ข่าว

'ถุงฉุกเฉินนาซา'...พร้อมหนีภัย

'ถุงฉุกเฉินนาซา'...พร้อมหนีภัย

01 พ.ย. 2554

'ถุงฉุกเฉินนาซา'...พร้อมหนีภัย : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน

          หลังจากรัฐบาลประกาศว่าน้ำอาจท่วมกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต พร้อมประมาณการตัวเลขผู้อพยพในกรณีวิกฤติร้ายแรงขั้นสูงสุดไว้ที่ประมาณ 3.5 แสนคน กระทรวงคมนาคมตอบรับโดยประกาศแผนฉุกเฉินว่าได้เตรียมรถเมล์ ขสมก. จำนวน 3,000 คัน ซึ่งจะอพยพได้คันละ 40 คน หรือเที่ยวละประมาณ 1 แสนคน ขั้นตอนคือส่งรถบรรทุกที่มีความสูง 200-300 คัน ไปรับผู้อพยพประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูง แล้วส่งต่อให้รถเมล์ ก่อนจะส่งต่อให้รถทัวร์หรือรถ บขส.อีกครั้ง เพื่อกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ

         ขณะที่ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ว่า กรมอู่ทหารเรือทำแพลอยน้ำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เมื่อรัฐบาลสั่งการให้อพยพ หน่วยนาวิกโยธินจะเน้นช่วยผู้ที่เส้นทางถนนถูกตัดขาดทั้งหมด แล้วนำมาพักที่โรงเรียนนายเรือ จ.สมุทรปราการ ก่อนนำไปขึ้นเรือหลวงและเรือยกพลขึ้นบกลำเลียงประชาชนออกไป โดยมีจุดที่นำส่งคือท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี หรือจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

         ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยรู้จักวิธีการเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” หรือ Survival Bag เมื่อต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเตรียมซื้อของกักตุน ได้กวาดซื้อมาม่า ผักกาดดอง น้ำเปล่า ขนมก๊อบแก๊บ ส่วนอย่างอื่นได้แต่หันรีหันขวาง ไม่รู้จะซื้ออะไรดี บางคนหยิบทุกอย่างใส่ตะกร้าเพราะกลัวของขาดตลาด หรือซื้อเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบโดยลืมคิดว่าจำเป็นหรือไม่

         เรื่องแบบนี้ ชาวต่างชาติที่บ้านเมืองเจอภัยธรรมชาติบ่อยๆ ได้ทำแบบฟอร์มหรือเช็กลิสต์สิ่งจำเป็นไว้ เมื่อไปร้านขายของจะซื้อตามที่จดบันทึกไว้ ทั้งนี้ เช็กลิสต์ที่น่าสนใจและได้รับความเชื่อถือ คือ เช็กลิสต์ของ “นาซา” หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ได้ทำแบบฟอร์มสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพออกจากบ้านอย่างฉุกเฉินเร่งด่วน ได้แก่

         1. "เอกสารสำคัญ" เป็นหลักฐานจำเป็นสำหรับเข้ารับการช่วยเหลือและยืนยันว่าตัวเราเป็นใคร เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน พาสปอร์ต ใบขับขี่ เอกสารประกันชีวิต สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต บัตรประจำตัวพนักงานบริษัท สูจิบัตรลูก ทะเบียนสมรส เอกสารเกี่ยวกับโรคประจำตัว กระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ญาติพี่น้องที่สำคัญ (เผื่อโทรศัพท์มือถือหายหรือตกน้ำ) นาซาแนะนำว่าเอกสารสำคัญเหล่านี้ ควรใส่ในถุงกันน้ำและกล่องพลาสติกให้แน่นหนา ถ้าเป็นไปได้ก็ไปเคลือบพลาสติกกันน้ำเตรียมไว้เลย

         2. "อุปกรณ์อำนวยความสะดวก" เช่น โทรศัพท์มือถือพร้อมที่ชาร์จแบตฯ วิทยุกับไฟฉายพร้อมถ่านหลายๆ ก้อน ในถุงยังชีพที่แจกให้ชาวบ้านหลายครั้งที่ถ่านไฟฉายอ่อนมาก ใช้ไม่กี่ครั้งก็หมดสภาพ ดังนั้นควรเตรียมไว้หลายก้อน ที่เปิดกระป๋อง เพราะอาจได้รับแจกอาหารกระป๋องแต่ไม่มีที่เปิด คีมคีบหรือคีมตัดลวด เทปพันสายไฟ หรือเทปกาว ดินสอและกระดาษ นกหวีด อุปกรณ์เย็บผ้าแบบพกพา ประแจสำหรับขัน พลาสติกม้วน หรือถุงพลาสติก หน้ากากป้องกันฝุ่นและถุงมือ เชือก ฯลฯ

