ข่าว

ผบ.ตร.สั่งตร.ทุกเร่งช่วยเหลือ26จ.

ผบ.ตร.สั่งตร.ทุกเร่งช่วยเหลือ26จ.

01 พ.ย. 2554

ผบ.ตร.สั่งการระดมกำลังทุกภาคส่วนของตร.เร่งช่วยเหลือ 26จ. ที่ถูกน้ำท่วม พร้อมสั่งการให้ดูแลคันกั้นน้ำทั้งหมด 214 แห่งอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเข้มงวดด้านควาปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน การจราจร

          1 พ.ย.54 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยผู้ประสบอุทกภัย ตร. เป็นประธานในการประชุมร่วมพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รรท.รองผบ.ตร ฐานะรองผอ.ศปภ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รรท.ที่ปรึกษาสบ 10 พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. ฐานะเลขาฯศปภ.ตร. พร้อมทั้งหน่วยงานตั้งแต่ บช.ภ.1-9 บช.ก. บช.ตชด. เกี่ยวข้องผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยในที่ประชุมมีการดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่คาดว่าน้ำจะท่วมเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน อีกทั้งดูแลช่วงระหว่างหลังน้ำลดอีก 6 เดือน โดยได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการสั่งการโดยตรงให้ผบก.คอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลอย่างเป็นระบบ

          พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น.ฐานะโฆษกตร.ช่วงสถานการณ์อุทกภัย กล่าวว่า ภายหลังได้ประชุมหน่วยงานต่างๆ ตามระเบียบปฏิบัติประจำทุกวันทั้งประเทศรวมกัน 6 หน่วยงาน ได้แก่ บช.น. บช.ภ.1 2 3 6 7 บช.ก บช.ตชด. โดยพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยทั้งประเทศมีทั้งหมด 26 จังหวัด 147 อำเภอ ซึ่งมีประชาชนผู้ประสบอุกทกภัยดังกล่าว 7 แสนกว่าครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 2 ล้านคน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 384 ราย และสูญหาย 2 ราย เป็นพื้นที่ในกทม.ที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ 27 ชุมชน 1209 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 87 จุด โดยมีพื้นที่เขตหนองจอกเป็นพื้นที่ประสบปัญหามากที่สุด

          พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่น้ำเริ่มท่วมสูงเหนือของกทม. คือ ดอนเมือง สายไหม สะพานสูง หลักสี่ ฝั่งตะวันออก คลองสามวา มีนบุรี คันนายาว ลาดกระบัง ฝั่งตะวันตก หรือธนบุรี ได้แก่ บางพลัด บางกอกใหญ่ บอกกอกน้อย บางคอแหลม ซึ่งอยู่ในพื้นที่บก.น.9 ฝั่งพระนคร บางซื่อ ดุสิต สัมพันธ์วงศ์ โดยเน้นการปฏิบัติที่เคยอยู่แยกส่วนกันออกมาหน่วยงาน ให้ขึ้นตรงมายังศปภ.ตร. เป็นหลัก นอกจากนี้ จะยังมีการเปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็นประธาน ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงมาเป็นประธานเปิดศูนย์ในเวลา 18.00 น.

          พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ศูนย์นี้จะใช้กำลังจากกองบัญชาการภาคต่างๆ ที่ไม่ประปัญหาน้ำท่วมมาช่วยที่มีปัญหาน้ำท่วม เช่น ให้บช.ภ.2 หรือสภ.ที่อยู่ในพื้นที่จ.ชลบุรี ระดมเรือลงมาไว้ที่ศปภ.ตร. ส่วนเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณที่เป็นคันกั้นน้ำนั้นได้ให้พื้นที่เข้าไปแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในการเปิดประตูระบายน้ำต่างๆ ซึ่งจะให้ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบเข้าไปยังพื้นที่เพื่อพูดคุยกับประชาชนเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวก่อน ซึ่งพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. ได้ขอกำลังจากตำรวจให้ดูแลคันกั้นน้ำในพื้นที่เขตกทม.และปริมณฑลทั้งหมด 214 แห่ง ซึ่งมีสถานีสูบน้ำ 458 แห่ง และมีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 1,252 เครื่อง โดยให้ประสานกับกรมชลประธานและกทม. โดยให้ความสำคัญกับคลองประปามากที่สุดเพราะถือเป็นหัวใจหลัก

          พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ศูนย์ฯนี้มีมีภารกิจหลักในการดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องอาชญากรรม จัดส่งจนท.เข้าไปดูแลความปลอดภัยของประชาชน และดูแลทรัพย์สินทั้งรถที่จอดอยู่บริเวณตามทางด่วนหรือบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขัง ซึ่งรวมถึงการจัดระเบียบรถที่จอดทิ้งไว้ด้วยการเปิดถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการจราจร โดยผบ.ตร.สั่งการกำชับถึงแม้ว่าจะมีรถเสียจอดอยู่ต้องจัดการไม่ให้การจราจรติดขัดโดยเด็ดขาด