
ญี่ปุ่นมอบเงินช่วยเหลือไทยกว่า380ล.
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 12.8 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 380 ล้านบาท เพื่อช่วยไทยในการฟื้นฟูประเทศ
เว็บไซท์ญี่ปุ่น รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 12.8 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 380 ล้านบาท ให้แก่รัฐบาลไทย เพื่อนำไปใช้ในการฟื้นฟูประเทศ จากสถานะการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี
รัฐบาลญี่ปุ่น ยังได้อนุญาตให้แรงงานชาวไทย ที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ที่จำเป็นต้องระงับการดำเนินการเนื่องจากประสบภัยน้ำท่วม สามารถเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นได้ รวมทั้งยังส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการระบายน้ำออกจากพื้นที่ในเขตเมืองด้วย
รัฐบาลญี่ปุ่น ระบุว่า ไทยต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในสถานการณ์ที่น้ำท่วมกำลังแผ่ขยายออกไป ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งในไทย ต้องระงับการดำเนินการระยะยาว เนื่องจากโรงงงานจำนวนมากจมอยู่ในน้ำ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะหามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ไทย หลังจากมีการประเมินความต้องการแล้ว
ฮอนด้าลดการผลิตรถยนต์ในสหรัฐ-แคนาดา
เว็บไซท์ BBC รายงานว่า ฮอนด้า มอเตอร์ โค ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับที่ 3 ของญี่ปุ่น ได้ตัดลดการผลิตรถยนต์ในสหรัฐและแคนาดาลง 50 เปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากน้ำท่วมโรงงานผลิตอะไหล่ในประเทศไทย และได้ถอนการประเมินผลประกอบการธุรกิจ เนื่องจากวิกฤติน้ำท่วมทำให้ยากที่จะประเมินตัวเลขได้
จากรายงานผลประกอบการของฮอนด้าในไตรมาสที่ 2 เมื่อวันจันทร์ พบว่าลดลงถึง 55 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีรายได้เหลือเพียง 60,400 ล้านเยน หรือราว 23,100 ล้านบาท หลังจากที่การผลิตรถยนต์ได้รับผลกระทบมาแล้วจากเมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น
หนังสือพิมพ์ นิคเคอิ รายงานก่อนหน้านี้ว่า ฮอนด้า ได้มีแผนปิดโรงงานประกอบรถยนต์ในไทยอย่างน้อย 6 เดือน หลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม ที่ส่งผลให้ยอดการผลิตในปีนี้ ลดลงประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะกลับมาผลิตรถยนต์ได้เหมือนเดิม และคาดว่า เครื่องจักรที่จมอยู่ใต้น้ำจะได้รับความเสียหายและต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นเพียงแห่งเดียว ที่โรงงานในประเทศไทย ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม ซึ่งการสั่งปิดโรงงานนานถึงครึ่งปี จะทำให้ยอดการผลิตลดลงกว่า 1 แสนคัน และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ของฮอนด้า เริ่มมาตั้งแต่เกิดสึนามิเมื่อเดือนมีนาคมแต่ส่งผลกระทบต่อฮอนด้ายาวนานกว่าผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ และการที่โรงงานในประเทศไทยจมน้ำ ทำให้อนาคตของฮอนด้าถูกซ้ำเติมให้ย่ำแย่ลงไปอีก
สื่อเทศแพร่ภาพเครื่องบินที่สนามบินดอนเมืองแช่น้ำ
เว็บไซท์แท็บลอยด์ เดลี่เมล ได้ตีพิมพ์ภาพของสนามบินดอนเมือง ที่เครื่องบินจอดอยู่ในน้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า วิกฤติน้ำท่วมในไทยนั้นเลวร้ายที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ โดยระบุว่า ในขณะที่กำลังมีการใช้มาตรการฉุกเฉินในการรับมือกับน้ำท่วม โครงสร้างสาธารณูปโภคในหลายส่วนของประเทศยังคงอยู่ในภาวะชะงักงันอย่างแท้จริง
การที่น้ำไหลทะลักเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้เที่ยวบินหลายเที่ยวทั้งขาเข้าและออกที่สนามบินดอนเมืองต้องถูกระงับ และได้เห็นภาพของล้อเครื่องบินหลายลำที่ปลดระวางไปแล้ว แช่น้ำอยู่บนรันเวย์ที่ถูกน้ำท่วม
น้ำท่วมในประเทศไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 381 คน ในขณะที่รัฐบาลกำลังพิจารณาแผนฟื้นฟู ที่อาจสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือราว 9 แสนล้านบาท ขณะที่ประชาชนอีก 2 ล้าน5 แสนคน ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากน้ำท่วม
