ข่าว

ปชป.เตือน'ปู'ตั้งสติพาปชช.ฝ่าวิกฤต

ปชป.เตือน'ปู'ตั้งสติพาปชช.ฝ่าวิกฤต

01 พ.ย. 2554

ปชป. เตือน'ยิ่งลักษณ์'ตั้งสติพาประชาชนฝ่าวิกฤต ชี้สั่งเปิดประตู คลองสามวา สะท้อนความล้มเหลวในการจัดการ จี้ 'นายกฯ'สั่งให้คนของตัวเองหยุดสร้างความแตกแยก โต้ 'จตุพร'หลังกล่าวหา 'รัฐบาลมาร์ค'วางยา

     1 พ.ย.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งสติเพื่อเป็นหลักในการนำประชาชนฝ่าวิกฤติอุทกภัยครั้งนี้ ไปให้ได้ เพราะถ้าคนเป็นผู้นำประเทศยังไม่สามารถระงับอารมณ์ตัวเองจนแสดงอาการกราดเกรี้ยวผ่านสื่อมวลชน ย่อมกระทบต่อขวัญกำลังใจของประชาชนที่กำลังทุกข์ยากจนเกิดความท้อแท้หมดหวัง จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี มุ่งมั่นอยู่กับการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ใน 5 เรื่อง อาทิ 1. การประเมินสถานการณ์น้ำจะต้องมีความเป็นเอกภาพ และให้ความจริงกับประชาชน ไม่ใช่พูดไปคนละทาง 2. ต้องยอมรับความจริงว่า ขณะนี้ไม่มีพื้นที่ไหนในกรุงเทพมหานครปลอดภัย 100 % จึงมีความจำเป็นที่ต้องวางแผนเพื่ออพยพ 

      นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 3. ต้องเร่งแก้ปัญหาสินค้าจำเป็นขาดแคลนให้ตรงจุด ไม่ใช่สินค้าขาดแล้วใช้วิธีนำเข้าจากต่างประเทศ การนำสินค้าราคาถูกไปวางขายที่ตลาด อตก.ของกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง  4. รัฐบาลต้องแบ่งพื้นที่รับผิดชอบอย่างละเอียด ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นให้เป็นผู้บริการประชาชนในจุดที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไม่ถึง โดยส่วนกลางตั้งศูนย์บริการ อาหาร น้ำดื่ม ในจุดที่ใกล้ที่สุด เพราะลำพังการทำงานของรัฐบาลกลางย่อมไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชน  หากยังไม่มีระบบการบริหารที่ดีการขาดแคลนอาหารของประชาชนที่ประสบอุทกภัยอาจกลายเป็นการจลาจลกลางเมืองได้ในเวลาไม่ช้านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องคนสู้กับน้ำ แต่เป็นเรื่องระหว่างคนกับคนแล้ว และ 5. รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ที่อยู่ใกล้กับประตูระบายน้ำ หรือพนังกั้นน้ำ เพื่อชี้แจงถึงการบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และกำหนดให้ชัดเจนถึงมาตรการเยียวยาประชาชนในพื้นที่ พรรคยังยืนยันว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเพื่อบริหารบ้านเมืองในภาวะไม่ปกติ

      นายชวนนท์ กล่าวถึงการแก้ปัญหามวลชนคลองสามวาโดยให้เปิดประตูระบายน้ำ  1 เมตร โดยไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนปลายน้ำ รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรม จะเกิดผลกระทบตามมา ถือเป็นการบริหารงานที่ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง หากทำเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลและรัฐบาลไม่ควรบริหารแบบลอยตัว เพราะกลายเป็นว่าน้ำคือผู้บริหารแผ่นดินในขณะนี้ไปแล้ว

