ข่าว

 กกท.ปรับลดแผนผลักดันกีฬาสู่อาชีพ

กกท.ปรับลดแผนผลักดันกีฬาสู่อาชีพ

02 พ.ค. 2552

กกท.เตรียมปรับลดแผนผลักดันกีฬาสู่อาชีพจากเดิม 10 ชนิดกีฬา เหลือแค่ 3-5 กีฬา "พีระ ฟองดาวิรัตน์" รองฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ เผยเหตุได้รับการตั้งข้อสังเกตจากบอร์ด กกท. ว่าจำนวนชนิดกีฬาตามยุทธศาสตร์เดิมมีมากเกินไป


  ทำให้งบประมาณการสนับสนุนกระจัดกระจาย การปรับลดจำนวนกีฬาลงจะทำให้ทุ่มงบลงไปสนับสนุนได้เต็มที่มากกว่าเก่า ชี้ตอนนี้เล็งหั่นไว้แล้ว 3 กีฬา แต่ยังให้โอกาสทุกสมาคมกีฬาในโครงการได้แสดงผลงาน โดยจะให้เวลาอีกอย่างน้อย 5 ปี หากผลงานยังไม่กระเตื้องขึ้นก็มีสิทธิ์ถูกลดชั้นกลับไปเป็นกีฬาสมัครเล่นตามเดิม


 นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพ และสิทธิประโยชน์ เปิดเผยถึงแนวทางในการพัฒนากีฬาอาชีพของ กกท.ว่าจากที่ในปัจจุบัน กกท.ผลักดันกีฬาให้เป็นอาชีพตามยุทธศาสตร์จำนวน 10 ชนิด ให้ได้มาตรฐาน และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ จักรยานยนต์ โบว์ลิ่ง เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน เทนนิส กอล์ฟ สนุกเกอร์ อย่างไรก็ตามจากการหารือกับบอร์ด กกท.ได้รับความเห็นว่าจำนวนกีฬาในเวลานี้ค่อนข้างจะมากชนิดเกินไป ดังนั้นในอนาคตอาจจะต้องมีการปรับลดให้เหลือประมาณ 3-5 ชนิดเท่านั้น เพื่อจะได้ทุ่มงบประมาณในการสนับสนุนลงไปได้อย่างเต็มที่มากกว่าเดิม เพราะที่เป็นอยู่งบประมาณค่อนข้างจะกระจายเป็นอย่างมาก


 รองผู้ว่าการ กกท.กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการปรับลดชนิดกีฬาลงนั้น ยังไม่ทำในเวลาอันใกล้นี้ โดย กกท.ยังให้โอกาสทุกชนิดกีฬาพิสูจน์ตัวเองอีกระยะหนึ่งเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี หากการดำเนินการต่างๆ ของแต่ละชนิดกีฬายังไม่ดีขึ้น แนวโน้มดูแล้วไม่สู้ดี ในที่สุดก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนฐานะของกีฬาอาชีพในปัจจุบันเป็นกีฬาสมัครเล่น โดยเวลานี้ที่มองๆ ไว้มีไม่น้อยกว่า 3 ชนิดกีฬาที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยง พัฒนาเป็นกีฬาอาชีพได้ยาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นกีฬาใดบ้าง


 ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา มีความเห็นอยากให้ฝ่ายกีฬาอาชีพ สนับสนุนกีฬามวยไทยอาชีพ มวยสากลอาชีพ เพราะปัจจุบันสถานการณ์ของ 2 กีฬานี้ไม่ค่อยดีนัก โดยกีฬามวยไทยอาชีพค่อนข้างซบเซา มีแต่เซียนพนันเข้าสนามมวย ส่วนมวยสากลอาชีพ ผู้จัดอยู่ในสภาวะขาดทุน และแชมป์โลกสถาบันหลักมีจำนวนน้อยลง นายพีระ กล่าวว่า กกท.มีกองทุนกีฬามวยที่ได้รับงบประมาณปีละ 30 ล้านบาท รองรับเรื่องการจัดการแข่งขันอยู่แล้ว แต่เป็นคนละส่วนกับฝ่ายกีฬาอาชีพ ซึ่งฝ่ายกีฬาอาชีพทำได้เพียงสนับสนุนงบประมาณลงไปที่ตัวองค์กรในการบริหารจัดการ ไม่สามารถสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันได้ ซึ่งในส่วนของสมาคมมวยไทยอาชีพ กกท.ก็ให้การสนับสนุนไปแล้ว 3 ล้านบาท