า แต่ต้องโอนไปยังบัญชีพักก่อน ค่อยโอนเข้าบัญชีลูกค้า
นายขรรค์ กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการลักโอนเงินของนายสมเกียรตินั้นจะโอนเงินหลังจากธนาคารปิดยอดบัญชี พนักงานเลิกงาน จากนั้นก็ทำการโอนเงินจากบัญชีดอกเบี้ยพร้อมจ่ายซึ่งมีเงินหมุนเวียนอยู่หลายพันล้าน ไปเข้าบัญชีเงินฝากตัวเอง ซึ่งนายสมเกียรติมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ 6 บัญชี และมีบัญชีเงินฝากของธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารธนชาติ และธนาคารอื่นๆอีกรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 บัญชี
“นายสมเกียรติโอนเงินจากบัญชีดอกเบี้ยพร้อมจ่ายของธนาคารเข้าบัญชีตัวเอง หลังปิดยอดบัญชีทุกวัน จึงทำให้ไม่มีใครสงสัย ส่วนเงินในบัญชีดอกเบี้ยพร้อมจ่าย ที่เป็นเงินที่จะโอนให้กับลูกค้าถูกนายสมเกียรติลักไปครั้งละหลายล้านถือว่าเป็นเรื่องปกติที่บัญชีเงินหมุนเวียนจำนวนมากหลายพันล้านหายไป3-4ล้าน เพราะมีเงินหมุนเวียนโอนให้ลูกค้าตลอด จึงทำให้เราเพิ่งรู้ และรู้จากความผิดปกติการโอนเงินด้วยเอทีเอ็มของนายสมเกียรติจากบัญชีที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้าบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทย สาขามาบุญครอง วันละ 30 รายการ รายการละ 3 หมื่นบาท เพราะการโอนเงินด้วยเอทีเอ็มทำรายการได้ครั้งละไม่เกิน 3 หมื่นบาท นั่นหมายถึงนายสมเกียรติลักเงินของธนาคารอาคารสงเคราะห์วันละ 9 แสนบาท เป็นเวลาปีกว่า” กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าว
กรรมการผู้จัดการธอส. กล่าวกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับนายสมเกียรติได้รวดเร็ว ต่อจากนี้ก็จะประสานไปยังผู้บริหารระดับสูงของธนาคารต่างๆที่นายสมเกียรติมีบัญชีอยู่ เพื่อให้อายัดทรัพย์ไว้ทั้งหมด รวมถึงทรัพย์สินทุกอย่างของนายสมเกียรติ ก็จะถูกทางธนาคารฯอายัดเอาไว้
ทั้งนี้นายสมเกียรติได้นำเงินสดที่ลักโอนมาไปซื้อบ้านหรูในโครงการ เดอะแลนด์มาร์ค เรสซิเด้น ทาวน์โฮม ระดับไฮเอ็น มูลค่าพร้อมตกแต่ง 31 ล้านบาท จากนั้นซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซี่รี่ 3 และ ซีรี่ 5 อย่างละคัน มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท และยังมีแคชเชียร์เช็คผ่านบัญชีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และซื้อเครื่องประดับ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นับ 10 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสอบปากคำนายสมเกียรติ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมเกียรติไปค้นบ้านหรูที่ซื้อไว้ในโครงการ เดอะแลนด์มาร์ค เรสซิเด้น ทาวน์โฮม ระดับไฮเอ็น เพื่อหาของกลางเพิ่มเติม เมื่อไปถึงพบว่าเป็นทาวน์โฮมทรงยุโรป สูง3 ชั้น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างหรูทุกชั้น พร้อมชุดเครื่องเสียงแบบโฮมเทียเตอร์ครบเซ็ท 3 ชุด รวมราคาเกือบ 1 ล้าน ส่วนทรัพย์สินที่เป็น สร้อย แหวน นาฬิกายี่ห้อดังจำนวนไม่อยู่แล้ว พบเพียงกล่องบรรจุ เจ้าหน้าที่คาดว่านายสมเกียรติน่าจะให้แฟนสาวเก็บไปก่อนหน้านี้



