ข่าว

บขส.เล็งหาที่รองรับหมอชิตใหม่

บขส.เล็งหาที่รองรับหมอชิตใหม่

01 พ.ย. 2554

บขส.เล็งหาพื้นที่รองรับหมอชิตใหม่หากเกิดวิฤกติน้ำท่วม “กปน.”แจงแผนป้องกันคลองประปาทำแนวกั้นสามชั้น ยันไม่ต้องหยุดจ่ายน้ำ คนไทยใจบุญบริจาคช่วยน้ำท่วม ผ่าน ศปภ. ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.-ปัจจุบัน รวมแล้ว 270 ล้านบาท

         1พ.ย.2554 นายวุฒิชาติ   กัลยาณมิตร  กก.ผจก.บ.ขนส่ง จำกัด  กล่าวว่า หลังจากเกิดปัญหาน้ำท่วมจนต้องย้ายสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ไปอยู่โรงเบียร์ฮอลแลนด์นั้น ล่าสุดในส่วนของหมอชิต ขณะนี้กำลังประเมินสถานการณ์วันต่อวันและหารือกับรองผู้ว่ากทม.และผอ.เขตตลอดเวลาว่าจะมีการย้ายออกจากพื้นที่หรือไม่  ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่ก็ยอมรับว่าได้เตรียมหาพื้นที่รองรับและอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าของพื้นที่ที่เป็นเอกชนหากมีเหตุการณ์ต้องอพยพ ซึ่งจะให้กระทบกับคนใช้บริการน้อยที่สุด



“กปน.”แจงแผนป้องกันคลองประปาทำแนวกั้นสามชั้น




          เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารอำนวยการ โรงผลิตน้ำบางเขน นายวิกรม สุวรรณชมภู ผู้ช่วยผู้ว่าการประปา (กปน.) ได้แถลงชี้แจงสถานการณ์ของการประปานครหลวงว่า ขณะนี้พื้นที่ถือว่า กำลังประสบภาวะวิกฤตเป็นแนวคลองประปาฝั่งตะวันออกและตะวันตก ที่มีน้ำหลากล้นเข้ามา โดย กปน. ได้ดำเนินการแก้ไขมาโดยตลอด โดยเฉพาะบริเวณวัดนาวงที่ปรากฏว่า ยังคงมีระดับน้ำสูง ซึ่งกปน. ได้ระดมเรือโป๊ะ 6 ลำ และรถขุด เพื่อเสริมคันดินให้สูงขึ้นตลอดเวลา 

          หาก ศปภ. ดำเนินการปิดแนวรั่วบริเวณหลักหกได้ จะช่วยลดปริมาณน้ำในพื้นที่ได้ ซึ่งจะลดผลกระทบต่อน้ำบริเวณใกล้คลองประปาได้ ส่วนระดับน้ำในคลองประปาขณะนี้ ถือว่า ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ อย่างไรก็ตามได้ระดมป้องกันระบบผลิตประปาทุกโรงสูบอย่างเต็มที่       สำหรับมาตรการป้องกันรักษาระบบการผลิตและสูบจ่ายน้ำประปา ได้ระดมพนักงานทุกสายงานมาร่วมกันเฝ้าระวัง โดยการวางแผนรองรับหลายชั้น อาทิ บริเวณโรงงานผลิตน้ำบางเขน,สามเสน,ธนบุรี,มหาสวัสดิ์ และสถานีสูบจ่ายน้ำอีก 15 แห่งทั่วกรุงเทพฯ