      “อยากให้นายกรัฐมนตรีมองความอยู่รอดของประชาชน และบ้านเมืองเหนือความอยู่รอดทางการเมืองของตัวเอง โดยต้องสั่งให้คนของตัวเองหยุดการใส่ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกให้สังคม เช่น กรณี นายจตุพร พรหมพันธ์. ส.ส. เพื่อไทยออกมาระบุว่าเป็นโชคดีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ไม่เช่นนั้นจะมีขบวนการจ้องล้มรัฐบาลภายในเดือนธันวาคม แต่ไม่สามารถทำได้เพราะน้ำท่วมเสียก่อน เป็นคำพูดที่เลือดเย็น ใจดำและโหดเหี้ยมกับคนไทยอย่างที่สุด ท่านพูดได้ยังไงครับว่าเป็นโชคดีที่น้ำท่วม ทำให้คนล้มรัฐบาลไม่ได้ มันแสดงชัดเจนว่าท่านเห็นความอยู่รอดของรัฐบาลสำคัญกว่าความทุกข์ยากของชาวบ้าน ถ้าท่านยังมีอำนาจอยู่ประชาชนจะจมน้ำตายช่างหัวมัน นี่คือผู้แทนปวงชนหรือครับ นายจตุพรอ้างถึงนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำว่า ท่านมอบให้กองทัพดู 5 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยเพราะถ้าล้มเหลวจะได้เฉลี่ยความรับผิดชอบไป 50 เปอร์เซนต์ เท่ากับว่าท่านคิดทุกอย่างเป็นการเมืองหมด หวังโยนบาปให้กองทัพ เป็นที่มาของความล้มเหลวในทุกด้านของรัฐบาล ผมคิดว่าพี่น้องเสื้อแดงคงตาสว่างมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะที่พะเยาเท่านั้น เพราะหลายพื้นที่พี่น้องเสื้อแดงน้ำท่วมแต่นายจตุพรกลับขึ้นรถแห่หาเสียง" นายชวนนท์ กล่าว

      ส่วน นายจตุพร ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กักน้ำในเขื่อนภูมิพลมากจนเป็นสาเหตุน้ำท่วมใหญ่ในขณะนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอยืนยันสถิติน้ำในเขื่อนซึ่งในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ระดับน้ำ 55 เปอร์เซนต์ ไม่ได้สูงผิดปกติ แต่เมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยไม่มีการพร่องน้ำอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งนี้ต่างหากที่รัฐบาลต้องตอบว่า ทำไมจึงไม่มีการบริหารจัดการน้ำจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่มีคนเสียชีวิตแล้วเกือบ 400 ราย ถ้าหากกล่าวหาว่าประชาธิปัตย์วางยา หมายถึงว่าประชาธิปัตย์แกล้งแพ้เลือกตั้งด้วยใช่หรือไม่

      “นายจตุพร ควรไปอ่านคำสัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะทราบว่าใครต้องรับผิดชอบกับความเสียหายของชาติในเวลานี้  โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดว่าเราดูแลมา 3-4 เดือนแล้ว บางส่วนเข้ามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และเจอพายุ 4 ลูกติดต่อกัน โดยปกติแล้วเจอพายุลูกหนึ่ง ก็จะถูกระบายผ่านเขื่อน และมีช่วงพักในการระบายน้ำ แต่วันนี้ไม่ใช่ เจอลูกหนึ่งก็เก็บไว้ๆ และเจออีกหลายลูก ก็ยังเก็บต่ออีก จึงกลายเป็นปริมาณน้ำที่สะสมมาถึง 4 ลูกชัดเจนไหมครับว่ารัฐบาลไหนที่บริหารจัดการน้ำล้มเหลว เรื่องนี้อย่าโยนบาปให้อธิบดีกรมชลประทาน หรือหาแพะ" นายชวนนท์ กล่าว

      นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ประธานสภาไม่ควรเบี้ยวการเปิดประชุมอีก ไม่ต้องกลัวประชาธิปัตย์ขยี้รัฐบาลเพราะประชาชนเตรียมขยี้รัฐบาลอยู่แล้ว หากไม่ยอมเปิดสภาหรือปิดสภานี้ก็คือเผด็จการใช้กลไกรัฐสภาเพื่อตัวเอง แต่ประชาธิปัตย์ใช้เวทีนี้เพื่อประชาชน ยืนยันสองวันนี้คือวันที่ 2 และ 3 นี้จัดหนักแน่นอน