ข่าว

น้ำเจ้าพระยาท่วมชั้นใต้ดินรพ.สมุทรปู่เจ้า

น้ำเจ้าพระยาท่วมชั้นใต้ดินรพ.สมุทรปู่เจ้า

31 ต.ค. 2554

เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง จึงทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนปชช. สูงเกือบ 1 ม. และน้ำได้ไหลเข้าไปที่ชั้นใต้ดิน รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้า

          จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงทำให้ชาวบ้านที่อยู่สองฝั่งเจ้าพระยาได้รับผลกระทบ หลังถูกน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บางที่สูงเกือบ 1 เมตร ในขณะเดียวกันปริมาณน้ำที่สูงได้ไหลทะลักเข้าท่วมที่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู้เจ้า ซึ่งอยู่ติดกับคลองมหาวงษ์ ที่เชื่อมต่ออยู่กับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าไปท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเราทั้งผู้ช่วยแพทย์พยาบาลต้องลงมาช่วยกนเอากระสอบทรายมีตั้งเป็นคันกันสูงกว่า 150 เซนติเมตร และช่วยกันวิดน้ำออกจากชั้นใต้ดิน

          เนื่องจากที่ชั้นใต้ดินดังกล่าว เป็นหัวใจหลักของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุดคอนโทรนไฟฟ้าทั้งโรงพยาบาล เพื่อสถานที่ตั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง และยังเป็นที่ตั้งของห้องเครื่องผลิตออกซิเจน ที่ใช้สำหรับคนไข้อาการหนัก และห้องสโตว์ยาเวชภัณฑ์ ทางโรงพยาบาลและพนักงานต้องช่วยกันป้องกันอย่างเต็มที่หากปล่อยให้น้ำทะลักเข้าไปสร้างความเสียหายให้แก่ระบบการทำงานของห้องควบคุมระบบต่าง ๆ ของโรงพยาบาลคนไข้อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

          ด้านนายแพทย์พิพัฒน์ พงศ์รัตนามาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า ได้เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้ามาที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วเข้าไปท่วมห้องใต้ดิน ซึ่งมาห้องเยนเรเตอร์ห้องเครื่องต่าง ๆ ห้องสต๊อกยาเวชภัณฑ์ รวมไปถึงห้องครัว ขณะนี้พนักงานทุกคนประมาณ 300 คนได้ช่วยกันต่อสู่กับน้ำ โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลพันธมิตรต่าง ๆ ที่นำเครื่องสูบน้ำและคนงานมาช่วย

          โดยปริมาณน้ำได้ทำลายกำแพงปูนของทางโรงพยาบาลจนเป็นรูโหว่ ก่อนที่น้ำจะไหลทะลักเข้ามาด้านใต้อาคารเข้ามาท่วมชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะนี้มีคนไข้นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 150 คน มีทั้งคนไข้ที่รอผ่าตัด คนไข้ไอซียู 12 คน หากปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมห้องควบคุมระบบของโรงพยาบาลก็จำเป็นต้องปิดโรงพยาบาลและต้องย้ายคนไข้ไปรักษาที่อื่น ซึ่งวันนี้เราสามารถควบคุมปริมาณน้ำเอาไว้ได้ แต่ในวันพรุ่งนี้เรายังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้เราได้มีการวางแผนอพยพคนไข้เอาไว้แล้ว ว่าถ้าหากไม่สามารถกู้โรงพยาบาลไว้ได้ ก็จำเป็นต้องย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอื่น