
สื่อเทศมองฟื้นฟูหลังน้ำลดบททดสอบ'ยิ่งลักษณ์'
สื่อต่างประเทศมองการฟื้นฟูของไทย หลังน้ำลด ชี้เป็นบททดสอบ 'ยิ่งลักษณ์'
สื่อต่างประเทศ ยังคงให้ความสนใจและเกาะติดวิกฤติมหาอุทกภัยในประเทศไทยในหลากหลายแง่มุม ทั้งสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายในหลายพื้นที่ ความไม่พอใจของชาวจังหวัดใกล้เคียงที่รับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ ส่วนคนกรุงเทพฯ ก็กำลังเครียดหนักกับมวลน้ำมหาศาลที่วอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า มีขนาดเท่าๆ กับประเทศคูเวตกำลังค่อยๆ ไหลเข้าสู่พื้นที่เมืองหลวงของไทย
แม้น้ำยังไม่ลด แต่ประเด็นที่สื่อต่างประเทศเริ่มให้ความสนใจคือการมองไปถึงหลังน้ำลด ว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกำกับและวางแผนฟื้นฟูที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลและเวลายาวนานหลายเดือนอย่างไร
วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ ไม่ใช่วิกฤติที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะต้องเผชิญ หลังได้รับเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในเดือนกรกฎาคม
หลังสาบานตนเข้าบริหารประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เร่งทำตามนโยบายที่หาเสียงอย่างรวดเร็ว ทั้งการรับจำนำข้าว และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพื่อรักษาฐานเสียงชนบท แต่ปัจจุบัน ธนาคารกลางคาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้จะตกลงมาอยู่ที่ 2.6% จากที่เคยคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4.1% ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องหันมาวางแผนฟื้นฟูครั้งใหญ่ ซึ่งความสำเร็จในเรื่องเหล่านี้ อาจเป็นสิ่งชี้วัดว่า ไทยจะยังสามารถรักษาความเชื่อมั่นของบรรดานักลงทุนต่างประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะโรงงานชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และรถยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งทางเหนือของกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับผลกระทบหนักมาก
การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ราวหนึ่งในสี่ของโลก ต้องชะงักงัน ส่วนผู้ผลิตรถยนต์ อย่างโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ต้องลดกำลังการผลิตที่โรงงานหลายแห่งที่อยู่ไกลถึงในแคนาดา และสหรัฐ เพราะขาดแคลนอะไหล่สำคัญ และล่าสุด ฮอนดา มอเตอร์ อาจปิดโรงงานยาวถึงอีก 6 เดือน
นักวิเคราะห์การเมืองระบุว่า การกลับมาเดินเครื่องนิคมอุตสาหกรรมอีกครั้งไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด เมื่อนั้นจะเป็นบททดสอบของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่อาจเป็นปัจจัยถึงขั้นตัดสินอนาคตของรัฐบาล ที่เข้ามาบริหารประเทศไม่กี่เดือน
และหนึ่งในสิ่งท้าทายสำคัญของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงเป็นการหาทางประสานความแตกแยกเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคขวางการรับมือวิกฤติน้ำท่วม
นายไมเคิล มอนเตซาโน แห่งสถาบันเอเชียอาคเนย์ ในสิงคโปร์ กล่าวว่า คะแนนผลงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะสูงมาก กับต่ำมาก แต่จะไม่มีเกรดเกือบผ่าน และส่วนที่สำคัญสุดของบททดสอบคือ เธอจะจัดการฟื้นฟูประเทศอย่างไร
ด้าน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ความน่าเชื่อถือของไทยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่โรงงานมากมายจมน้ำกันถ้วนหน้า
นายริชาร์ด ฮัน กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ใช้กับเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลและโทรศัพท์มือถือ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยสร้างหลักประกันว่า เหตุการณ์น้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก จำเป็นจะต้องทบทวนมาตรการป้องกันนิคมอุตสาหกรรมกันใหม่ และต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาล
บลูมเบิร์กระบุว่า มวลน้ำกว่า 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตรที่ถูกปล่อยออกจากเขื่อนหลายแห่งเข้าสู่พื้นที่ราบลุ่ม ไหลท่วมนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ที่แปลงโฉมไทยจากประเทศเศรษฐกิจอิงเกษตรกรรม เป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมนับจากนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกผุดขึ้นเมื่อ 4 ทศวรรษก่อน
น้ำท่วมคร้งร้ายแรงสุดนับจากปี 2485 ครั้งนี้ ทำให้โรงงานหมื่นแห่งต้องปิดทำการ คนเสี่ยงตกงาน 6.6 แสนคน และสร้างความเสียหาย 1.4 แสนล้านบาท
บรรดาเจ้าของโรงงานกำลังวิตกว่า อาจเผชิญภัยพิบัติซ้ำรอยได้อีก เมื่อปราการกั้นน้ำท่วม ไม่ได้ปรับปรุงให้สอดรับกับการพัฒนาถนนหนทาง ที่อยู่อาศัย และแหล่งธุรกิจทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อันเป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรมประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จะต้องหาทางโน้มน้าวบริษัทอย่างฮอนดา มอเตอร์ และแคนนอน ให้เชื่อมั่นว่า พื้นที่ตั้งโรงงานของพวกเขา ยังคงเป็นฐานการผลิตที่วางใจได้
ขณะที่รายงานธนาคารโลกที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า อุณหภูมิและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครเป็น 4 เท่าภายในปี 2593 เมืองหลวงของไทยตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยไม่ถึง 2 เมตร
ด้าน นายเดวิด แมคคอลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศชั้นนำ ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) มองว่าธุรกิจประกันที่กำลังขยายตัวในเอเชีย จะเป็นตัวสร้างแรงจูงใจสำหรับการเบนโครงการก่อสร้างไปจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เชื่อว่าทั่วภูมิภาคจะให้ความสนใจประสบการณ์ของกรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด และจะผนวกรวมความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ในการวางผังเมืองอนาคต



