
ชดเชยน้ำท่วมไม่เกิน3หมื่นต่อหลัง
รัฐบาลชดเชยค่าเสียหายจากน้ำท่วมครอบครัวไม่เกิน 3 หมื่น ครม.ไฟเขียวเห็นชอบ-รับทราบแพ็คเกจดูแลน้ำท่วม หลังมีคนเดือดร้อน 2 ล้านคน ให้ปรับศูนย์พักพิงเป็นศูนย์พัฒนาฝีมือ ธ.ก.ส.อุ้มหนี้ภาคเกษตร ส่ง "กิตติรัตน์" ฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม ศอส.สรุปสถานการณ์อุทกภัย พบ
1พ.ย.2554 ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ออกมาตราการช่วยเหลือผู้ประสบภัยบ้านเรือนพังหรือเสียหาย ในพื้นที่ซึ่งน้ำลดแล้ว โดยให้กระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจัดงบประมาณช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหาย ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือไม่เกินครอบครัวละ 30,000 บาท และประสานการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆ เช่น การรวมพลังช่วยเหลือกันในชุมชน และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมของภาคเอกชนเพื่อซ่อมสร้างบ้าน เป็นต้น
ทั้งนี้ ในส่วนของเกษตรกร จะมีการฟื้นฟูอาชีพ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม พร้อมกับมีการปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือกรณีลูกค้าประสบภัยและเสียชีวิต ธ.ก.ส. ปลดหนี้ให้กับทายาทหรือคู่สมรส และรับเป็นลูกค้าเพื่อให้สินเชื่อฟื้นฟูการผลิตแทน แต่ถ้าประสบภัยร้ายแรงและไม่เสียชีวิต จะมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้ 3 ปีแทนเกษตรกร
ครม.ไฟเขียวเห็นชอบ-รับทราบแพ็คเกจดูแลน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ มีวาระพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหลายวาระซึ่งมีการเสนอเข้ามาจากหลายหน่วยงานและครม.ก็ได้ให้ความเห็นชอบ เริ่มจากครม. ได้เห็นชอบมาตรการฯที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เสนอในเรื่องของการการช่วยเหลือประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย โดยให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ร่วมกันปรับปรุงรูปแบบให้เป็นศูนย์พัฒนาฝีมือและคุณภาพชีวิตชั่วคราว โดยจัดบริการเบ็ดเสร็จให้ความช่วยเหลือ ด้านอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพให้บริการทางการแพทย์ และการเยียวยาจิตใจ และจัดให้มีกิจกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มวัย รวมทั้งเร่งการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นที่เป็นประโยชน์และตรงตามความต้องการของประชาชนเพื่อนำไปประกอบอาชะและสร้างรายได้ต่อไป และให้พม.ประสานกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการรับฝึกอบรมเฉพาะประชาชนที่พักอยู่ในศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย โดยไม่รับรวมผู้ที่เดินทางไป - กลับ
“ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ฝึกอบรมอาชีพผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 120 บาท/วัน และหากประสงค์จะทำงานต่อจะจัดหางานให้ทำต่อในศูนย์พักพิง เช่น ทำอาหาร ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุและผู้พิการ เป็นต้น โดยได้รับค่าจ้างตามอัตราขั้นต่ำของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งหางานอาชีพให้ทำนอกศูนย์พักพิงที่มีตำแหน่งงานว่างอยู่กว่า 30,000 ตำแหน่ง ”
ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า ในส่วนของการดูแลผู้ป่วยนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลผู้ประสบอุทกภัยที่เป็นผู้ป่วย และส่งต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยไปยังโรงพยาบาลที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ แต่เริ่มมีการขาดแคลนเวชภัณฑ์บางชนิด เช่น น้ำยาล้างไต เป็นต้น เนื่องจากโรงงานผลิตในประเทศไม่สามารถดำเนินการได้ ให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งเตรียมการนำเข้าและสำรองเวชภัณฑ์ที่จำเป็นอาจมีไม่เพียงพอ สำหรับการดูแลทรัพย์สินของประชาชนนั้นสศช.เสนอว่า เนื่องจากประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางส่วน ได้อพยพออกจากบ้านในช่วงอุทกภัย ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)จัดกำลังดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่ได้อยู่บ้านอย่างเข้มงวดเพื่อให้มีความปล่อยภัยจากการโจรกรรม