         3. "อุปกรณ์สุขอนามัย" เช่น สบู่ ผ้าอนามัย ถุงขยะ ยาฆ่าเชื้อโรค ผงซักฟอก ผ้าขนหนู เสื้อผ้า ชุดชั้นในและถุงเท้าอย่างน้อย 1 ชุด รองเท้าที่แข็งแรง นมผง อาหารผง  ผ้าอ้อม ขวดนม ยารักษาโรคประจำตัว ฟันปลอม กาวติดฟันปลอม คอนแท็คท์เลนส์และอุปกรณ์ล้าง แว่นตาสำรอง

         นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ต่างๆ แนะนำเพิ่มเติมสำหรับเหยื่อน้ำท่วมว่า ในภาวะที่ยารักษาโรคหายากควรเตรียม ชุดปฐมพยาบาล เช่น ยาแก้น้ำกัดเท้า ยาทาแผลสด ยาดม ยาหม่อง ยาแก้ไข้แก้หวัด ยาแก้ไอ เจ็บคอ เกลือแร่ซอง ยาแก้ท้องเสีย โลชั่นกันยุง ยาแก้คัน และยารักษาเชื้อรา-น้ำกัดเท้า และถ้ามีเวลาก็ควรถ่ายรูปบ้านตอนที่เสียหายไว้ก่อน พร้อมจดบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอเก็บไว้ด้วย เพื่อเป็นหลักฐานในการปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย และในกรณีที่รัฐมีโครงการให้ความช่วยเหลือหลังน้ำท่วม

         วินาทีนี้ คนกรุงเทพฯ ไม่ควรประมาท ต้องหากระเป๋ามาจัดเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า เมื่อน้ำท่วมไหลทะลักเข้ามาจะได้คว้ากระเป๋าฉุกเฉินกระโดดขึ้นเรือได้อย่างทันท่วงที !!

วิตกจริต..ป่วนอาสาสมัคร

         จากประสบการณ์ของอาสาสมัครที่นำเรือเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากหมู่บ้านต่างๆ ตั้งแต่ จ.นนทบุรี ปทุมธานี จนถึงคลองรังสิตนั้น “เอก” หรือ เอกลักษณ์ หลุ่มชุมแข ศูนย์ประสานเหตุฉุกเฉิน ศปภ.ภาคเอกชน เปิดใจว่า เหยื่อน้ำท่วมหลายรายมีความกังวลและตื่นตกใจกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น บางคนถึงกับวิตกจริตไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร ต้องเอาอะไรไปบ้าง เกิดอาการหลงลืม ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก หรือทำงานซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น

         “เจอบ่อยคือตอนเช้าโทรมาบอกว่า น้ำท่วมเข้าบ้านแล้วขอให้มาช่วยด่วน กว่าจะส่งเรือลุยน้ำเข้าไปได้ก็ตอนบ่าย พอไปถึงบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ออกไปแล้วอยู่ในบ้านชั้นสองได้ แต่พอกลางดึกโทรแจ้งด่วนกลับมาว่า กลัวจนอยู่ไม่ไหวแล้วให้มารับออกไปด่วน หรือบางคนญาติโทรมาให้ไปรับ พอไปถึงเจ้าตัวไม่ยอมออกเพราะห่วงทรัพย์สิน ส่วนอีกกรณีหนึ่งพวกที่ลืมของสำคัญ เช่น ลงเรือออกมาถึงถนนใหญ่แล้ว บอกว่าลืมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือโฉนดที่ดิน ขอร้องให้กลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง ที่เสียความรู้สึกที่สุด คือ โกหกว่ามีคนป่วย คนแก่ คนพิการ เด็กเล็ก ขอให้มาช่วยรับด่วน พอไปแล้วมีแต่ผู้ใหญ่แข็งแรงปกติ พวกเขารู้ว่าถ้าแจ้งแบบนี้จะรีบไปด่วน แต่ทำให้เสียเวลาและเสียกำลังเจ้าหน้าที่ไปโดยไม่จำเป็น ทำให้การช่วยเหลือกลุ่มจำเป็นอื่นๆ ช้าไปด้วย” เอกลักษณ์ สะท้อน

         “เอก” ยืนยันว่าขอให้ผู้ประสบภัยทุกคน ตั้งสติเตรียมข้าวของจำเป็นให้พร้อม และตกลงกับญาติพี่น้องให้เรียบร้อย อย่าสร้างเรื่องโกหก ไม่ตกใจเกินไปหรือไม่ควรวิตกจริต เพราะหน่วยกู้ภัยทั้งทหาร รัฐ และเอกชน พยายามเข้าไปช่วยทุกคนอยู่แล้ว แต่ที่ล่าช้าเนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด ขณะที่มีผู้ต้องการความช่วยเหลือหลายพันคนในแต่ละวัน