
'มาดริด'บู๊ลียงชนะเข้า16ทีมชปล.
"ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ลุ้นเข้ารอบน็อกเอาท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หากบุกชนะ "โอแอล" ลียง ส่วน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ศึกหนักพบ "เยลโลซับมารีน" บียาร์รีล ทีมจนตรอกที่พ่ายรวดมา 3 นัด ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด หวัง 3 แต้มจากโอเตลุล ลุ้นนำฝูงกลุ่ม ซี
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัด 4 กลางดึกวันพุธที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ปรากฏว่า กลุ่ม ดี รีล มาดริด ซึ่งชนะมา 3 เกมรวดก่อนหน้านี้ จะออกไปเยือนถิ่นสตาด เดอ แชร์กลองด์ ของโอลิมปิก ลียง ซึ่งหาก "ราชันชุดขาว" เป็นฝ่ายชนะจะเข้ารอบน็อกเอาท์ทันที แม้ 2 เกมสุดท้ายจะพ่ายรวดก็ตาม แต่ ลียง ทีมอันดับ 3 มี 4 แต้ม จำเป็นต้องชนะเพื่อลุ้นเข้ารอบต่อไปใน 2 เกมสุดท้าย เนื่องจากหากเก็บได้แค่ผลเสมอ จะมีเพิ่มอีกแต้มเดียว หวังลุ้นใน 2 เกมสุดท้ายเสี่ยงเกินไป
เพราะอีกคู่ระหว่าง อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่มี 4 แต้มเท่ากับลียง สามารถเอาชนะ ดินาโม ซาเกร็บ ในถิ่นอัมสเตอร์ดัม อารีนา ของตัวเองได้นั้นจะมีเพิ่มเป็น 7 แต้มทันที และมีความเป็นไปได้สูงเนื่องจาก ซาเกร็บ พ่ายมา 3 นัดรวดก่อนหน้านี้
ส่วนกลุ่ม เอ แมนฯ ซิตี้ ที่แม้จะเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสถิติไร้พ่าย แต่ในถ้วยใบนี้ลูกทีมของ โรแบร์โต มันชินี แพ้ไปแล้วหนึ่งนัด และมี 4 แต้ม เป็นทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม เอ เท่านั้น ซึ่งการออกไปเยือนสนามเอล มาดริกัล ของบียาร์รีล เวลา 02.45 น. ช่อง 7 ถ่ายทอดสด จำเป็นต้องชนะแม้จะเล่นเกมเยือน
เพราะ "เยลโลซับมารีน" อยู่ในสถานะทีมแจกแต้ม เนื่องจากพ่ายรวดมา 3 เกมแรก อยู่อันดับสุดท้าย ดังนั้นหากซิตี้เก็บได้แค่แต้มเดียวจากผลเสมอนัดนี้ อีก 2 เกมที่เหลือจะลำบากถึงขั้นต้องลุ้นผลสนามอื่นด้วย เช่นเดียวกับเจ้าบ้านที่ 3 เกมนับจากนี้ ต้องชนะทุกเกมจึงจะมีโอกาสลุ้นเข้ารอบน็อกเอาท์
ส่วนอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่นำเป็นจ่าฝูงมี 7 แต้ม จะเปิดถิ่นอัลลิอันซ์ อารีนา รอรับการมาเยือนของนาโปลี ที่มี 5 แต้ม โดยเจ้าบ้านหากได้ 3 แต้มคืนนี้จะเข้ารอบน็อกเอาท์ทันที ขณะที่ทีมเยือนจากเมืองเนเปิลส์ หากได้ 3 แต้ม จะแซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงแทน
สำหรับอีกคู่ถ่ายทอดที่ช่อง 3 เวลา 02.45 น. ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของโอเตลุล กาลาติ ซึ่งทีมเยือนพ่ายรวดมาก่อนหน้านี้ เหลืออีก 3 เกมต้องชนะให้ได้ทั้งหมด ถึงจะมีโอกาสเข้ารอบ ส่วน "ปีศาจแดง" ที่มี 5 แต้ม เป็นรองจ่าฝูง หากชนะจะมี 8 แต้ม มีโอกาสขึ้นไปนำอันดับ 1 ของกลุ่ม ซี เหมือนกัน
