ข่าว

'ปู'ชิ่งหนีคำถามคลองสามวายังปิดถนน

'ปู'ชิ่งหนีคำถามคลองสามวายังปิดถนน

31 ต.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" กลับบ้านตั้งแต่บ่ายสามคาดกทม.ไม่วิกฤติกว่านี้ แหวกวงล้อมสื่อหลังเจอถามชาวคลองสามวาปิดถนนจี้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม โบ้ยถามกรมชลแทน วอนให้เห็นใจบ้าง ขณะที่การเจรจาไม่ลงตัวยันต้องเปิด 150 ซม.

    เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 31 ต.ค.2554  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางออกจากศปภ. เพื่อเดินทางกลับบ้านพักถึงกรณีการตกลงระหว่างรัฐบาลกับชาวบ้านชาวเขตคลองสามวาที่ไม่พอใจการเปิดประตูระบายน้ำว่า เรื่องของคลองสามวานั้นเพราะมวลชนมีความเป็นห่วง ดังนั้นต้องปรับในเรื่องของการหรี่น้ำบานประตูระบายน้ำที่คลองสามวาให้ลดลงไป เพราะเป็นห่วงในส่วนของนิคม จึงได้มีการหารือแนวทางกันเรียบร้อยแล้วคงไม่มีปัญหาแล้ว และคงต้องทำการซ่อมแซม

    เมื่อถามว่าสรุปแล้วการจัดการที่คลองสามวาเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้เปิดเต็มที่ เพราะต้องมีการหรี่ลงบ้างเพื่อจะบรรเทาปริมาณน้ำ แต่ต้องควบคุมในส่วนของปริมาณประตูน้ำบานอื่นลงไป ซึ่งได้มีการหารือกันในหลักการและมีความเข้าใจตรงกันเรียบร้อยก็ไม่มีปัญหาแล้ว

    ส่วนพื้นที่อื่นที่จะเป็นพื้นที่รับน้ำต่อ เช่น เขตมีนบุรี และ ลาดกระบัง มีความมั่นใจว่าเราจะสามารถคุยกับประชาชนได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า คะ ได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนทุกส่วน และทุกคนได้ช่วยกันอธิบายในทุกภาคส่วน การทำทุกอย่างเราพยายามที่จะไม่ให้มีผลกระทบมากนัก และมีการหารือกับมวลชนแล้ว โดยต้องทำงานไปแก้ไป และในส่วนของการทำงานเราใช้วิธี คือให้คณะทำงานลงพื้นที่เพื่อไปดูและปรับหาความเหมาะสม ความสมดุลกับพื้นที่เลย ซึ่งจะใช้วิธีนี้เอาจะได้เป็นการพูดจากันทั้งสองฝ่าย

    เมื่อถามว่าสำหรับการเยียวยาในพื้นที่จะมีความชัดเจนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะให้คนที่ลงพื้นที่สามารถมีดุลยพินิจในการที่จะเจรจาได้ และเราขอเรียนว่าบางครั้งไม่ใช่การเยียวยา เพราะการเยียวยาเรามีระบบการดูแลอยู่แล้ว แต่สุดท้ายแล้วการฟื้นฟูที่ต้องดูแลประชาชนแถบนั้นเราต้องกลับไปแน่นอน

    ต่อข้อถามที่ว่า ประเมินสถานการณ์น้ำล่าสุดทิศทางจะไปทางไหน นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเรามีการควบคุมจุดต่าง ๆ ไม่ให้แนวทางคันกั้นน้ำแตก และสถานการณ์น้ำในวันถึงสองวันนี้น่าจะทรงตัว และค่อยๆลดลงหลังจากที่ปริมาณระดับน้ำทะเลลดลง ขณะเดียวกันน้ำในคลองต่างๆจะระบายได้ดีขึ้น

    เมื่อถามต่อว่าวันนี้ปริมาณน้ำได้ขยายพื้นที่มากขึ้น ไปทางรามอินทราและเกษตร นายกฯ กล่าวว่า ใช่ และน้ำที่ต้องขยายเพราะการบริหารจัดการน้ำที่กทม.เจอในส่วนของช่วงบนเรารักษาระดับน้ำให้คงที่และเกิดจากน้ำทะเลหนุนสูง จึงเกิดการเอ่อล้นเข้ามา ประกอบกับน้ำทะเลดันเข้ามาในส่วนของคลอง ทำให้น้ำในกรุงเทพฯเจิ่งนอง แต่โดยรวมจะไม่แตกหวือหวาถ้าไม่มีแนวคันกั้นน้ำแตก ฉะนั้นคงต้องดูวันสองวันนี้ คิดว่าสถานการณ์น่าจะทรงตัว