          “กปน.จัดทำแนวป้องกันน้ำเอาไว้ 2-3 ชั้น ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงภัยของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะโรงงานผลิตน้ำบางเขนที่เป็นโรงงานผลิตน้ำที่ใหญ่ที่สุด ผลิตน้ำถึงวันละ 3.6 ล้านลูกบาศเมตร ได้จัดทำแนวป้องกัน 3 ชั้น โดยชั้นที่ 1 ได้ก่อสร้างคันกั้นน้ำรอบพื้นที่ทั้งหมดของโรงงานผลิตน้ำบางเขน และสำนักงานใหญ่ ที่มีอาคารสำนักงานใหญ่ อาคารที่ทำการต่างๆ รวมทั้งโรงงานผลิตน้ำบางเขน สถานีไฟฟ้าย่อย โดยการก่อสร้างคันดินและกระสอบทรายที่ระดับสูง 4.0 เมตร และมีระบบระบายน้ำกำลังสูง(Storm Drain Pump) เพื่อระบายน้ำท่วมที่อาจจะทะลักเข้ามาโดยเร็วรองรับเอาไว้” ผู้ช่วยผู้ว่าการประปา กล่าว

          นายวิกรมกล่าวต่อว่า และว่า สำหรับแนวป้องกันชั้นที่ 2 อยู่ด้านในแนวป้องกันชั้นที่ 1 ได้ก่อสร้างคันดินรอบส่วนของโรงงานผลิตน้ำบางเขน ประกอบด้วย โรงกรองน้ำ สถานีไฟฟ้าแรงสูง ที่ระดับ 4.0 เมตร โดยมีขนาดของฐานกว้าง 3 เมตร ปิดคลุมด้วยพลาสติกและวางทับกระสอบทรายเอาไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนแนวป้องกันชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นแนวป้องกันชั้นในสุด และเป็นหัวใจของการผลิตน้ำ ได้ก่อกระสอบทรายที่ระดับ 4 .0 เมตร เพื่อป้องกันระบบผลิตน้ำ เครื่องจักรกลและระบบไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมด
 
          นายวิกรม กล่าวถึงกรณีน้ำท่วมขังบริเวณชุมชนท่าทราย พงษ์เพชรและงามวงศ์วานว่า  ไม่ใช่น้ำที่เกิดจากการเอ่อล้นของคลองประปา แต่เป็นน้ำที่ล้นมาจากบริเวณคลองเปรมประชากรและน้ำหลากที่มาจากถนนวิภาวดีรังสิต และถนนพหลโยธิน รวมถึงน้ำในท่อระบายน้ำที่เออเข้ามา ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนน้ำจากคลองประปามีการเจาะระบายน้ำลงคลองบางเขน บางซื่อ และสามเสน โดย กทม. จะเร่งสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสามเสนต่อไป

    นอกจากนี้กปน. ได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีให้ช่วยรักษาระดับน้ำในคลองบางตลาด  ซึ่งอยู่ด้านหลังโรงงานผลิตน้ำบางเขน รวมถึงการขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณคลองบางตลาด และคลองบางเขน ซึ่งได้ขอการสนับสนุนจากกรมชลประทาน ทำการขุดลอกคลองบางตลาด เพื่อป้องกันมิให้น้ำท่วมเข้าโรงงานผลิตน้ำบางเขน และพื้นที่ใกล้เคียง

    อย่างไรก็ตามเพื่อให้บริการประชาชนในเรื่องน้ำดื่ม ขณะนี้ กปน. ได้ติดตั้งจุดบริการน้ำประปาดื่มได้ ที่หน้าสำนักงานประปาสาขาทุกแห่ง ยกเว้นสำนักงานประปาสาขาบางบัวทอง ซึ่งประสบภาวะน้ำท่วม โดยประชาชนสามารถนำภาชนะมารองน้ำไปบริโภคได้ฟรี เพื่อให้มั่นใจได้การป้องกันดังกล่าว จะทำให้สามารถรักษาระบบการผลิตน้ำให้ผลิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดจ่ายน้ำ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานให้บริการผู้ใช้น้ำกว่า 10 ล้านคน

 
ยอดบริจาคน้ำท่วมศปภ.ทะลุ270ล้านบาท


          นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นหน่วยงานดูแลกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ขอรายงานยอดรับบริจาคเงินและสิ่งของผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยฯ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2554 (เวลา 21.00 น.) มีผู้บริจาคเงินสดและเช็กเข้ากองทุนฯ 11 ราย ซึ่งเมื่อรวมกับเงินที่มีผู้บริจาคใส่กล่องรับบริจาคที่ ศปภ. แล้วเป็นเงิน 456,152  บาท ทำให้ขณะนี้มียอดเงินบริจาคนับตั้งแต่เปิดศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2554 เป็นเงินทั้งสิ้น 270,981,367.40 บาท 

