
ทบ.ส่งสห.200นายช่วยระงับขัดแย้ง
รมว.กห. ควง "ผบ.ทบ" "ผบ.ทร." ตรวจน้ำท่วม "ทวีวัฒนา - ศาลายา" โอด ทอ.ก็เป็นผู้ประสบภัย ทบ. ส่ง สห. 200 นายเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ควบคุมสถานการณ์ความขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ต.ค.พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่1 และคณะได้เดินทางตรวจพื้นที่ เขตทวีวัฒนา ต.ศาลายา จ.นครปฐม ซึ่งกำลังประสบอุทกภัย โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทหารช่างของ ทบ. กำลังปิดพนังกั้นน้ำที่รั่วไหลจากคลองมหาสวัสดิ์เพื่อจะลดปริมาณน้ำในคลองทวีวัฒนา นอกจากนี้ยังได้ดูความเป็นอยู่ของประชาชน ว่าจะให้กองทัพจะสนับสนุนอะไรเพิ่มเติม ขณะนี้เรากำลังเร่งขอกระโจมที่พักให้กับประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ โดยได้โทรศัพท์ติดต่อประสานไปแล้ว รวมถึงการตั้งโรงครัวเพื่อช่วยเหลือผู้อพยพ ยานพาหนะในพื้นที่มีน้อย ซึ่งทาง ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับปากแล้วว่าจะช่วยทั้งรถและเรือในพื้นที่อพยพทั้ง 9 พื้นที่ ในเขตทวีวัฒนา
ต่อกรณีที่นายกระบุว่า สถานการณ์จะดีขึ้นในต้นเดือน พ.ย.นี้ แต่ปริมาณน้ำก็ยังเพิ่มสูงเหนือพนังกั้นน้ำขึ้นทุกวัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราก็หวังว่าจะปิดพนังกั้นน้ำให้ได้ โดยขณะนี้แล้วเสร็จไปแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ หากทำสำเร็จจะลดปริมาณน้ำได้มาก
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากประกาศ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2551 (พรก.ฉุกเฉิน) จะสามารถดูแลพื้นที่ได้ดีกว่านี้หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ต้องให้รัฐบาลพิจารณา พวกเราซึ่งเป็นทหารจะไม่พูดในเรื่องนี้ และตอนนี้เราก็ทำดีที่สุดแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการที่เมื่อย้าย ศปภ. ออกจากดอนเมือง แต่ยังมีผู้อพยพเหลืออีกกว่า 600 คน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถาม ศปภ. ขณะนี้กองทัพอากาศก็กำลังดูแลตัวเอง แม้แต่บ้านพักของ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. บ้านพักนายทหารชั้นผู้น้อย ก็ท่วมหมดแล้ว ทอ. ในฐานะเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ก็กลายเป็นผู้ประสบภัยเหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่บานปลาย เป็นเพราะะภัยธรรมชาติหรือการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ทางรัฐบาลพยายามเต็มที่และทำอย่างสุดความสามารถเท่าที่มีอยู่ และเราก็รู้ว่าทางรัฐบาลมีความพยายามอย่างนี้ และกองทัพก็พยายามอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนทุกทาง โดยเฉพาะเรามองความทุกข์สุขของประชาชนเป็นหลัก
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนได้หารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพถึงแผนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ที่ทหารทุกกองทัพนำกำลังออกมาช่วยเหลือกว่า 50,000 นายพร้อมยุทโธปกรณ์อย่างเต็มที่ ซึ่งกำลังพลต่างเหน็ดเหนื่อยกันถ้วนหน้าแต่ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นขอให้ประชาชนเข้าใจในหน้าที่ของทหารว่า เราพยายามทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดส่งสารวัตรทหารเข้าไปเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจตามคำขอ ซึ่งมีอำนาจทางกฎหมายอยู่ในระดับหนึ่ง ไม่เหมือนกับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งไม่มีอำนาจอะไร เพราะส่วนใหญ่จะมีหน้าที่ในการป้องกันและรักษาอธิปไตยมากกว่า ดังนั้นการที่จะส่งทหารพร้อมอาวุธออกไปมันต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน แต่เรื่อง พรก.ฉุกเฉิน ในขณะนี้เป็นปัญหาคนละปัญหากับทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหากจะมองในแง่ว่าใช้ พรก.ฉุกเฉิน แล้ว มีอำนาจเด็ดขาด
