ข่าว

น้ำคลองเปรมฯท่วมชุมชนเทวสุนทร

น้ำคลองเปรมฯท่วมชุมชนเทวสุนทร

31 ต.ค. 2554

น้ำจากคลองเปรมฯ ทะลักท่วมชุมชนเทวสุนทรแล้ว ระดับน้ำสูงประมาณ 60 ซม. หน่วยทหารพัฒนาเร่งสูบน้ำช่วยเหลือ "สุขุมพันธ์" ตรวจน้ำท่วมตลิ่งชัน-บางแค มีประชาชนทั้งย้ายและไม่ย้ายออกจากพื้นที่ เจ้าพระยาทะลักท่วมชั้นใต้ดินโรงพยาบาลเมื่อสมุทรปู่เจ้า ชาวองค์รักษ์กัด

         31ต.ค.2554 สถานการณ์ระดับน้ำคลองเปรมประชากร ซึ่งบริเวณชุมชนวัดเทวสุนทร หรือ วัดสุนทริการาม แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  โดยน้ำจากคลองเปรมประชากรสูงขึ้น 10 เซนติเมตร ทะลักเข้าท่วมในชุมชนวัดเทวสุนทรแล้วสูงประมาณ 60 เซนติเมตร โดยภายในวัดยังมีน้ำท่วมสูงเช่นกัน ทั้งนี้ชุมชนนี้มีประชาชนประมาณ 1,000 ครัวเรือน บางส่วนยังไม่อพยพ สำหรับการให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐหน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง ช่วยในการระบายน้ำออก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีน้ำเอ่อล้นเข้ามาถึงถนนโรคัลโรด ด้านหน้าชุมชน แต่อย่างใด



ชาวตลิ่งชัน-บางแคปชช.ทั้งย้าย-ไม่ย้าย



  
      ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ภายในซอยทุ่งมังกร ถนนฉิมพลี เขตตลิ่งชัน โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้เดินทางออกไปอาศัยที่ต่างจังหวัด เนื่องจากระดับน้ำมีความสูงที่ 50-70 ซม. ซึ่งท่วมมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว และคาดว่าปริมาณน้ำจะสูงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า อย่างไรก็ตามมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ยอมอพยพออกไป เนื่องจากยอมรับกับสภาพความเป็นอยู่ รวมถึงเป็นห่วงทรัพย์สินภายในบ้าน


ยันเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาเพิ่มไม่ได้

  
      ผู้ว่ากทม.กล่าวว่าส่วนกรณีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะไกล่เกลี่ยให้ชาวบ้านบริเวณประตูระบายน้ำคลางสามวา ด้วยการเปิดประตูระบายน้ำนั้นกทม.ยืนยันจะทำตามขั้นตอน โดยได้เปิดประตูระบายน้ำไปแล้ว 80 ซม.ซึ่งหากต้องเปิดอีก กทม.ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งคลองดังกล่าวจะได้รับความเดือดร้อน   

 
       จากนั้นม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ภายในถนนทุ่งมังกร หรือทางลัดบางกรวยจงขนอมจนถึงสถานีสูบน้ำคลองศาลเจ้า รวมระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ระดับน้ำมีความสูง 50-70 ซม.ตลอดเส้นทาง ส่วนใหญ่พื้นที่ดังกล่าวเป็นบ้านเรือนประชาชนรวมถึงร้านค้าที่ได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้เดินทางออกไปอาศัยที่ต่างจังหวัด เนื่องจากมีน้ำท่วมขังมา 3-4 วันแล้ว และคาดว่าปริมาณน้ำจะสูงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า โดยประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ยอมอพยพออกจากพื้นที่ แม้ว่ากทม.ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพมาก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากเป็นห่วงบ้านเรือนและทรัพย์สินจึงไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่

   
        สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำมาจากคลองบัวซึ่งเชื่อมต่อกับคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งขณะนี้ทั้งสองคลองมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆจนทำให้พื้นที่ในเขตตลิ่งชันเกือบทั้งหมดได้รับผลกระทบ   

