ข่าว

ศปภ.เร่งป้องตลอดถนนกำแพงเพชร6

ศปภ.เร่งป้องตลอดถนนกำแพงเพชร6

01 พ.ย. 2554

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เร่งเสริมแนวกระสอบทรายตลอดถนนกำแพงเพชร 6 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเคลื่อนย้ายรถออกจากทางขึ้นลงทางด่วนเพื่อความปลอดภัย

   1พ.ย.2554 นายธงทอง จันทรางศุ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.แถลงสรุปสถานการณ์น้ำในภาพรวมว่า ช่วงนี้ระดับน้ำทะเลลดลง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงตาม ทำให้การระบายน้ำที่ค้างอยู่ใน กทม. สามารถดำเนินการได้ดีขึ้น ประกอบกับปริมาณน้ำในตอนเหนือของประเทศ ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมาก็ลดลง เห็นได้ชัดจากถนนสายเอเชีย ซึ่งแต่เดิมต้องปิดการจราจร แต่วันนี้ถนนสายดังกล่าวระหว่างบางปะอินขึ้นไปจนถึงจังหวัดอ่างทอง สามารถใช้สัญจรได้แล้ว ขณะเดียวกันระดับน้ำที่บริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์เริ่มลดลงเล็กน้อย ทำให้มีความหวังว่าในช่วงปลายสัปดาห์นี้ จะสามารถระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้เร็วขึ้น ทั้งนี้กรมชลประทานยืนยันว่า จะสามารถหน่วงน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้ไหลลงสู่ที่ลุ่มภาคกลาง ให้ลดปริมาณลงได้ถึงเกือบครึ่งหนึ่ง

    นอกจากนี้ เพื่อรักษาพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ในวันนี้ที่ประชุม ศปภ.ได้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมี นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และทีมงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสั่งการ และเร่งแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออกของ กทม. และรายงานผลการปฏิบัติการให้นายกรัฐมนตรีทราบ

    ส่วนการท่วมขังของน้ำในพื้นที่ กทม. มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น และได้ไหลมาตามแนวถนนพหลโยธินจนถึงแยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนทางพื้นที่ฝั่งตะวันตก มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นในทุกเขต โดยเฉพาะเขตบางแค ภาษีเจริญ ส่วนเขตหนองแขม บางชัน คลองสามวา ได้มีการประกาศให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง

    ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กองทัพไทย และ กทม. เร่งทำคันกั้นน้ำจากกระสอบทรายขนาดใหญ่จำนวน 4 พันลูก และกระสอบทรายจำนวน 6 แสนใบ สร้างแนวกั้นน้ำถนนกำแพงเพชร 6 หรือโลคัล โรด จนถึงคลองรังสิต เป็นระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จในวันศุกร์ ซึ่งจะช่วยชะลอน้ำที่จะเข้าพื้นที่ ถ.วิภาวดีรังสิต ถ.พหลโยธิน ได้

    ศปภ.ยังขอความร่วมมือผู้ที่นำรถไปจอดบริเวณทางด่วนในทางลาดเอียง และซ้อนสองแถว ให้เคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ เนื่องจากจะเป็นอันตรายจากการสัญจร หากไม่มาเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่จะทำการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่อาศัยอยู่บนทางด่วน ให้ย้ายไปพักยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัยเพราะการอาศัยบนทางด่วนจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

 

แนะผู้บังคับบัญชาหน่วยงานราชการให้ลูกน้องหยุดงาน



          รศ.ธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. กล่าวด้วยว่า กรณีการหยุดงานของหน่วยงานราชการวว่าวันที่ 1 พ.ย.นี้ข้าราชการได้เริ่มงานเป็นวันแรก แต่ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังไม่คลี่คลายอาจส่งผลกระทบต่อข้าราชการที่ไม่สามารถเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ได้ จึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาของหน่าวงานใช้ดุลพินิจ อลุ่มอล่วยให้กับข้าราชการ ซึ่งเรื่องนี้  ครม. มีมติรองรับแล้วว่า หากมีการหยุดงานหรือไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ถือว่าไม่ขาดราชการ

          แต่ขณะเดียวกันเนื่องจากหน่วยงานราชการมีความสำคัญกับประชาชนและเอกชนในการติดต่อดำเนินงาน จึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานแต่ละหน่วยพิจารณาการให้หยุดด้วยความเหมาะสม คำนึงถึงภารกิจหน้าที่ของราชการที่ต้องทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม กับการเข้าอกเข้าใจ สถานะของข้าราชการที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย โดยตนเชื่อว่าผู้นำในหน่วราชการต่างๆสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาเรื่องนี้ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้า ครม.เกี่ยวกับการพิจารณาวันหยุดราชการอีกอย่างกรณีของตนได้ทำงานที่สภาการศึกษาก็ยังมีผู้ใต้บังคับบัญชามาทำงานและได้พักอาศัยที่อาคารสำนักงานเพราะบ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม  เช่น บางบัวทอง

          นอกจากนี้โฆษกฯ ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกันระหว่าง กทม.และศปภ. ว่า จากการประชุมในขณะนี้พบว่า มีผู้บริหารจากฝ่ายกทม.เข้าร่วมประชุมในการแก้ปัญหา ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แม้การประชุมอาจจะมีข้อขัดแย้งกันบ้างแต่สุดท้ายก็มีข้อสรุปร่วมกัน เช่น การประชุมวันนี้ได้ตัดสินใจร่วมกันลงพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม