จี้ใช้พรก.ฉุกเฉินคุมม็อบคลองสามวา
"ธีระชน" จี้ รัฐ งัดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมม็อบคลองสามวา หวั่นเอาไม่อยู่ 50 เขตกรุงเทพ จมบาดาล วอนปชช.หยุดพังเขื่อนกั้นน้ำทะลักคลองประปา กทม.ระดมทิ้งกระสอบทรายยักษ์ สกัดน้ำคลองรังสิตทะลักกรุงคาดแล้วเสร็จ 1-2 วันนี้
1พ.ย. 54นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำ ในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง 2 จุด คือ 1. จุดกลับรถถนนพหลโยธิน ข้ามคลองรังสิต 2.ที่ประตูระบายน้ำคลองสามวา ซึ่งได้มีมวลชนมากดดันเจ้าหน้าที่ให้เปิดประตูระบายน้ำ ซึ่งขณะนี้ยังมีปริมาณน้ำเหนือไหลเข้ามาในกทม.เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง โดยที่จุดกลับรถถนนพหลโยธิน ข้ามคลองรังสิต มีปริมาณน้ำไหลเข้ามา เฉลี่ยวันละ 400-500 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งขณะนี้ กทม. ได้นำกระสอบยักษ์ ขนาด 1 x 1 x 1 หนัก 2.5 ตันต่อใบเข้าไปปิดกั้นทางน้ำในจุดดังกล่าว
นายธีระชน กล่าวต่อว่า แต่ที่ประตูระบายน้ำคลองสามวาจะต้องมีการควบคุมมวลชนที่ขัดขวางการควบคุมการระบายน้ำในจุดนี้ แต่หากไม่สามารถควบคุมได้ ตนเห็นว่ารัฐบาลควรจะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปควบคุมมวลชนได้ เพราะเกรงว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ อาจจะทำให้พื้นที่กทม.ทั้ง 50 เขต กลับเข้าสู่สภาวะน้ำท่วมทั้งหมดได้
นายธีระชน กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พบว่าเป็นมวลน้ำที่ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ หลังจากที่น้ำเหนือได้ไหลบางส่วนได้ไหลทะลักลงสู่ระบบคลองและถนนหลายสาย โดยเมื่อมีปริมาณน้ำสูงขึ้นก็ขยายตัวท่วมเป็นวงกว้าง น้ำส่วนหนึ่งที่อยู่ในคลองจะมุดเข้าท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นโครงข่ายเชื่อมโยงหลายพันกิโลเมตรในกทม. ดังนั้นหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ หรือไม่สามารถควบคุมบานประตูระบายน้ำได้ กทม.มีสิทธิ์เสี่ยงจมน้ำทั้งหมด โดยพื้นที่ที่จะเสี่ยงน้ำท่วมต่อไปคือสะพานลอยข้ามแยกรัชโยธิน ถนนรัชดาภิเษก
นายธีระชน กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในฐานะคณะทำงานฯ เป็นห่วงกรณีที่มีมวลชนเข้ารื้อคันกั้นน้ำบริเวณคลองประปา เพราะเกรงว่าสถานการณ์จะเลวร้ายขึ้น เพราะจะทำน้ำเสียที่ท่วมอยู่นั้นไหลลงคลองประปา และจะส่งผลต่อการผลิตน้ำประปาโดยตรง ซึ่งจะกระทบกับผู้บริโภคน้ำประปาเป็นล้านคนในกทม. โดยเฉพาะด้านสุขภาพอาจจะเสี่ยงต่อโรคท้องร่วง อย่างไรก็ตาม กทม.ขอให้ประชาชนใจเย็น มีสติ อดทนต่อสถานการณ์ อย่าทำอะไรขาดสติ เพราะอาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นจนเกินที่จะแก้ไขได้
กทม.ระดมทิ้งกระสอบทรายยักษ์สกัดน้ำคลองรังสิตทะลักกรุง
รายงานข่าวจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งว่า ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายจุมพล สำเภาพล รองปลัดกทม. ด้านโยธา ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. นางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย อดีตรองผู้ว่าฯกทม.และนายประเสริฐ สมะลาภา อดีตปลัดกทม.ในฐานะผู้ประสานงาน ศปภ. และ กทม. เพื่อติดตามการดำเนินการอุดรอยรั่วที่บริเวณใต้คลองรังสิต ด้วยวิธีใช้กระเป๋าทรายขนาดใหญ่(Big Bag)บรรจุหินคลุกน้ำหนักใบละกว่า 1.6 ตัน วางที่บริเวณคลองรังสิต
สำนักการโยธาได้รับมอบหมายให้เป็นฝ่ายอำนวยการร่วมในการดำเนินการเรียงกระเป๋าทราย ตั้งแต่หมู่บ้านเมืองเอก ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ขนานไปกับทางรถไฟ มุ่งหน้าถนนโลคัลโรด ไปสิ้นสุดถนนจันทรุเบกษา รวมระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป้าหมายเพื่อสกัดกั้นน้ำจากทางเหนือให้ยกตัวสูงขึ้นก่อนเบนทิศทางน้ำเข้าสู่ระบบคลองและระบบระบายน้ำของกทม. ไปทางทิศตะวันออกก่อนลงสู่ทะเล รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวคืบหน้าไปพอสมควรจากที่ช่วงแรกที่เครื่องเครนบนรถไฟ ซึ่งใช้ในการลำเลียงกระเป๋าทรายยักษ์ได้ชำรุด และไม่สามารถวางเรียงบนถนนโลคัลโรดได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง ทำให้คณะทำงานต้องเปลี่ยนจุดวางใหม่เป็นวางบนทางรถไฟแทน อย่างไรก็ตาม หลังนำเครนใหม่ไปติดตั้งแทนที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่างานจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1-2 วันนับจากนี้