 
        นอกจากนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำพร้อมให้กำลังใจประชาชนแขวงบางแวก เขตบางแค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อล้นจากคลองบางแวก โดยคลองดังกล่าวรับน้ำมาจากอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ไหลผ่านคลองมหาสวัสดิ์ ทวีวัฒนาและมาถึงพื้นที่ดังกล่าว ทำให้พื้นที่นี้มีปริมาณน้ำท่วมสูงประมาณ 50-70 เซนติเมตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน ขณะที่ทางสำนักงานเขตบางแคได้ให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เบื้องต้นแล้ว แต่เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่สูงจึงไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ ทั้งนี้ในส่วนของเขตบางแคเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครได้ประกาศให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มวลน้ำจากอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม อาจจะไหลตีกลับเข้าพื้นที่ของเขตบางแคและหนองแขมได้

 

รองผู้ว่าฯกทม.เผย19เขตรอด5เขตรับน้ำเต็มๆ


             นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยในรายการ เจาะข่าวเด่น ทางช่อง 3 ถึงการระบายน้ำท่วมในกทม.นั้นมีเขตที่จะรอดจากน้ำท่วม 19 เขตคือ บางขุนเทียน บางบอน ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ จอมทอง ภาษีเจริญ วัฒนา ดินแดง สาทร ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน ป้อมปราบฯ สวนหลวง ประเวศ ห้วยขวาง วังทองหลาง บางซื่อ บางกอกน้อย

             สำหรับ 3 เขตเสี่ยง สะพานสูง บางกะปิ บึงกุ่ม ที่อยู่ริมคลองแสนแสบ จากเปิดคลองสามวา ที่อยู่ ตามแนวริมคลองจะโดนมากกว่า

             ส่วน 11 เขตริมน้ำได้รับผลน้ำขึ้น-ลง คือ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางรัก บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย พระโขนง คลองสาน บางกอกใหญ่ บางนา

             โดยมี 5เขตกทม. ที่ต้องรับน้ำเต็มๆไป คือ คลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก บางแค

             7เขต ที่ต้องได้รับผล กระทบรุนแรง ดอนเมือง บางพลัด สายไหม ทวีวัฒนา หลักสี่ บางเขน ตลิ่งชัน

    โดยกทม.พยายามจะยันพื้นที่ เขตห้วยขวาง วังทองหลางให้มากที่สุด




เจ้าพระยาทะลักท่วมชั้นใต้ดินโรงพยาบาลเมื่อสมุทรปู่เจ้า



         จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงทำให้ชาวบ้านที่อยู่สองฝั่งเจ้าพระยาได้รับผลกระทบ ถูกน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บางที่สูงเกือบ 1 เมตร ในขณะเดียวกันปริมาณน้ำที่สูงได้ไหลทะลักเข้าท่วมที่บริเวณชั้นใต้ดินของโรง พยาบาลเมืองสมุทรปู้เจ้า ซึ่งอยู่ติดกับคลองมหาวงษ์ ที่เชื่อมต่ออยู่กับแม่น้ำเจ้าพระยาโดยปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าไปท่วมสูง เกือบ 1 เมตร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทั้งผู้ช่วยแพทย์พยาบาลต้องลงมาช่วยกนเอากระสอบทราย มีตั้งเป็นคันกันสูงกว่า 150 เซนติเมตร และช่วยกันวิดน้ำออกจากชั้นใต้ดิน เนื่องจากที่ชั้นใต้ดินดังกล่าวเป็นหัวใจหลักของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุดคอนโทรนไฟฟ้าทั้งโรงพยาบาล เพื่อสถานที่ตั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง และยังเป็นที่ตั้งของห้องเครื่องผลิตออกซิเจน ที่ใช้สำหรับคนไข้อาการหนัก และห้องสโตว์ยาเวชภัณฑ์ ทางโรงพยาบาลและพนักงานต้องช่วยกันป้องกันอย่างเต็มที่หากปล่อยให้น้ำทะลัก เข้าไปสร้างความเสียหายให้แก่ระบบการทำงานของห้องควบคุมระบบต่าง ๆ ของโรงพยาบาลคนไข้อาจได้รับผลกระทบไปด้วย
        