นอกจากนี้ข้อเสนอของสศช.ที่ครม.เห็นชอบนั้น ในเรื่องการจัดตั้งคลังอาหารสดและอาหารปรุงสำเร็จ เนื่องจากประชาชนในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ประสบอุทกภัยยังมีศักยภาพและมีความประสงค์ที่จะส่งอาหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดอื่น ให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาจัดตั้งคลังอาหารสดและอาหารปรุงสำเร็จ สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ประสานให้จังหวัดที่มีศักยภาพ และพร้อมดำเนินการรวบรวมส่งเข้าคลัง และจัดให้มีจังหวัดคู่แฝดที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกันที่มีศักยภาพและความพร้อมเพื่อช่วยเหลือจังหวัดที่ประสบภาวะอุทกภัย
สำหรับข้อเสนอในการดูแลผู้ประสบภัยบ้านเรือนพังหรือเสียหายนั้น สศช.เสนอว่าในพื้นที่ซึ่งน้ำลดแล้วให้กระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจัดงบประมาณช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหาย ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือไม่เกินครอบครัวละ 30,000 บาท และประสานการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆ เช่น การรวมพลังช่วยเหลือกันในชุมชน และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมของภาคเอกชนเพื่อซ่อมสร้างบ้าน เป็นต้น
ทั้งนี้มาตรการการช่วยเหลือเกษตรกร ที่สศช.เสนอในส่วนการฟื้นฟูอาชีพ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อเตรียมโครงการและงบประมาณช่วยเหลือความเสียหาย เช่น ความเสียหายด้านพืช ปศุสัตว์และประมง การช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์สัตว์น้ำ และพันธุ์สัตว์ปีก การฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ การแก้ไขปัญหาน้ำเสียและฟื้นฟูคุณภาพดิน การช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้สศช.ยังเสนอในส่วนของสินเชื่อ โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)เข้ามามีส่วนร่วม โดย 1.กรณีลูกค้าประสบภัยและเสียชีวิต ธ.ก.ส. ปลดหนี้ให้กับทายาทหรือคู่สมรส และรับเป็นลูกค้าเพื่อให้สินเชื่อฟื้นฟูการผลิตแทน 2. กรณีประสบภัยร้ายแรงและไม่เสียชีวิต จะมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังระหว่างพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้ 3 ปีแทนเกษตรกร 3.สินเชื่อ ธ.ก.ส. ดำเนินการ 2 โครงการได้แก่ (1) สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพเกษตรกรรม วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติร้อยละ 3 ต่อปี และ (2) สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน ร้อยละ 7 ต่อปี) ระยะ 3-5 ปี หรือยาวกว่านั้น ซึ่ง ธ.ก.ส. ให้รวมถึงเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. สามารถมาขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าได้ด้วย สำหรับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและเกษตรกรที่เป็นลูกค้าธนาคารพาณิชย์ มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลังประสานให้ได้รับความช่วยเหลือในลักษณะเดียวกับลูกค้า ธ.ก.ส. ด้วย
ขณะที่การกอบกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัย สศช. เสนอว่า ขณะนี้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประสานนิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม และสวนอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทั้ง 7 แห่ง เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการในการลดระดับน้ำในนิคมอุตสาหกรรม (Dewatering Action Plan) และฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมเมื่อน้ำเริ่มลดเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้ภายใน 45 วันนับจากวันที่เริ่มปฏิบัติการสูบน้ำออกจากนิคมอุตสาหกรรม โดยอยู่ระหว่างการจัดให้มีคณะกรรมการอำนวยการระดับนโยบาย 1 คณะ และคณะอนุกรรมการระดับปฏิบัติการร่วมระหว่างรัฐและเอกชน รวมทั้งจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จสำหรับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่ง ทั้งนี้ มอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่ดำเนินการได้ทันที และเร่งเสนอรายละเอียดให้คณะกรรมการฟื้นฟูผลกระทบจากอุทกภัยด้านเศรษฐกิจคณะกรรมการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และคณะกรรมการด้านสังคมและคุณภาพชีวิต คนด้อยโอกาส การสร้างงาน และสุขภาพจิตใจ พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีในกรณีที่ต้องได้รับการอนุมัติก่อนดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากนี้ช่วงหนึ่งของการประชุมครม.