เดลี่เมล ระบุว่า กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนด้านในก่อนจะทะลักเข้าสู่รันเวย์ ทำให้เครื่องบินไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งปกติแล้ว สนามบินดอนเมืองให้บริการเฉพาะเที่ยวบินในประเทศ และเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ถูกน้ำท่วม ในขณะที่รัฐบาลพยายามป้องกันไม่ให้กรุงเทพฯ จมน้ำ
สนามบินดอนเมือง ยังได้ชื่อว่าเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือศภป. ที่ตอนนี้ได้ย้ายไปแล้ว และยังเป็นศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยที่เต็มไปด้วยเต๊นท์ประมาณ 4 พันหลัง ซึ่งตอนแรกทางสนามบินประกาศว่า จะปิดทำการสนามบินดอนเมืองจนถึงวันนี้ และไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิแทน แต่ยังไม่มีประกาศออกมาว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
น้ำท่วมในประเทศไทยครั้งนี้ ทำให้หลายจังหวัดจมอยู่ในน้ำ และโรงงานหลายร้อยแห่งต้องปิดตัวมานานถึง 2 เดือนแล้ว แต่ในขณะที่กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมกรุงเทพฯชั้นนอน ในส่วนของกรุงเทพฯชั้นใน อันเป็นที่ตั้งของตึกระฟ้า อาคารอพาทเมนท์และห้างสรรพสินค้า ยังคงแห้งสนิท
ช่วงที่น้ำเริ่มเข้าท่วมสนามบินดอนเมือง ปรากฎว่า ได้เกิดความโกลาหล เพราะนอกจากสนามบินจะกลายเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมากแล้ว คนที่จะไปใช้บริการของสนามบินต้องกลับออกมาด้วยความผิดหวัง เพราะไม่รู้ว่าเที่ยวบินของพวกเขาถูกยกเลิก
องค์กรกุศลของนานาชาติในไทยวิตกเรื่องโรคที่จะมากับน้ำ
ความวิตกเรื่องมวลน้ำจากทางเหนือและน้ำหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กำลังไหลเข้าท่วมพื้นที่หลายส่วนของประเทศไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ก่อให้ความกลัวน้ำ และโรคที่มากับน้ำ และแม้พื้นที่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ จะยังไม่ถูกน้ำท่วม แต่พื้นที่รอบนอก บางส่วนกำลังเผชิญระดับน้ำที่สูงถึงเอวและอก น้ำในหลายพื้นที่มีสีดำ เต็มไปด้วยขยะ สิ่งปฏิกูล และซากสัตว์ที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ขณะที่ยุงก็เริ่มแพร่พันธุ์กันอย่างรวดเร็ว
มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 370 คน นับตั้งแต่เกิดน้ำท่วมเพราะฝนตกหนักในช่วงฤดูมรสุม ด้านนางคริสตี้ เอ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สถานการณ์เลวร้ายที่สุดของกรุงเทพฯ อาจจะสิ้นสุดลง แต่ประชาชนราว 2 ล้านคน ยังคงเดือดร้อนเพราะน้ำท่วม ซึ่งสหรัฐได้ให้คำมั่นก่อนหน้านี้ว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์จำนวน 1.1 ล้านดอลล่าร์
องค์กรการกุศลหลายแห่งที่ทำงานในประเทศไทย ได้เตือนเรื่องโรคที่จะมากับน้ำ เช่น ท้องร่วง , เด็งกี่ และมาลาเรีย ที่อาจจะระบาดในอีกไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า นายแม็ทธิว ค็อชเรนจากคณะกรรมาธิการกาชาดสากลและสภาเสี้ยววงเดือนแดง ระบุว่า มีหลายพื้นที่ชานกรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่จมน้ำมานานเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว
แม้ใจกลางกรุงเทพฯ จะรอดพ้นจากวิกฤติที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ แต่พื้นที่ชั้นนอกกำลังเผชิญกับวิกฤติด้านมนุษยธรรม เนื่องจากประชาชนจำนวนมาก ถูกตัดขาดมานานหลายสัปดาห์แลบ้ว โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์และอาหาร องค์การยูนิเซฟ ระบุว่าจะจัดหามุ้งจำนวน 2 หมื่นหลัง และแผ่นพับจำนวน 2 หมื่นฉบับ ที่มีคำอธิบายถึงแนวทางการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และมีสุขภาพในช่วงที่เผชิญกับน้ำท่วม ด้านกาชาด ระบุว่า ได้จัดเครื่องมือบรรเทาทุกข์มากกว่า 130,000 ชุด และน้ำดื่มบรรจุขวดอีก 120,000 แพ็ค ไปช่วยผู้ประสบภัยแต่ตัวแทนในกรุงเทพฯ ระบุว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในเวลานี้ คือการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มในหลายชุมชนที่ถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม
ผู้ที่ถูกน้ำท่วม หลายคนต้องเผชิญกับน้ำที่ท่วมสูงถึง 1-2 เมตร และไม่แน่ว่า จะต้องทนอยู่แบบนั้นไปอีกนานเพียงใด หลายคนต้องสูญเสียบ้าน , งาน , รถยนต์และทุก ๆ สิ่ง ได้มีการประเมินตัวเลขออกมาคร่าว ๆ แล้วว่า น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าราว 6 พันล้านดอลล่าร์