เนื่องจากอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นการตัดแต้มกันระหว่าง เบนฟิกา ทีมจ่าฝูง ที่มี 7 แต้ม กับ บาเซิล ที่มี 4 แต้ม เพราะหากเป็น บาเซิล ชนะ จะทำให้แชมป์สวิส ซูเปอร์ลีก มีแต้มเท่ากับ "เหยี่ยวลิสบอน" ซึ่งหยุดไว้เพียง 7 แต้มทันที แต่หากเป็นเบนฟิกา ชนะ จะทำให้พวกเขามี 10 แต้ม เข้ารอบน็อกเอาท์ค่อนข้างแน่ แต่จะในฐานะแชมป์กลุ่มหรือทีมอันดับ 2 เท่านั้น
ด้านกลุ่ม บี อินเตอร์ มิลาน ทีมจ่าฝูง มี 6 แต้ม จะเปิดสนามจุยเซปเป เมียซซา รอรับการมาเยือนของลีลล์ ทีมอันดับ 4 หรืออันดับสุดท้าย มี 2 แต้ม เกมนี้จ่าฝูงลีกเอิง ฝรั่งเศส แม้จะเป็นทีมเยือนแต่จำเป็นต้องบุกเพื่อ 3 แต้มเท่านั้น เพราะหากแพ้คืนนี้ แม้ชนะอีก 2 เกมที่เหลือก็ยังอาจไม่พอที่จะเข้ารอบน็อกเอาท์ ส่วนอินเตอร์ สถานการณ์ยังดีกว่าที่ผลเสมอ แม้จะเสียหายแต่ก็ยังได้ลุ้นใน 2 เกมสุดท้าย
ส่วนอีกคู่ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เปิดสนามอัมสเตอร์ดัม อารีนา รอต้อนรับ ดินาโม ซาเกร็บ ซึ่งเป็นศึกตัดแต้มกันของทีมที่มี 4 แต้มเท่ากัน ดังนั้นหากใครชนะจะกุมความได้เปรียบอีก 2 เกมที่เหลือทันที
ขณะที่ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "มันเดย์ไนท์" กลางดึกวันที่ 31 พฤศจิกายน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด บุกชนะ สโต๊ค ซิตี้ 3-1 ถึงสนามบริทานเนีย โดย "สาลิกาดง" ได้ประตูจาก "แฮตทริก" ของ เดมบา บา นาที 12, 40 กับจุดโทษนาที 81 ส่วน "ช่างปั้นหม้อ" ได้ประตูโทนจากจุดโทษของ โจนาธาน วอลเตอร์ส นาที 75
จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ "สาลิกาดง" ยังเป็น 1 ใน 2 ทีมร่วมกับแมนฯ ซิตี้ จ่าฝูง ที่ยังไม่แพ้ใคร แข่ง 10 นัด มี 22 แต้ม อยู่อันดับ 3 ตามหลังซิตี้ 5 แต้ม และไล่จี้ แมนฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง แต้มเดียว ส่วน "เดอะ พอตเตอร์" นับเป็นการแพ้เกมเหย้านัดแรก แข่ง 10 นัด ยังหยุดอยู่ที่ 12 แต้ม อยู่อันดับ 12 เช่นเดิม
หลังเกม อลัน พาร์ดิว ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิล กล่าวชื่นชมลูกทีมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ เดมบา บา ดาวยิงผิวสี แต่ยังไม่หวังไกลแทรงตัวอยู่ใน 4 อันดับแรก พื้นที่สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า
"สโต๊ค เป็นหนึ่งทีมในลีกที่เล่นด้วยยาก แต่เราใช้ความยืดหยุ่นในเกมผ่อนหนักผ่อนเบาได้มากกว่า จึงทำให้เราชนะ โดยเฉพาะ เดมบา บา เล่นได้โดดเด่นมาก ผมรู้สึกดีใจที่เราสามารถเซ็นสัญญาเขามาได้ แต่ผมจะยังไม่มองไปถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะเราจะมองกันแบบนัดต่อนัดเท่านั้น"
ด้าน โทนี พูลิส ผู้จัดการทีมสโต๊ค กล่าวรู้สึกผิดหวังกับผลงานของลูกทีมที่เสียประตูในช่วงครึ่งแรกแบบไม่น่าพลาดถึง 2 ครั้ง และที่สำคัญไม่เจ็บใจเท่าคนที่ยิงให้นิวคาสเซิลทั้ง 3 ประตู ก็คือ เดมบา บา เพราะ "ช่างปั้นหม้อ" ติดต่อดาวยิงวัย 26 ปีผู้นี้ได้ก่อนนิวคาสเซิล แต่ บา กลับเจ็บหัวเข่ากะทันหันทำให้ไม่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย แต่ "เดอะ แม็กพายส์" ยอมเสี่ยงเซ็นสัญญาไปหลังจากนั้น



