'ชูวิทย์'จวกรัฐล้มเหลวแก้น้ำท่วม
'ชูวิทย์' สวดยับ รัฐอ่อนหัดประสบการณ์ แขวะ 'ยิ่งลักษณ์' ได้แต่สั่ง ไม่เคยลงสัมผัสพื้นที่ มัวแต่บินดูน้ำเท้าไม่เปียก เย้ยบริหารจัดการล้มเหลว แม้แต่เรื่องหมู ๆ อย่าง ของบริจาค พร้อมถามเตรียมมาตรการรองรับคนกลับ กทม. หรือยัง
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวถึงการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลว่า เขาเป็นห่วงการบริหารจัดการของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะที่ประกาศให้เป็นวันหยุดยาว เพื่อให้คนในกทม.และอีกหลายจังหวัดหยุดงานถึง 5 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยไม่ได้มีการประกาศให้เป็นวันหยุดต่อเนื่องเพิ่มอีก
"รัฐบาลมีมาตรการเตรียมการรองรับสถานการณ์ที่คนจะแห่กลับเข้า กทม. มาทำงานหรือยัง เพราะคนจำนวนมากเป็นเรือนหมื่น เรือนแสนจะมีปัญหา เนื่องจากน้ำยังท่วมพื้นที่ใน กทม.มากขึ้น มีการปิดถนนหนทางสายหลักเป็นสิบ ๆ เส้นทาง ลำพังแค่จะหวังพึ่งบริการของรถทหาร-ตำรวจ ที่ใช้วิ่งรับส่งคนตามถนนสายหลักต่าง ๆ ที่น้ำท่วมสูงเป็นเมตร ก็ต้องรอกันเป็นชั่วโมง และรถที่ทางการจัดมาให้ก็วิ่งรับส่งแต่ในถนนสายหลัก พอถึงป้ายก็เอาลงชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำเน่าเข้าซอยไปอีกเป็นร้อยเมตร"
นายชูวิทย์ กล่าวว่า อย่าว่าแต่ข้าว น้ำก็ไม่มีกินไม่มีอาบ แล้วจะไปทำงานกันอย่างไร คนสั่งก็ได้แต่สั่ง แต่ไม่เคยลงมาสัมผัสในพื้นที่ มัวแต่บินดูน้ำเท้าไม่เปียก ไม่รู้จะพูดอย่างไร นี่ยังไม่รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่จะเอาเข้ามาใช้ในยามที่ กทม.ขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ ของกินของใช้ก็ขาด น้ำประปาก็ไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง จ่ายเป็นเวลา ถามว่า รัฐบาลมีมาตรการอะไรมารองรับหรือยัง ก็ยังไม่มี เป็นการบริหารประเทศแบบรายวันจริง ๆ
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ขอให้คอยดูในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ที่คนจะไหลกลับ กทม. จะเกิดปัญหาอย่างที่เขาว่าหรือไม่ เพราะเขาไปมาทุกเขต ทุกพื้นที่ทั้งในกทม.และปริมณฑล อาทิ คลองสอง สะพานใหม่ บางพลัด ถนนจรัญฯ ทวีวัฒนา ถนนบรมราชชนนี บางพัวทอง บางใหญ่ บางกรวย หลักสี่ ดอนเมือง ทุกที่เห็นมาหมด