    ผู้สื่อข่าวถามว่าเวลานี้เกิดความสับสนเรื่องของมวลน้ำก้อนใหญ่ ตกลงยังอยู่บนเขื่อนหรืออยู่ที่จุด จ.นครสวรรค์ และอยุธยา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะอธิบายว่า “เดี๋ยวให้นักวิชาการอธิบายดีกว่าไหม เอาเป็นว่า เราคุยรวมๆก่อนดีไหม ตรงนี้จะให้ผู้รู้กรมชลประทาน อธิบายเพิ่มเติม แต่โดยรวมสิ่งที่เราพูดกันว่ามวลน้ำก้อนใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่ดีขึ้น มวลน้ำก้อนใหญ่ได้ถูกระบายลงไปตามคันคลองต่างๆมากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำที่อยู่ในเขื่อนบริเวณ จ.นครสวรรค์ ,ชัยนาท มีปริมาณคงที่ และค่อยๆลดลงตามลำดับ สิ่งที่เราเป็นห่วงว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จะลดลงไป แต่ไม่ได้หมายความว่ามวลน้ำจะหมดไป คงจะค่อย ๆ ไหลและผ่านระบบประตูน้ำ และการสูบน้ำ

    เมื่อถามว่า กรุงเทพฯ จะไม่วิกฤติไปมากว่านี้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า "คาดว่าอย่างนั้น"

    ส่วนที่ยอมเปิดประตูคลองสามวาความเสี่ยงของเขตอุตสาหกรรมบางชันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้ให้หลักการไปว่าไม่เปิด 100เปอร์เซ็นต์ เราหรี่ลง เพราะห่วงนิคมอุตสาหกรรม จึงให้กทม.และคณะบริหารติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำลงไปดู และให้เปิดปริมาณที่ไม่กระทบกับนิคมอุตสาหกรรมบางชัน

    ส่วนที่ล่าสุดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านเขตคลองสามวาได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มอีก 70 เซนติเมตร เป็น 150 เซนติเมตรแต่ กทม.เปิดประตูระบายน้ำ 80 เซนติเมตร แนวทางที่นายกฯ มอบไปเป็นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตกลงกันแล้วที่ 80 ซม.เรียบร้อยแล้ว
 
    เมื่อถามย้ำว่าการขอให้เปิดเพิ่มจากที่เปิด 75 ซม. ตกลงแนวทางเป็นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยสีหน้ามึนงงว่า “อะไรคะ มัน ร้อยนึง แล้วจะเปิดอีก 70 ซม. ได้ยังไง ถามใหม่ได้ไหมคะ อะไร ยังไง ตรงนี้ไปถาม กรมชลฯดีกว่าไหมคะ ทำไมต้องมาถาม เดี๋ยวนะคะถามยังไงนะคะ”

    ผู้สื่อข่าวพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์และถามว่า หมายถึงตอนนี้ชาวบ้านอีกฝั่งอยากให้เปิดเพิ่ม 70 ซม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ขออนุญาตนะคะ เมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค. เดิมทีเขาอยากจะเปิด 70 ซม. เรามาขอต่อรองกันไป สุดท้ายจบที่ 80 ซม.แบบนั้นคะ

    ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าทุกอย่างจบแล้วจะไม่มีปัญหาอะไรขึ้นมาอีกใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หันมาทางผู้สื่อข่าวพร้อมนำมือจับไปที่แขนนักข่าวที่ตั้งคำถามว่า "ถามอย่างนี้เหรอคะ ขอโทษเถอะ เห็นใจกันบ้างเถอะคะ"

    จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์แหวกวงล้อมสื่อด้านข้างและเดินหนีการตอบคำถามด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ที่สื่อพยายามไล่บี้ถามคำถามต่อกรณีที่ชาวบ้านคลองสามวาทะเลาะกันเรื่องการเปิดประตูระบายน้ำของรัฐบาล