“ผู้ที่ต้องรับกฎหมายมาปฏิบัตินั้นคือประชาชน ซึ่งอาจจะเป็นประชาชนกลุ่มที่พังคันกั้นน้ำ แล้วผู้ปฏิบัติก็คือทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองผู้ปฏิบัติ คือ เจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงาน ส่วนผู้ถูกปฏิบัติ คือ ประชาชนที่ทำผิดกฎหมาย ดังนั้นไม่ว่าจะมี พรก.ฉุกเฉิน หรือ ไม่มี พรก.ฉุกเฉิน ก็ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ถึงไม่มี พรก.ฉุกเฉิน การดำเนินการก็ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง และเมื่อเกิดการกระทบก็ต้องเป็นคดีความต่อมา ซึ่งทุกคนก็คงเคยเห็นตัวอย่างมาแล้วเมื่อครั้งที่ผ่านมา การประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ก็คือการห้ามเข้าห้ามออก ดังนั้นกรณีนี้ก็จะหมายถึงการห้ามเข้าห้ามออกในบริเวณคันกั้นน้ำ ถ้าเข้ามาก็จะถูกจับกุมดำเนินคดี แต่ผมอยากถามว่าทำได้หรือไม่ คนไทยจะควบคุมได้หรือไม่ ครั้งที่แล้วทำได้หรือไม่ คดีก็ยังคาอยู่จนถึงวันนี้ ถ้ารัฐบาลคิดค่ามันคุ้มค่า หรือใครคิดว่าคุ้มค่าแล้วก็ประกาศมาผมทำได้อยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับกองทัพการมี พรก.ฉุกเฉิน กับไม่มีแตกต่างกันอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ที่ผลสัมฤทธิ์ว่าต้องการอะไร คือ ไม่ให้ชาวบ้านเข้ามาละเมิดคันกั้นน้ำ มาพังคันกั้นน้ำ นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ แล้ววิธีที่จะควบคุมตรงนั้นคืออะไร ก็คือการบังคับใช้กฎหมาย แล้วการบังคับใช้กฎหมายมันมีอยู่ 2 อย่าง คือ กฎหมายปกติ กับ กฎหมาย พรก.ฉุกเฉิน ถ้าใช้ พรก.ฉุกเฉิน ก็โอเคสามารถที่จะลุยได้เลย แต่ตนอยากถามว่าแล้วลุยได้หรือไม่ ประชาชนคนไทยลุยได้หรือไม่ คือ การไล่จับกุมทั้งหมดตลอดแนว แล้วมันจะเกิดผลกระทบหรือไม่ จริง ๆ เราใช้กฎหมายปกติมันก็ได้อยู่แล้ว เพราะมันเป็นเพียงการละเมิด แล้วตำรวจต้องทำได้ แต่ขณะนี้ตำรวจเขาบอกว่าเขาทำไม่ไหว เขาไม่อยากกระทบกระทั่งกับประชาชน แล้วจะให้ทหารไปช่วย ตนอยากถามว่าแล้วทหารจะไปเป็นคนกระทบกับประชาชนหรือไม่ ดังนั้นจะต้องดูตรงนี้ว่าถ้าจะไม่ให้เกิดการกระทบกันเลย ก็ต้องใช้วิธีการพูดคุยเจรจา ทุกวันนี้ทหารไปเจรจาได้หมดทุกจุด ทุกครั้งที่ผ่านมาทหารไปคุยทั้งสิ้น ซึ่งชาวบ้านเขาก็โอเคยอมรับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า สห.ที่ส่งกำลังไปช่วยเหลือนั้นมีจำนวนเท่าไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีประมาณ 200 กว่านาย โดยเข้าไปบริเวณคลอง 6 วา คลองสอง หลักหก รวมทั้งคลอง 8 คลอง 9 ก็มีกระจายกำลังกันออกไป แต่จะให้ลงไปมากไม่ได้ แล้วเราก็ใช้อาวุธไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนที่ยังไม่ยอมออกมาจากอาคารนั้นเริ่มมีปัญหาในการยื้อแย่งอาหารกันแล้ว จะจัดการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตน็ได้เสนอผ่าน รมว.กลาโหม ไปว่าให้บอก ศปภ.เกี่ยวกับการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจนว่าใครจะรับผิดชอบตรงไหน อย่างไร เพราะเราต้องช่วยกันทำ ทหารเราลงพื้นที่ในเส้นทางหลัก ส่วนเส้น ทางย่อยเราก็ไปไม่ถึง ต้องมาหารือกันว่าเราจะแบ่งพื้นที่กันอย่างไร ใครจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เราต้องช่วยกันทำงาน
เมื่อถามว่าความไม่ชัดเจนอาจจะก่อให้เกิดการนำไปสู่การเกิดจลาจลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็หวังไม่ให้มันมี มันไม่มีก็อย่าไปยุมัน ตอนนี้น้ำท่วมคนไทยทะเลาะกันไม่ได้แล้ว ดังนั้นอย่าให้มันท่วมใจจะดีกว่า