เขาบอกว่า แทนที่เมื่อมีการสั่งให้มีการปิดถนนสายหลัก ๆ แล้ว ควรต้องตั้งศูนย์อำนวยการย่อยประจำถนนในแต่ละสายที่สั่งปิด เพราะชาวบ้านต่างมีปัญหามากมาย ต้องมีเจ้าหน้าที่รอประสานทางวิทยุ มีเรือเร็ว มีรถใหญ่ประจำจุดนอกเหนือจากรถใหญ่ที่วิ่งรับส่งคนตามถนน เช่น ที่เขตบางพลัดตั้งที่เชิงสะพานกรุงธนฯ เขตดอนเมืองตั้งที่หลักสี่พลาซ่า เป็นต้น แต่นี่ไม่มีอะไรเลย ปล่อยเกาะชาวบ้านให้ผจญชะตากรรม คนมีก็ใช้เงินจ้าง คนจนก็ลุยน้ำเอาเอง นี่หรือการดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดีของนายกฯที่เขียนในเฟสบุ๊ค ลงมาดูของจริงอย่างเขา แล้วจะเห็นชีวิตจริง
นายชูวิทย์ ยังยกตัวอย่างว่า เช่นที่หน้าห้างโลตัส บิ๊กซี ก็ควรประสานขอเป็นศูนย์รับของบริจาคหรือแจกจ่ายของของรัฐตามจุด อย่าไปรวมศูนย์จะล่าช้า ในส่วนของตำรวจ ก็ควรสั่งให้มีตำรวจประจำที่หน้าเซเว่นฯ ใหญ่ ๆ อย่างน้อย 2 นาย เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ ของหายโจรกรรม แจ้งความเพราะชาวบ้านยังต้องกินต้องใช้ เขาจะไปเซ่เว่นฯ สน.เวลานี้ น้ำท่วม ต้องปรับเปลี่ยนมาบริการตลอด 24 ชั่วโมง รัฐบาลไม่มีแผนอะไรเลย ผบ.ตร.ต้องสั่งการแล้ว ไม่ใช่ตั้งรับ แต่ต้องรุกเข้าหาประชาชนเพื่อบริการ ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงปัญหาลักขโมย ที่มีทุกพื้นที่ตามซอกซอยต่างๆของ กทม.
“ที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ รัฐบาลนี้บริหารงานล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แม้กระทั่งเรื่องง่าย ๆ เกี่ยวกับของบริจาค ที่นานาชาติหรือคนไทยมีจิตใจกุศล ส่งมาเพื่อใช้แจกจ่ายบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่กลับพบเป็นข่าว เป็นคลิป ที่สื่อกระแสหลักไม่เล่น ไม่รู้มัวเกรงใจใคร ของจริงไม่พูดอย่างนี้ลำบาก ศปภ.กลับปล่อยให้ของบริจาคต้องลอยน้ำ ถูกทิ้งขว้างหลังจากที่มีข่าวออกมาโจมตีส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า อมของบริจาค ใช้ของบริจาคของชาวบ้านมาติดป้ายใส่ชื่อตัวเอง วันนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ที่ทิ้งขว้างสิ่งของยังชีพให้เสียหาย ทั้งที่บริหารจัดการง่ายที่สุด"
นายชูวิทย์ กล่าวว่า เมื่อรับของมาแล้ว ใครมาขอ ชาวบ้านที่เดือนร้อนมาขอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ก็จัดส่งไปให้ อย่ามากักไว้ในมือ แต่นี่กลับเอาคนที่ไม่มีประสบการณ์ คิดแต่พวก สีเสื้อมาคอยคุมของ หากเป็นพวกก็ให้ ไม่ใช่พวกก็ไม่ให้หรือให้น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีข่าวกรณีนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาโวยวาย แสดงถึงความห่วยแตก ไม่มีระบบของ ศปภ.
นายชูวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นในรัฐบาล เพราะเป็นน้ำใจของมิตรประเทศและคนไทยเพื่อนร่วมชาติ ที่ต้องการช่วยคนชาติเดียวกัน แต่กลับถูกกั๊กไว้ให้สำหรับพรรคพวก เลือกปฏิบัติเฉพาะสีเสื้อ เวลานี้ต้องไม่มีแล้ว ต้องมีแต่คนไทย ถามว่า ทำไมต้องให้คนมีสีเสื้อมาคอยคุมของบริจาค ทำไมไม่ใช้หน่วยงานราชการที่มีประสบการณ์
"เห็นชัดว่า รัฐบาลล้มเหลวอย่างไม่น่าให้อภัย ที่มาเล่นกับความศรัทธาและความเดือนร้อนของคนในชาติ มันตายน้ำตื้นและแสดงถึงความชุ่ยในการบริหารจัดการของคนที่มือไม่ถึง” นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวว่า จากการที่ลงพื้นที่น้ำท่วมมาตลอด ทั้งในต่างจังหวัดและในกทม.ปริมลฑลพบว่า มีปัญหาความขัดแย้งของชาวบ้าน เกี่ยวกับการตั้งแนวคันกั้นเขื่อนเพื่อชะลอน้ำ จนชาวบ้านทะเลาะกันแทบจะฆ่ากันตาย แต่กลับไม่เห็นหัว ส.ส.เขต ส.ส.ในพื้นที่ ที่มีความขัดแย้งสูงเลย ทั้งที่ปทุมธานี นนทบุรี หรือแม้ในกทม. ทั้งที่เวลานี้ ส.ส.เขตต้องทำงานหนักกว่าส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะมีพื้นที่ดูแลรับผิดชอบชัดเจน แต่กลับไม่เห็นหัวส.ส.เขตเลย หากจะหวังรอการบริหารงานของ ศปภ.ก็อย่าหวัง ไม่เช่นนั้นก็ตายไปนานแล้ว
หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ ศปภ.ยังไม่รู้ตัวว่า ชาวบ้านต่างหมดความเชื่อถือ เชื่อมั่นหมดแล้ว ประกาศไม่ท่วมคนก็เก็บของ ประกาศเอาอยู่คนก็หนีหมดแล้ว มีแต่ส่วนของภาคประชาชน และหน่วยงานเอกชนที่ออกมาช่วยเหลือกันเองทั้งนั้น
"ผมไม่รู้ว่า ครม.ของรัฐบาลคุณปูจ๋า ปูนิ่มคิดยังไง ที่ยังอุตส่าห์เอาสมองส่วนไหนไปคิดหมกเม็ด ออกมติครม.มาได้ เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ให้อำนาจผบ.ตร.สามารถพิจารณาเปิดบ่อนการพนันได้ มันก็กาสิโนที่เขาเคยประกาศว่าจะปิดให้หมด แต่มันแปลกที่ครม.ชุดนี้ให้อำนาจ ผบ.ตร.อนุมัติให้เปิดเองได้ เท่านั้นยังไม่พอยังให้อำนาจผบ.ตร. สามารถสั่งปิดสื่อสิ่งพิมพ์ได้อีก
ผมดูแล้วยามนี้ปัญหาความทุกข์ เดือดร้อนจากน้ำท่วมทั้งแผ่นดิน ครม.คุณปูนิ่ม ปูจ๋ายังมีใจคิดเรื่องพรรณนี้อีก ทั้งที่บริหารงานแก้ไขปัญหาได้ห่วยแตก แต่พอเขียนในเฟสบุ๊ค นายกฯปูพูดได้น่ารัก น่าฟังอ่านแล้วดูดี จะดูแลประชาชนทุกคน แต่การทำงานกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดสิ่งที่เขียน มันตรงข้ามกับหน้าตาของนายกฯ เพราะมันยิ่งเละ"
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ขอแนะนำนายกฯว่า อย่าคิดประดิษฐ์คำพูดที่ฟังแล้วดูดี แต่ขอให้ทำงานแล้วดูดี แก้ไขปัญหาของชาวบ้านได้จะดีกว่า ออกมาฟังความคิดเห็นของชาวบ้านบ้างว่า วันนี้ เขาด่ารัฐบาลกันอย่างไร แม้จะไม่มีในสื่อกระแสหลัก เขาก็เชื่อว่า เมื่อน้ำลดตอมันจะผุด และครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตอธรรมดา ดังนั้น ขอให้เร่งไขปัญหาโดยลงมาดูความจริง ความทุกข์ของชาวบ้านที่ต้องเดินหนีน้ำเอาชีวิตเป็นกิโลเมตรในเมืองหลวง พูดไปใครจะเชื่อ