          สำหรับการบริจาคสิ่งของ มีผู้บริจาคทั้งสิ้น 44  ราย จำนวน 9,711 ชิ้น ซึ่ง ศปภ.ได้จัดส่งสิ่งของดังกล่าวโดยรถบรรทุกขนาดใหญ่ 21 คัน และรถบรรทุกขนาดเล็ก 21 คัน ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี


นครปฐมรับมอบเรือท้องแบนช่วยเหลือน้ำท่วม



          เมื่อเวลา 12.00 น.นายพิชัย ชัยชาญการช่าง ผู้จัดการ บจก. ซี เอส เอส โลหะภัณท์ ได้นำเรือเหล็กท้องแบนจำนวน 10 ลำ มามอบให้กรมการสัตว์ทหารบก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในจังหวัดนครปฐม โดยมีพ.อ. ชาติชาย อ่อนน่วม รองเจ้ากรมการสัตว์ทหารบก เป็นผู้รับมอบ

          พร้อมกันนี้กองทัพบกได้ประสานให้ทางกรมการสัตว์ทหารบกบรรจุกระสอบทรายจำนวน 2 หมื่นลูก เพื่อทำกำแพงกั้นน้ำ ไม่ให้เอ่อเข้าท่วมมหามงกุฎราชวิทยาลัย อ.พุทธมณฑล จ นครปฐม โดยมีทหารจากกรมการสัตว์ทหารบก นักศึกษาวิชาทหาร ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารกรมการสัตว์ทหารบกจำนวนหลายสิบนาย เร่งช่วยกันบรรจุกระสอบทรายให้ได้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันกับทำแนวกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมมหามงกุฎราชวิทยาลัยได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้


อุบลฯพบผู้ประสบภัยน้ำท่วมป่วยเป็นโรคอุจาระร่วง


          ที่ สำนักงานสาธารณสุขอ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายแพทย์ สุรพร ลอยหนสนาสา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และ เจ้าหน้าที่ สังกัดสำนักงานสาธารณสุข ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในเขตพื้นที่อ.วารินชำราบ พร้อมมอบชุดบรรเทาทุกข์ อาทิ ยาสามัญประจำบ้าน เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม และมอบเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 2,000 บาท โดยมี อสม.ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 124 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 14 คน
         
          ทั้งนี้ นายสุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ได้กำชับ อสม.และ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้ดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้ง ด้านร่างกาย และจิตใจ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งการให้คำปรึกษาแก่ประชาชน ในการป้องกันอันตราย จากโรคที่มากับน้ำที่มีการท่วมขังเป็นระยะเวลานาน  ซึ่งจะทำให้เกิดโรคระบาดและโรคที่มากับน้ำเช่น โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออกโรคน้ำกัดเท้า โรคระบบทางเดินหายใจ โรคอุจระร่วง  ตาแดง และ โรคที่เกิดจากภาวะเครียด ซึ่งมีรายงานประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมเจ็บป่วยด้วยโรคอุจาระร่วงแล้ว

          ทั้งนี้นายแพทยสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี  ได้ฝากเตือนประชาชนที่อพยบได้ดูแลเด็กเล็กและคนชราที่อยู่ตามจุดอพยบที่มีจำนวนมากในขณะนี้ประชาชนยังต้องประสบกับภาวะภัยหนาว  ซึ่งจะทำให้เด็กเล็กและคนชราซึ่งอาศัยอยู่ตามจุดอพยบเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดเนื่องจากที่อยู่อาศัยชั่วคราวไม่สามารถป้องกันภัยหนาวได้ ขอเตือนประชาชนที่อยู่ตามจุดอพยพได้ดูแลเด็กเล็กและคนชราของให้นอนห่มผ้าเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายซึ่งจะช่วยป้องกันโรคไข้หวัดได้