 
       ด้านนายแพทย์พิพัฒน์ พงศ์รัตนามาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า ได้เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้ามาที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วเข้าไปท่วมห้องใต้ดิน ซึ่งมาห้องเยนเรเตอร์ห้องเครื่องต่าง ๆ ห้องสต๊อกยาเวชภัณฑ์ รวมไปถึงห้องครัว ขณะนี้พนักงานทุกคนประมาณ 300 คนได้ช่วยกันต่อสู่กับน้ำ โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลพันธมิตรต่าง ๆ ที่นำเครื่องสูบน้ำและคนงานมาช่วย โดยปริมาณน้ำได้ทำลายกำแพงปูนของทางโรงพยาบาลจนเป็นรูโหว่ ก่อนที่น้ำจะไหลทะลักเข้ามาด้านใต้อาคารเข้ามาท่วมชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว


         ขณะนี้มีคนไข้นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 150 คน มีทั้งคนไข้ที่รอผ่าตัด คนไข้ไอซียู 12 คน หากปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมห้องควบคุมระบบของโรงพยาบาลก็จำเป็นต้องปิดโรงพยาบาลและต้องย้ายคนไข้ไปรักษาที่อื่น ซึ่งวันนี้เราสามรถควบคุมปริมาณน้ำเอาไว้ได้ แต่ในวันพรุ้งนี้เรายังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้เราได้มีการวางแผนอพยพคนไข้เอาไว้แล้ว ว่าถ้าหากไม่สามารถกู้โรงพยาบาลไว้ได้ เราก็ต้องย้ายผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่น ซึ่งมีการจับคู่เอาไว้แล้ว


ชาวองค์รักษ์กัดฟันยอมท่วมทุ่งนาช่วยเมืองหลวงต่อ



         นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เปิดเผยว่าวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมระหว่างจังหวัดนครนายกร่วมกับกำนันและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 11 แห่งใน อ.องค์รักษ์ เพื่อประมวลสถานการณ์น้ำท่วมภายหลังมีมติร่วมกันให้ อ.ององค์รักษ์เป็นแก้มลิงช่วยแบ่งเบามวลน้ำที่ไหลสู่ กทม. 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ประชุมร่วมกันยังเห็นชอบร่วมกันให้กรมชลประทานอุดไซฟ่อนจำนวน 10 กว่าที่บริเวณคลอง 14 -17 ท่อ เพื่อขังน้ำไว้ในที่ทุ่งอำเภอองค์รักษ์ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อให้คลองหกวาตอนล่างได้พร่องน้ำสู่บางน้ำเปรี้ยว-คลองพระองค์เจ้าชัยยานุชิต-คลองแสนแสบและไปสู่คลองด่านก่อนสูบออกสู่ทะเล เพื่อให้บริเวณคลองหกวาตอนล่างมีพื้นที่รองรับน้ำจากคลองรังสิตได้มากขึ้น

         ที่สำคัญเป็นการช่วยให้ระดับน้ำบริเวณคลอง 14 -17 ต่ำกว่าคลองรังสิต เพื่อเปิดทางให้น้ำจากคลองรังสิตไหลออกมาสู่ทิศตะวันออกได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นการช่วยลดปริมาณน้ำไหลสู่ กทม.ได้ระดับหนึ่ง โดยตนได้ขอให้ชาวองค์รักษ์อดทนรองรับน้ำช่วยเมืองหลวงอีกนิดหนึ่ง ซึ่งพื้นที่ทุ่งองค์รักษ์อาจแห้งช้ากว่าปกติไปอีกสักระยะแต่เชื่อว่าคงไม่นาน พร้อมระบุขณะนี้มีผู้อพยพมาเข้าศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดนครนายกแล้ว 1,900 คน ซึ่งยังรองรับได้อีกประมาณ 3,000 คน อย่างไรก็ตามสำหรับผู้มีฐานะยังมีที่พักทั้งโรงแรมและรีสอร์ทว่างอีกประมาณ 1 พันห้องที่จะรองรับผู้อยากหนีน้ำท่วมมาพักผ่อน โดย