ข่าว

'ปชป.'ซัดโปรเจค'นิวไทยแลนด์'

'ปชป.'ซัดโปรเจค'นิวไทยแลนด์'

31 ต.ค. 2554

'ปชป.' ซัด โปรเจค 'นิวไทยแลนด์' ชี้ รัฐบาลจะนำเงินจากแหล่งใดมาดำเนินการ แนะให้กำหนดเป็นวาระแก้ไขแห่งชาติ มีคณะกรรมการศึกษา และรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม

          31 ต.ค. 54 จากกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดต่อแผนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย ด้วยโปรเจค “นิวไทยแลนด์” โดยใช้งบประมาณ ประมาณ 8 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาระบบน้ำของประเทศ นั้น ทางสมาชิกรัฐสภา ต่างแสดงความกังวลถึงแหล่งที่มาของงบประมาณที่จะนำมาใช้

          โดย นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา กล่าวว่าจากแนวคิดของโปรเจค “นิวไทยแลนด์” เพื่อฟื้นฟูประเทศนั้น ตนเห็นด้วย แต่ตนมีข้อกังวลว่ารัฐบาลจะนำเงินจากแหล่งใดมาดำเนินการ ดังนั้นรัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า เป็นงบตาม ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2555 หรือ ออกเป็นพระราชกำหนด หรือกู้ยืมจากสถาบันการเงิน นอกจากนั้นแล้วในส่วนของรายละเอียดโครงการตามเม็ดเงินที่ใช้จ่าย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจน

          “เบื้องต้นผมมองว่าเรื่องการแก้ไขปัญหาระบบน้ำทั้งประเทศ รัฐบาลควรยกให้เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพและมีรูปแบบการทำงานแบบคณะกรรมการ มีการศึกษาข้อมูล แผน การปฏิบัติ และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน อาทิ นักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ, สมาชิกรัฐสภา และ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพราะผมมองว่าการแก้ไขปัญหาระบบน้ำทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อน หรือ ฟลัดเวย์ นั้นอาจสร้างผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง เป็นระยะเวลานานหลายปี ดังนั้นจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่” นายอนุรักษ์ กล่าว

          นายอนุรักษ์ กล่าวอีกว่าก่อนที่จะปิดสมัยประชุมสามัญ ของวุฒิสภา ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางสมาชิกวุฒิสภา เตรียมยื่นญัตติของเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ต่อประธานวุฒิสภา ตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐบาลได้ชี้แจงต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย และการฟื้นฟูภาพรวมของประเทศ

          ด้านนายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขงบประมาณที่รัฐบาลจะใช้ในโครงการนิวไทยแลนด์ ที่ระบุผ่านสื่อจำนวน 8 แสนล้านบาท นั้น รัฐบาลจะนำงบมาจากไหน เพราะขณะนี้รัฐบาลได้กำหนดวงเงินที่จะใช้ชดเชย ฟื้นฟู และเยียวยาเรื่องน้ำท่วม เพียง 1.2 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ไม่ได้ระบุถึงส่วนโครงการนิวไทยแลนด์แต่อย่างใด หากรัฐบาลเลือกที่จะกู้เงินเข้ามาใช้จ่าย ควรคำนึงถึงภาระหนี้ที่จะเกิดกับคนทั้งประเทศด้วย

 

'ปชป.'เสนอตัวขอกระจายของบริจาคถึงมือผู้ประสบภัย

          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า อยากให้รัฐบาลแบ่งการแก้ปัญหาออกเป็น 2 กรณี คือ 1.การบริหารพื้นที่ที่ยังไม่ท่วมมากนัก โดยรัฐบาลควรให้กฎหมายพิเศษเข้าไปดูแลปัญหาความขัดแย้งของประชาชนที่ต้องการปกป้องพื้นที่ตัวเอง และข่มขู่เจ้าหน้าที่ โดยรัฐบาลต้องหามาตรการบริหารสถานการณ์เหล่านี้ ด้วยกฎหมายพิเศษก็ได้ เพราะรัฐบาลเลือกที่จะปฏิเสธประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่ฝ่ายค้านเสนอไปแล้ว

          2. พื้นที่ที่น้ำท่วมแล้ว รัฐบาลต้องแก้ปัญหาความโกลาหลในการอพยพประชาชน เพราะที่ผ่านมา เช่นที่เขตบางพลัด กทม. ประชาชนต้องดิ้นรนเอาตัวรอด โดยไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าช่วยเหลือ มีเพียงทหารที่เข้าช่วยอพยพเท่านั้น อีกทั้งยังเกิดปัญหาการขาดแคลนอาหาร และน้ำ สินค้าอุปโภค บริโภค มีราคาแพง มีปัญหาสาธารณูปโภค โดยเฉพาะเรื่องสุขาและเรือที่ยังขาดแคลนอยู่เป็นจำนวนมาก

          ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลปัญหาอย่างจริงจัง ตอนนี้รัฐบาลมองข้ามปัญหาของประชาชน มองว่าเป็นเรื่องเล็กกว่าการกู้เงินที่รัฐบาลจ้องกู้เงิน 8-9 แสนล้านบาท เพื่อมาสร้างนิวไทยแลนด์ ขณะที่ประเทศไทยจมน้ำอยู่ครึ่งประเทศ และประชาชนยังเดือดร้อน แต่รัฐบาลกลับละเลย และเก็บของบริจาคไว้ในสต็อก โดยล่าสุดทีมงานของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าไปถ่ายรูปภาพสุขาและของบริจาคลอยน้ำอยู่ที่ดอนเมือง ซึ่งถือว่าสมกับชื่อสุขาลอยน้ำจริง ๆ ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงไม่ส่งไปช่วยเหลือประชาชน

          “พรรคประชาธิปัตย์ขอฝากไปยังรัฐบาลด้วยความจริงใจว่า ถ้ารัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการของบริจาคเหล่านี้ได้ พรรคประชาธิปัตย์จะขอเสนอตัวเข้าไปรับผิดชอบในการรับสิ่งของเหล่านี้มาส่งต่อไปยังพี่น้องที่ประสบภัย โดยจะส่งไปยังประชาชนทุกกลุ่มในนามรัฐบาล จะไม่แบ่งแยกประชาชน ประชาชนที่ไม่ได้เลือกเรา เราก็จะรีบจัดส่งของเหล่านี้ไปให้ และจะเปิดโอกาสให้รัฐบาลตรวจสอบของทุกชิ้นว่าส่งไปที่ไหน ประชาชนกลุ่มไหนได้รับ ถ้ารัฐบาลต้องการความช่วยเหลือ พรรคประชาธิปัตย์ยินดีเสนอตัวเข้ามาใช้โครงข่ายของพรรคในการจัดส่งสิ่งของเหล่านี้ไปให้ถึงมือประชาชนที่เดือดร้อน ขอให้รัฐบาลใจกว้างพิจารณาข้อเสนอของเรา อย่าให้สิ่งของที่ผู้หวังดีบริจาคเข้ามาต้องเสียเปล่า” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

          ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยบอกว่า จะขอออกจากศปภ.เป็นคนสุดท้าย เพราะเป็นห่วงประชาชน ที่อยู่ในศูนย์พักพิงที่ดอนเมือง ถ้าให้ย้ายไปก่อนจะไม่สบายใจ แต่มาถึงวันนั้น นายกฯคงลืมสิ่งที่เคยพูด ไปแล้วเพราะมีการตัดน้ำ ตัดไฟ ทั้งที่ยังมีผู้อพยพอาศัยอยู่ จึงอยากให้นายกฯใช้ความเป็นผู้หญิงในการดูแลอย่างแท้จริงมากกว่าคำพูดสวยงามไปวันๆ

          อยากสรุปการบริหารงานของนายกฯ เป็น 4 ข้อ คือ 1. นายกฯต้องทบทวน ว่าอาจจะไม่รู้เรื่องการบริหารสถานการณ์อุทกภัย แต่อยากให้พิจารณาปิดจุดอ่อนของตัวเอง โดยการใช้คนที่มีความรู้มีประสบการณ์เข้ามาแก้ปัญหา ขณะนี้ดูเหมือนว่านายกฯจะพยายามดำเนินการอย่างนั้น แต่ก็เห็นว่ามีบางคนที่พยายามสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ทั้งที่ไม่มีความรู้ความสามารถ พยายามมาออกทีวีอยู่เป็นประจำ 2. นายกฯต้องระลึกว่าตัวเองเป็นนายกฯ ไม่ใช่ผู้ประสานงานระหว่างองค์กรต่าง ๆ แต่เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจในการแก้ปัญหา และท่านต้องมีอำนาจเด็ดขาดในการชี้นำประเทศว่าจะเดินไปทางไหน

          นายชวนนท์ กล่าวว่า 3. อยากให้รัฐบาลทบทวนการเข้ามาแทรกแซง ของกลุ่มส.ส.เสื้อแดงต่าง ๆ เพราะการทำงานของกลุ่มนี้เป็นเพียง ต้องการเอาตัวเองรอดจากสถานการณ์อย่างนี้ และมุ่งช่วยพี่น้องเสื้อแดงชัดเจน มุ่งแบ่งแยกประชาชนให้ชัดเจนมากขึ้น เช่นล่าสุดมีคนส่งภาพเรือที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีการเขียนคำว่า “ใช้ในราษฎรคนเสื้อแดงเท่านั้น”  ไม่ทราบว่ารัฐบาลมีส่วนรู้เห็นหรือไม่  แต่รัฐบาลต้องเข้าไปตรวจสอบ ตนไม่อยากให้ภาพเหล่านี้สร้างความแตกแยกในสังคมไทย