ข่าว

'มอเตอร์ไซค์น้ำ'เซอร์เวย์น้ำท่วม

'มอเตอร์ไซค์น้ำ'เซอร์เวย์น้ำท่วม

31 ต.ค. 2554

'มอเตอร์ไซค์น้ำ'เซอร์เวย์น้ำท่วม :ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

         หลังน้ำท่วมปีนี้มีไอเดียเจ๋งๆ ออกมามากมาย เพื่อคิดค้นหาหนทางยังชีพในยามวิกฤติ ล่าสุดมี "มอเตอร์ไซค์น้ำ" ไอเดียกิ๊บเก๋จาก พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ประยุกต์ดัดแปลงมอเตอร์ไซค์ติดปีกด้วย "วินเซิร์ฟ" จนสามารถขับโฉบเฉี่ยวบนผืนถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำขังไต่ระดับตั้งแต่ 30 ซม.จนถึงระดับเป็นเมตรได้อย่างสบายๆ แต่มีคำเตือนในใจว่า อย่าเสี่ยงไปลอยลำบนถนนลำคลองที่สายน้ำเชี่ยวกราก!!

          บริเวณหน้าสนามบินดอนเมือง "มอเตอร์ไซค์น้ำ" กำลังขับโฉบเฉี่ยวไปมาบนผิวถนนที่กลายสภาพเป็นคลองไปแล้ว พ.ต.ท.ไพรัช พุกเจริญ สวญ.ส.ทล.กก.8 บก.ทล. เผยถึงศักยภาพของเจ้ามอเตอร์ไซค์น้ำว่า จะนำมาใช้ในภารกิจ "สายตรวจ" คอยช่วยประสานความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ คอยประสานกับเรือเร็ว เรือกู้ภัย ว่ามีใครติดอยู่หรือไม่ ให้รีบไปช่วยเหลือ ซึ่งมอเตอร์ไซค์น้ำรองรับน้ำหนักได้ 3 คนรวมคนขับ สามารถขับเข้าซอยเล็กๆ แม้น้ำจะสูงแค่ 1 ฟุต ซึ่งเจ็ตสกีจะเข้าไปไม่ได้ แต่มอเตอร์ไซค์น้ำสามารถเข้าไปได้  

          เมื่อขับมาเรื่อยๆ ก็เจอคนเจ็บที่ลงน้ำไม่ได้ จึงรีบประสานเรือให้มารับ นอกจากนี้ยังใช้บรรทุกเสบียง-ชุดยังชีพได้ประมาณ 40 ชุด" พ.ต.ท.ไพรัชบอกถึงภารกิจ
 
          "การตรวจแบบนี้เหมาะสำหรับการเข้าไปในหมู่บ้าน ช่วยตรวจช่วยประสานงาน เวลาขับไปเจอประชาชนเขาก็จะตะโกนถาม บ้างก็ว่าแปลกดี แต่ตัวนี้สามารถวิ่งได้ในน้ำที่ไม่เชี่ยวมาก แต่ไม่แนะนำในแม่น้ำสายหลักเพราะน้ำจะเชี่ยวมากอาจเกิดอันตรายได้" ด.ต.เปรมวิศุทธ์ พัฒนอติพงศ์ ผบ.ผมู่ ส.ทล.กก.8.บก.ทล. เสริม

          วินเซิร์ฟ 2 แผ่นมาไว้ที่ฐานเพื่อรองรับน้ำหนัก สามารถรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 400 กิโลกรัม แล้วต่อโครงเหล็กก่อนมีการนำจักรยานยนต์มาวางไว้โดยมีการติดตั้งหางเสือไว้ที่ล้อหน้าเพื่อประกอบเข้ากับจานเบรก แล้วข้างหลังก็จะมีหางเสือรวมทั้งใบพัด และตัวมอเตอร์ไซค์ต้องมาเพิ่มสเตอร์, ใบพัด และโซ่ให้ไปหมุน รวมทั้งมีโครงเหล็กยึดมอเตอร์ไซค์ มีเชือกดึงเบรกไว้

          หลักการทำงานของมอเตอร์ไซค์น้ำนั้น พ.ต.ท.ไพรัชอธิบายวิธีการขับว่า เวลาจะเลี้ยวซ้ายขวาธรรมดาใช้เกียร์ต่ำ คือเกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 เท่านั้น และตอนนี้ยังมีปัญหานิดหน่อย เพราะเป็นตัวทดลอง เวลาขับต้องใช้น้ำหนักตัวเองหมุน เวลาเลี้ยวต้องใช้น้ำหนักช่วยในการเอียง ส่วนความเร็วถ้าวิ่งเทียบกับรถก็ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าวิ่งตามน้ำก็อยู่ที่ 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าทวนน้ำก็ไปเรื่อยๆ อาจจะมีหมุนบ้าง และข้อดีอีกอย่างคือ ไม่สร้างคลื่นที่จะไปกระทบกระสอบทรายหรือทำให้น้ำกระฉอกเข้าบ้านเรือน แถมเสียงเครื่องยนต์ก็ไม่ดังมาก

            ด้าน พล.ต.ต.นรบุญ เจ้าของไอเดีย "มอเตอร์ไซค์น้ำ" เล่าถึงแนวคิดนี้ว่า เมื่อตอนไปอยุธยามีการคนนำวินเซิร์ฟมาแจก ก็เคยคิดว่าถ้านำมอเตอร์ไซค์มาวางแล้วเชื่อมเหล็กก็น่าจะขับในน้ำได้ เหมาะเป็นสายตรวจน่าจะคล่องตัวสูง ตอนนี้กำลังจะนำมาเป็นสายตรวจมอเตอร์ไซค์น้ำ ขณะนี้กำลังทำใหม่อยู่อีก 6-7 ลำนั้น แล้วจะพัฒนาไปเรื่อยๆ เผื่อน้ำท่วมครั้งหน้าจะได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ช่วยเหลือประชาชนได้