ข่าว

รมว.สธ. ยืนยันยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ

รมว.สธ. ยืนยันยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ

31 ต.ค. 2554

สธ.ยัน ไม่ปิดรพ. หนีน้ำท่วม เตรียมมาตรการรองรับ ยืนยันยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ เตรียมส่งแพทย์เยียวยาผู้อพยพศูนย์ดอนเมืองพรุ่งนี้ ประสานตำรวจจัดเรือเข้าพื้นที่

     31 ต.ค.54 นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของยาและเวชภัณฑ์ในช่วงสถานการณ์อุทกภัยขั้นวิกฤตว่า วันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานครหารือร่วมกันถึงแนวทางดังกล่าว โดยต้องการให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่วางไว้ จึงขอยืนยันว่า ในส่วนของยาและเวชภัณฑ์ไม่น่าเป็นห่วง เพียงแต่ต้องสังเกตว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะแผ่ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้หรือไม่ เชื่อว่าเราจะสามารถควบคุมได้

     ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำมีมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ไม่เกิน 1 เมตร ตนคาดว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามระบบและขั้นตอนก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับยาและเวชภัณฑ์ ส่วนแผนรองรับหากว่ายาและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอนั้น ทางองค์การเภสัชกรรมได้มีการหารือกับผู้ผลิตยา โดยจะให้อำนาจกับผู้ผลิตและผู้นำเข้ายา แจ้งชนิดยาที่นำเข้าเพื่อตรวจตราและควบคุมดูแล เพื่อให้อยู่ในมาตรฐานขององค์การอาหารและยา (อย.) และกระทรวงสาธารณสุข

     อย่างไรก็ตาม ทาง อย.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหายาและเวชภัณฑ์บางชนิดที่กำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที ซึ่งทางเลขาธิการ อย. ได้ยืนยันแล้วว่า จะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้แน่นอน ตนขอยืนยันว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนและยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ตนเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบ

     ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปดูแลผู้อพยพที่ศูนย์อพยพสนามบินดอนเมืองหรือไม่ นายต่อพงษ์ กล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ย.54 จะส่งหน่วยแพทย์เข้าไปดู ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ.10 ในฐานะโฆษก ศปภ.เป็นผู้ติดตามดูแลเรื่องนี้อยู่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเป็นผู้ประสานงานจัดเรือให้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อเข้าไปยังศูนย์อพยพดอนเมือง เนื่องจากติดในเรื่องของการเดินทาง เพราะต้องใช้เรือเข้าไปเพียงหนทางเดียวเท่านั้น โดยแพทย์ที่จะเข้าไปเยียวยานั้น จะมาจากกรมการแพทย์และกรมอนามัย ซึ่งจะเข้าไปดูในเรื่องของความสะอาดและสุขอนามัย ถึงแม้ว่าไฟฟ้าและน้ำประปาจะไม่สามารถใช้การได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การที่แพทย์ไม่สามารถที่จะปล่อยให้ผู้อพยพอยู่ตามลำพังได้ ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่า ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย ตามจรรยาบรรณของแพทย์จะไม่มีการทิ้งโรงพยาบาล จะไม่ปิดโรงพยาบาล จนกว่าจะไม่มีประชาชนเข้าไปใช้บริการ

     “ผมขอย้ำว่าตามจรรยาบรรณแพทย์จะอยู่กับผู้ป่วยจนนาทีสุดท้ายท่ามกลางสถานการณ์ที่วิกฤตเช่นนี้ ซึ่งแพทย์ก็ต้องการกำลังใจในการทำงานเช่นกัน และพร้อมที่จะยืนเคียงข้างกับผู้ประสบภัยจนนาทีสุดท้าย อย่าไปคิดว่าน้ำมาแล้วโรงพยาบาลจะปิด ไม่มีทางแน่นอน”นายต่อพงษ์ กล่าว