ข่าว

'ปลอดประสพ'ชี้ฝั่งธนฯรับมือน้ำทะลัก

'ปลอดประสพ'ชี้ฝั่งธนฯรับมือน้ำทะลัก

31 ต.ค. 2554

'ปลอดประสพ' เผยมีมวลน้ำตกค้างเหนือกทม.ประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. คาดใช้เวลาระบายน้ำ 3-4 สัปดาห์จะกลับสู่สภาวะปกติ ส่วนพื้นที่ฝั่งธนฯอ่วม เตรียมรับสภาพน้ำทะลักเข้าท่วมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เว้นแม้แต่บ้านของ 'เฉลิม'

          31 ต.ค.54 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีปริมาณมวลน้ำจากภาคเหนือประมาณ 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ตกค้างอยู่บริเวณทางด้านทิศเหนือของกรุงเทพฯ ทั้งนี้ คาดว่ามวลน้ำดังกล่าวจะกระจายไปทางด้านตะวันออกและตะวันตกของ กทม.

          โดยมีน้ำบางส่วนไหลเข้าท่วมทุ่งเป็นจำนวนมาก และต้องรอให้แสงแดดจากพระอาทิตย์ ส่องลงมาที่มวลน้ำก้อนที่ค้างอยู่ในทุ่ง สุดท้ายจึงจะระเหยไปตามสภาพบรรยากาศ หรืออาจมีการน้ำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำจากพื้นที่เหล่านี้ย้ายไปยังจุดหนึ่ง แล้วส่งต่อลงไปตามแม่น้ำสายหลัก อย่างไรก็ตาม จึงพอสรุปประเมินได้เบื้องต้น ตอนนี้มีมวลน้ำเหนือ กทม. ที่ยังตกค้างทั้งสิ้น ประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. ประกอบกับคงต้องใช้ระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ ถึงจะระบายน้ำมวลนี้กลับเข้าสู่แม่น้ำสายหลัก จากนั้นจึงลงสู่ทะเลอ่าวไทย สุดท้าย กทม.จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

          พร้อมกันนี้ นายปลอดประสพ ยังกล่าวต่อว่า พื้นที่ทางทิศเหนือของ กทม. คงต้องเจอกับสภาพน้ำทะลักเข้าท่วมต่อไป เนื่องจากยังคงต้องรับปริมาณน้ำที่มาจาก จ.ปทุมธานี และคลองต่างๆ ส่วนพื้นที่ฝั่งทางตะวันตกของ กทม. จะหนักหน่อย เพราะจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ดังนั้น ปริมาณน้ำจะไหลแผ่ขยายเป็นวงกว้าง เรียกได้ว่า ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ จนเกือบเต็มพื้นที่ของฝั่งธนบุรี ทั้งนี้ บ้านที่อยู่อาศัยของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ย่านบางบอน ก็น่าจะถูกน้ำท่วมเช่นกัน จากนั้นมวลน้ำก้อนนี้ก็จะไหลผ่าน จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม อย่างแน่นอน แต่จะเป็นไปในลักษณะค่อยๆ ไหล ไม่มีการไหลเข้าท่วมแบบตั้งตัวไม่ทัน

          "กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกหนักหน่อย น้ำจะทะลักแผ่เป็นวงกว้าง ไหลเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งธนบุรีเกือบทั้งหมด ประมาณร้อยละ 80-90 ไม่เว้นแม้กระทั่งบ้านของ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่น่ารอด จะมีน้ำไปเยี่ยมถึงบ้าน แต่จะมากหรือจะน้อยก็เป็นอีกเรื่อง" นายปลอดประสพ กล่าว

          ขณะเดียวกัน รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ยังกล่าวถึงพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก ว่า จากการสำรวจเมื่อคืนที่ผ่านมา จะพบว่าปริมาณน้ำทุ่งรังสิตเริ่มคงที่ จึงสามารถตีความได้ 2 อย่าง คือ 1.ปริมาณน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือเริ่มหมดแล้ว 2.การผันน้ำเริ่มไปสู่ทิศตะวันออกของ กทม.มากขึ้น แสดงถึงสัญญาณที่ดี เนื่องจากหากมวลน้ำเริ่มคงที่ ไม่เพิ่มขึ้น จะทำให้แนวป้องกันต่างๆ อาทิ บริเวณคลองหกวาสายล่าง คลองสอง ความกดดันจากแรงดันของน้ำจะลดลง จนแนวป้องกันสามารถต้านทานได้ มิเช่นนั้นหากยังมีปริมาณน้ำไหลมาสมทบ อาจจะทำให้แนวเขื่อนป้องกันแตก จนมีปริมาณน้ำมหาศาลไหลเข้าท่วมพื้นที่ของประชาชนได้

          อย่างไรก็ตาม หากการผันน้ำมาทางด้านตะวันออกของ กทม.มากขึ้นนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังหรือไม่นั้น นายปลอดประสพ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คราวนี้คิดว่าน่าจะรอด เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ กทม. เป็นไปในลักษณะค่อยๆ ไหลซึมมาอย่างช้าๆ ไม่ใช่ไหลแบบ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะตอนนี้อยากให้น้ำมาฝั่งนี้ ยังไม่ค่อยจะมา ดังนั้น นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังน่าจะรอดจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

 

ผู้ว่าฯปากน้ำหวั่นใจน้ำเหนือเปลี่ยนทิศ

          นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำเหนือว่า น้ำเหนือที่ไหลทะลักเข้ากรุงเทพนั้น ขณะนี้น่าเป็นห่วงทางฝั่งอำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์เป็นอย่างมากเพราะดูจากแผนที่แล้ว มวลน้ำได้มาทางฝั่งธนบุรีพบว่าเส้นทางการไหลของน้ำอาจเปลี่ยนเข้ามามาทางทุ่งครุ และเข้ามาทางอำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ได้ คาดว่าเส้นทางของน้ำจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน น่าจะมาถึงจังหวัดสมุทรปราการ จึงได้กำชับทางอำเภอพระประแดงและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวสมุทรปราการได้