
'ปชป.'ซัด'พท.หาแพะรับบาป
'ปชป.'ดักคอ 'พท.' หาแพะโยนบาปแทน'ยิ่งลักษณ์' กล่าวโทษ'อ.กรมชล' บริหารจัดการและประเมินสถานการณ์น้ำผิดพลาด ซัดไร้ยางอายหาช่องเอาตัวรอด จี้รัฐใช้มาตรการเชิงรุก มอบ'จนท.' กวดขัน-จับกุม-ลงโทษเป็นตัวอย่าง 'ผู้ค้า' ขายสินค้าแพงซ้ำเติมทุกข์ 'ปชช.'
31 ต.ค.54 นายสกลธี ภัททิยะกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดูเหมือนมหกรรม หาแพะรับบาปในเหตุการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เริ่มขึ้นแล้ว เพราะเริ่มมีบรรดาสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และส.ส.พรรคเพื่อไทยเรียงแถวออกมากล่าวโทษ การทำหน้าที่ของนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน โดยโยนความผิดพลาดในการบริหารจัดการและประเมินสถานการณ์น้ำผิดพลาดว่า เป็นความผิดของกรมชลประทานเท่านั้น
ซึ่งเป็นการโยนความรับผิดของฝ่ายบริหารไปให้กับข้าราชการประจำ โดยคงจะลืมไปว่า ถ้าจะหาแพะรับบาปตอนนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล เพราะคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง ย่อมไม่สามารถปัดความรับผิดชอบในความล้มเหลว จากการบริหารสถานการณ์น้ำที่ผิดพลาดในครั้งนี้ไปได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทยในหลายจังหวัดต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส มิหนำซ้ำยังมีส.ส.เพื่อไทยบางคนยังกล้ากล่าวอ้างอีกว่า รัฐบาลนี้เพิ่งจะเข้ามาบริหาร ยังไม่มีโอกาสได้ปรับคนของตัวเอง เข้ามาและข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหา ก็ยังมีแต่คนของรัฐบาลประชาธิปัตย์
“เป็นการแก้ตัวที่ไร้ยางอายที่สุด เพราะตอนเกิดปัญหาอุทกภัยขึ้น รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้ามาทำหน้าที้ได้เกือบ 2 เดือนแล้ว แถมยังผ่านพ้นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่ประจำปีไปแล้ว หลายกระทรวง ดังนั้นการที่มัวแต่โทษคนอื่นในเหตุการณ์นี้ของคนพรรคเพื่อไทย จึงเป็นเพียงการตัดตอนเพื่อหาแพะและหาช่องเพื่อเอาตัวรอดให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นผู้นำรัฐบาลเท่านั้น แต่การหวังดีของบรรดาลูกหาบ ลิ่วล้อในครั้งนี้นอกจากทำให้พี่น้องประชาชนคนไทย ได้หูตาสว่างเห็นการดิ้นรนหนีตายปฏิเสธความรับผิดชอบจากความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์และการสั่งการ บริหารงานที่ล้มเหลวของนักการเมืองแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่มีน้อยอยู่แล้ว ยิ่งลดน้อยลงไปอีก เพราะได้แต่สั่งแต่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ความล้มเหลวที่ปฏิเสธไม่ได้และน่าเป็นห่วง นอกจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว คือ ความขัดแย้ง กระทบกระทั่งของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันโดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นแนวคันกั้นน้ำ โดยในบางพื้นที่ถึงขนาดมีการรวมตัวกันเพื่อรื้อแนวคันกั้นน้ำที่ราชการได้วางแนวป้องกันไว้ ทำให้ปริมาณน้ำได้ทะลักเข้ามาในพื้นที่กทม.เพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งที่พื้นที่ กทม.บางส่วนได้ประสบปัญหาน้ำท่วมขังปริมาณสูงอยู่แล้ว ซึ่งหากรัฐบาลยังไม่ยุติปมความขัดแย้งการกระทบกระทั่งของชาวบ้าน อาจขยายวงกว้างออกเป็นการจราจลได้ จึงขอเรียกร้องรัฐบาลว่า ถ้าท่านไม่อยากใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯตามที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เสนอแนะ จะด้วยเหตุผลหรือความหวาดกลัวอะไรก็ตาม ก็ขอได้โปรดสั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายออกมาทำหน้าที่ควบคุมความรุนแรงให้ได้ ถ้าไม่อยากให้เกิดวิกฤตปัญหาซ้ำซ้อนและควรเร่งเสนอมาตรการชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่ยอมรับน้ำใต้แนวคันกั้นน้ำให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน เพราะเขาจะได้ไม่รู้สึกว่า โดนทอดทิ้งจากรัฐบาลทั้ง ๆ ที่ต้องรับภาระน้ำไว้แทนคนที่อยู่ในแนวคันกั้นน้ำ
นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ขอให้รัฐบาลสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้กวดขันและควบคุมการจอดรถซ้อนคันบนสะพานข้ามแยกด้วย เพราะในหลายพื้นที่เริ่มมีปัญหาในการจราจรแล้ว จากการที่เจ้าหน้าที่ผ่อนผันมากเกินไป ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะใช้ช่องทางผ่านสัญจรไม่ได้
ส่วนกรณีการขายสินค้าราคาแพงเกินราคาซึ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชน รัฐบาลเองก็ใช้มาตรการตั้งรับ โดยให้ประชาชนต้องมาคอยแจ้งเจ้าหน้าที่ แทนที่จะใช้มาตรการเชิงรุกให้เจ้าหน้าที่กวดขันจับกุม ลงโทษเป็นตัวอย่าง เพราะแค่วิกฤตปัญหาน้ำท่วมพี่น้องประชาชน ก็แย่อยู่แล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกตรวจพื้นที่ก็จะพบทันที เพราะมีพ่อค้าแม่ค้าขายเกินราคากันอย่างเปิดเผย ไม่กลัวคำประกาศของรัฐบาลในการควบคุมราคาสินค้า
“ ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้แถลงมาอย่างต่อเนื่องแล้วว่า ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลคือ การเร่งฟื้นฟูและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้ แต่ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยทำหูทวนลมไม่สนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพราะส.ส.ของพรรคเพื่อไทยหลายคนได้เตรียมเสนอเรื่องที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพรรคพวกตนเองอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม เพื่อหวังรวบอำนาจกองทัพ
และล่าสุดได้เตรียมเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอลดอำนาจของ กกต.และแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้อำนาจในการสั่งยุบพรรคการเมือง เป็นการผิดกาลเทศะเป็นอย่างยิ่ง อยากถามไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ไม่คิดที่จะขอความร่วมมือส.ส.ในพรรคของท่านเลยหรือว่า ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลในยามนี้คืออะไร เพราะแค่นี้พี่น้องประชาชนก็วังเวงกับความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลอยู่แล้ว” นายสกลธี กล่าว