นั้น ทางกระทรวมหาดไทยได้สรุปสถานการณ์อุทกภัย สาธารณภัย และการช่วยเหลือ (ระหว่างวันที่ 25 - 31 ตุลาคม 2554) ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 26 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาครฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร 147 อำเภอ 1,132 ตำบล 8,319 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 718,607 ครัวเรือน 2,110,152 คน โดยพื้นที่ประสบอุทกภัยและมีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2554 รวมทั้งสิ้น 63 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 384 ราย สูญหาย 2 คน ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายแล้วอยู่ระหว่างฟื้นฟู จำนวน 37 จังหวัด
และนอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยยังรายงานผลการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท (เพิ่มเติม) ครั้งที่ 3 ว่า ตามที่ครม.เห็นชอบเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2554 อนุมัติในหลักการในการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ 5,000 บาท (เพิ่มเติม) ครั้งที่ 3 ใน 36 จังหวัด กรอบครัวเรือน จำนวน 334,039 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,670,195,000 บาท โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามแนวทาง หลักเกณฑ์ และขั้นตอนที่กำหนด และส่งข้อมูลรายละเอียดจำนวนครัวเรือนที่ขอรับการช่วยเหลือมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายในวันที่ 28 ตุลาคม 2554 ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รวบรวมรายชื่อส่งธนาคารออมสินแล้ว 313,294 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,566,470,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 93.79 ทั้งนี้ธนาคารออมสินได้จ่ายเงินไปแล้ว 219,037 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 69.91 (ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2554)
ด้านกระทรวงสาธารณสุขก็ได้รายงานผลการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งด้านการดูแลด้านสุขภาพจิตนั้น 1.กรมสุขภาพจิต ได้ออกหน่วยแพทย์เยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมกับทีมสาธารณสุขจังหวัด ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย 37 จังหวัด เยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว 310 ครอบครัว ขณะนี้ได้คัดกรองปัญหาสุขภาพจิต จำนวน 108,382 ราย เครียดสูง 5,457 ราย ได้ให้ยาทางจิตเวช 4,687 ราย และการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์นั้น แบ่งเป็นยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย 1,554,750 ชุด ยาตำราหลวง 104,500 ชุด ยาทาแก้น้ำกัดเท้า 259,500 ตลับ และได้ดำเนินการป้องกันปัญหาขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ในสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งมีการติดตาม เฝ้าระวัง สนับสนุนยาเวชภัณฑ์ ให้เพียงพอรองรับสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะยาในบัญชียาหลัก ซึ่งโรงพยาบาลทุกแห่งต้องใช้เหมือนกัน โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การเภสัชกรรม ดำเนินการตามแผนป้องกันปัญหาขาดแคลนยาเวชภัณฑ์
นอกจากนี้ยังมีการเตรียมโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปในรอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร อาทิ เช่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี ให้พร้อมบริการรองรับสถานการณ์ที่รุนแรง สามารถให้บริการแก่ประชาชนจากกรุงเทพมหานครได้
ศอส.สรุปยอดตายน้ำท่วมเฉียด 400 ราย
นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์อำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ( ศอส.) ได้สรุปสถานการณ์ว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 26 จังหวัด ได้แก่ จ.พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และ กทม. 147 อำเภอ 1,132 ตำบล 8,319 หมู่บ้าน
ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 718,607 ครัวเรือน 2,110,152 คน และมีผู้เสียชีวิต 384 ราย สูญหาย 2 ราย ที่ จ.แม่ฮ่องสอน 1 ราย จ.อุตรดิตถ์ 1 ราย ในส่วนความเสียหาย ด้านการเกษตร พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย10,986,252 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาดว่าจะเสียหาย บ่อปลา 194,012 บ่อ/กระชัง ด้านปศุสัตว์ สัตว์ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 13,282,622 ตัว



