
"อภิสิทธิ์"ย้ำเตรียมดูแลแรงงานนอกระบบ
ผู้ใช้แรงงาน เข้ายื่นข้อเรียกร้องนายกฯ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"ในวันแรงงาน นายกฯ โปรยคำหวานเตรียมยกระดับแรงงานนอกระบบให้ได้รับความดูแล
(1พ.ค.) เวลา 11.30 น. นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นางวิไลวรรณ แซ่เตียว ประธานคณะกรรมการสมาน ฉันท์แรงงานไทย พร้อมตัวแทนผู้ใช้แรงงาน เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 7 ข้อ ประกอบด้วย
1. การแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อคนงาน 2. ให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฉบับเดียว(ฉบับของขบวนการแรงงาน) 3. ให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(ฉบับบูรณาการร่วมของผู้ใช้แรงงาน) 4. รัฐบาลต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ 5. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ไอแอลโอ ฉบับที่ 87 และ 98
6. ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานสำนักงานประกันสังคม ให้มีความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน และขยายการคุ้มครองไปสู่แรงงานนอกระบบ 7. ให้รัฐบาลตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของแต่ละกองทุน
นอกจากนี้ตัวแทนผู้ใช้แรงงานยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับมาตรการการลดการเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคม เพราะผู้ใช้แรงงานไม่ได้รับผลประโยชน์แต่อย่างใด ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้รับข้อเรียกร้องและรับว่าจะนำข้อเรียกร้องไปศึกษาต่อไป
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวันวันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2552 ว่า ขอย้ำว่าผู้ใช้แรงงานเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญมากในการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เฉพาะในสิ่งที่เขาทำเท่านั้น แต่มีส่วนสำคัญต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม
"ปีนี้ก็เป็นปีที่มีความยากลำบากสำหรับผู้ใช้แรงงานแน่นอนเพราะปัญหาเศรษฐกิจ อยากเป็นกำลังใจให้ รัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแล พยายามทุกวิถีทางไม่ให้มีการเลิกจ้างหรือชะลอการเลิกจ้าง ดูแลผู้ได้รับผลกระทบให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็อยากให้แรงงานสัมพันธ์อยู่ในระดับที่ดี เพราะถ้าหากนายจ้างลูกจ้างไม่เข้าใจกันการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ยากขึ้น และจะส่งผลกระทบกับทั้งสองฝ่าย สิ่งที่สำคัญ ความจริงเรามีผู้ใช้แรงงานกว่า 20 ล้านคน แต่ที่อยู่ในระบบสวัสดิการมีไม่ถึง 10 ล้านคน จึงเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะเร่งทำต่อไปเพื่อยืนยันว่าในอนาคตข้างหน้าคนกลุ่มนี้จะเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุด"
เมื่อถามว่าวิกฤติด้านแรงงานมีทิศทางเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเลขในเดือนมี.ค.-เม.ย.ดีขึ้น แต่เราก็ไม่ประมาทจะจับตาดูต่อไป