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายกฯ เดินทางกลับไป คนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พยายามเดินมาชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงข้อพิพาทของชาวบ้านที่ต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำที่คลองสามวา โดยล่าสุดปัญหาได้ยุติลง โดยนายกฯ ได้เซ็นตามข้อเสนอของ กทม.และชาวบ้านที่ตกลงจะเปิดประตูระบายน้ำ 1 เมตร แล้ว จากนั้นได้สอบถามถึงคำถามที่ทำให้นายกฯ มีสีหน้าไม่พอใจ


ชาวคลองสามวาคุยไม่ลงตัวปิดถนนกดดันให้เปิดประตูระบาย150ซม.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเช้าที่บริเวณคลองสามวาค่อนข้างโกลาหล เนื่องจากชาวบ้านไม่พอใจที่ให้เปิดประตูระบายน้ำ 80 ซ.ม. เพราะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้ำไม่ยุบลง จึงมีการรวมตัวกันอีกครั้งที่บริเวณสะพานข้ามคลองสามวา และโห่ร้องแสดงความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ และเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก 70 ซ.ม. โดยมีนายจิรายุทธ ห่วงทรัพย์ ส.ส.เพื่อไทย ได้มาอธิบายกับชาวบ้านว่าหลังจากหารือกับทางกทม. แล้วยอมเปิดเพิ่มขึ้นอีก 50 ซม. เพราะหากเปิดเพิ่มมากกว่านี้ จะให้น้ำไหลไปทางมีนบุรีมากขึ้น และจะทำให้น้ำทางคลองหกวาที่อยู่ตอนบนของคลองสามวาโถมตัวมาเร็วในปริมาณมาก ทำให้บังเกอร์ที่บริเวณสายไหมรับไม่ไหวและถล่มลงมา ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนเพิ่มขึ้น

    ดังนั้นทางออกที่ดีที่ดีสุดคือจะค่อยๆเปิดเพิ่มทีละ 5 ซม. แต่ชาวบ้านไม่พอใจและไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว เพราะเห็นว่าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจึงได้นำจอบเสียมไปขุดที่หูประตูเพื่อหาทางระบายน้ำให้ได้ และที่เป็นปัญหาคือไม่มีตัวแทนแกนนำในการตัดสินใจเจรจากับภาครัฐได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าไปห้ามแต่ทำได้ยาก เพราะมวลชนมีอารมณ์ที่ร้อนแรง นอกจากนี้ที่เป็นปัญหาคือ ไม่มีการแจ้งจากภาครัฐว่า ชาวบ้านสามารถอพยพไปอยู่จุดไหนที่ปลอดภัยได้

    ขณะที่ช่วงเที่ยง ชาวบ้านก็ยังไม่พอใจและมารวมตัวที่ถนนนิมิตรใหม่ บริเวณแยกไทยมิตร เชื่อมถนนหทัยมิตร และถนนหทัยราษฎร์ โดยได้นำกระสอบทรายมาปิดกั้นไว้ ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ รถที่มาต้องกลับรถออกไป ส่งผลให้การจราจรติดขัด ซึ่งชาวบ้านได้เรียกร้องให้เปิดประตูรายบายน้ำจนสุดบาน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยควบคุมสถานการณ์ แต่ไม่มีตัวแทนจากภาครัฐทั้งจาก ศปภ. และกทม. ที่มีอำนาจตัดสินใจว่าเปิดประตูระบายน้ำได้หรือไม่  และยังไม่มีการเจรจาใดๆ โดยชาวบ้านได้มารวมตัวกันมากขึ้นประมาณ 400 คนแล้ว

    อย่างไรก็ตาม ประตูระบายน้ำดังกล่าว ได้กั้นเขตคลองสามวาตะวันตกและออก เหนือ กทม. ขณะที่ฝั่งซ้ายเป็นฝั่งมีนบุรี บางชัน ซึ่งระดบน้ำสองฝั่งต่างกัน 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ด้านเหนือคลองสามวาได้รับผลกระทบน้ำเอ่อสูงมาก ต้องมาอาศัยอยู่ที่ถนนเลียบคลอง ขณะที่อีกด้านน้ำยังไม่เอ่อเท่ากับคลองสามวา