ข่าว

'สินค้าแพง-กักตุน'ตร.รับจับยาก

'สินค้าแพง-กักตุน'ตร.รับจับยาก

01 พ.ย. 2554

'สินค้าแพง-กักตุน'โทษหนัก ตร.รับจับยาก...แค่'เตือน' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

              เริ่มเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพงเข้าทุกที หลังจากคนนับล้านกำลังเผชิญวิกฤติน้ำท่วมในหลายพื้นที่...แหล่งช็อปปิ้ง-ซูเปอร์มาร์เก็ตข้ามชาติที่เคยมีสินค้าทุกอย่างให้เลือกสรรมากมาย มาวันนี้สินค้าจำเป็นหลายรายการกลับขาดแคลนและหาซื้อยากขึ้น ซึ่งเกิดจากภาวะที่ผู้คนตื่นตระหนกกลัวน้ำท่วมกักตุนสินค้ากันจำนวนมาก ขณะเดียวกันเส้นทางขนส่งสินค้าถูกตัดขาดทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ตามปกติ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารและน้ำดื่มราคาเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว และเมื่อต้องไปหาซื้อตามร้านค้าขายปลีกทั่วไป กลับถูกโขกราคาหลายเท่าตัวเสมือนเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชนและผู้ประสบภัย!!

          ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ต้องออกประกาศเตือนผู้ค้าไม่ให้กักตุนสินค้าหรือจำหน่ายสินค้าเกินราคาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้มีผู้จำหน่ายสินค้าบางรายฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าจำเป็นในการยังชีพหลายรายการ ทั้งที่การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่องการกำหนดสินค้าและบริการควบคุม ปี 2554 ประกาศเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ให้สินค้าจำนวน 16 รายการ เป็นสินค้าควบคุมในวิกฤติน้ำท่วม ได้แก่ 1.กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า 2.เครื่องนอน 3.เครื่องสูบน้ำ 4.ถังน้ำ 5.ถ่านไฟฉาย 6.ทราย ทรายบรรจุถุง 7.เทียนไข 8.น้ำดื่มบรรจุภาชนะปิดผนึก 9.แปรงสีฟัน 10.ไฟฉาย 11.ยาสีฟัน 12.ผลิตภัณฑ์ยาแนวกันน้ำ 13.รองเท้าบู๊ทยาง 14.เรือขนาดเล็ก ไม่เกิน 15 ที่นั่ง เสื้อชูชีพ และ 16.อิฐบล็อก

          สินค้าทั้ง 16 รายการดังกล่าว เป็นสินค้าเพิ่มเติมจากประกาศฉบับวันที่ 1 ประกาศไว้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2554 กำหนดให้ ข้าวเปลือก ข้าวสาร และไข่ไก่ ส่วน น้ำดื่ม คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีการกำหนดราคาจำหน่ายไว้อย่างชัดเจนคือ น้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกขนาด 500-600 ซีซี ให้จำหน่ายราคาขวดละ 7 บาท ขนาดขวดละ 1.5 ลิตร จำหน่ายราคา 14 บาท หากผู้ค้ารายใดจำหน่ายเกินราคาถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

          หากผู้ใดฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมสินค้าดังกล่าว จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้กักตุนสินค้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4  แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ระหว่างที่คนกรุงเทพฯ ต้องทุกข์ใจเดือดร้อนกับปัญหาน้ำท่วมและราคาสินค้าแพงนั้น...กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ในสังกัดเข้มงวดในการตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นพิเศษแล้ว

          อย่างไรก็ตาม "คม ชัด ลึก" ลองสำรวจตลาดหลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลออกประกาศเตือนห้ามไม่ให้มีการกักตุนสินค้าและจำหน่ายสินค้าเกินราคา แต่ยังมีกลุ่มผู้ค้าฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าเกินราคา อย่างที่ ตลาดวงศกร ย่านสายไหม มีผู้ค้าบางรายจำหน่าย "น้ำดื่ม" บรรจุขวดขนาด 500-600 ซีซี ราคาขวดละ 20 บาท หากซื้อยกแพ็กบรรจุ 6 ขวด ราคาอยู่ที่แพ็กละ 100 บาท ขณะที่ "ไข่ไก่" จำหน่ายฟองละ 8 บาท ทั้งที่ปกติราคาอยู่ที่ฟองละ 3 บาท

          ไม่รู้จะฉวยโอกาสขูดเลือดกรีดเนื้อกันไปถึงไหน แค่ต้องทนรับสภาพน้ำท่วมบ้านจนแทบไม่มีที่จะซุกหัวนอนก็ยากลำบากหนักหนาสาหัสกันอยู่แล้ว ยังมาเจอสินค้าราคาแพงอีก อย่างน้ำดื่มหาซื้อยากมาก ตามร้านสะดวกซื้อต่างๆ ซึ่งราคาจะมาตรฐานไม่มีวางจำหน่าย ขณะที่ข้างนอกราคาแพงมากซื้อไม่ลง คิดดูขวดละ 20 บาท จากเดิมแค่ 7 บาท จะซ้ำเติมกันไปถึงไหน" นายสมคิด จันทร์เพ็ง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งบ้านพักอยู่ย่านลำลูกกา คลองสามบอกระหว่างเดินลุยน้ำกลับจากหาซื้อสินค้าในตลาดวงศกร   

          ด้าน พล.ต.ต.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ยอมรับว่า ในพื้นที่ประสบภัยหลายพื้นที่เกิดปัญหาการจำหน่ายสินค้าเกินราคาจริง แต่ตำรวจดำเนินคดีกลุ่มผู้ค้าได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากผู้ค้ามักอ้างว่ามีต้นทุนสูง หากตำรวจจะเข้มงวดจับกุมเกรงว่าจะเกิดข้อครหาว่าตำรวจรังแกและซ้ำเติมผู้ค้าที่กำลังประสบวิกฤติน้ำท่วมอีก ที่ผ่านมาจึงทำได้แค่เพียงตักเตือนและออกประชาสัมพันธ์ไม่ให้จำหน่ายสินค้าเกินราคา

          ผมอยากให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กำหนดมาตรการดำเนินการให้ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าควรจะประกาศให้ชัดว่าจะให้จำหน่ายกันในราคาไหน และต้องให้ผู้ค้าขึ้นป้ายราคาจำหน่ายไว้ให้ชัดเจน และควรจะให้อำนาจกับตำรวจเลยว่าหากใครจำหน่ายสินค้าเกินราคาที่กำหนดตำรวจจับกุมได้ทันที หากมีคำสั่งที่ชัดเจนตำรวจก็พร้อมที่จะทำงาน" พล.ต.ต.พูนทรัพย์กล่าว

          อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.พูนทรัพย์ มีคำสั่งให้ตำรวจในสังกัด บก.ปคบ.ออกตรวจตราตามร้านค้าต่างๆ และให้ขอร้องไม่ให้มีการกักตุนสินค้า หรือจำหน่ายสินค้าเกินราคา หากผู้ค้ารายใดไม่ให้ความร่วมมือตำรวจจะหาช่องทางเพื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป