
'ปู'รับแนวคิด'ฟรีเวย์น้ำ'แม้วหารือ
นายกฯเรียก รมต. ประชุมแก้ปัญหาน้ำท่วม วอนอดทนอีกสองวัน รับนำแนวคิด "ฟรีเวย์น้ำ" ของ "ทักษิณ" เข้าหารือ
วันที่ 30 ต.ค.54 เวลา 10.00 น. น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย(ศปภ.) อาคารเอเนอร์จีคอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน โดยในวันนี้นายกรัฐมนตรีนั่งรถตู้โฟล์คสวาเก้นมาทำงาน พร้อมทั้งพา "น้องไปป์" หรือ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย และพี่เลี้ยงเดินทางมาที่กระทรวงพลังงานด้วยทั้งนี้รถของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ได้วนมาจอดด้านหน้าอาคาร และนายกฯได้เดินข้ามสะพานไม้ผ่านแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าของอาคาร ซึ่งเช้าวันนี้นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ชั้น15 อาคารเอเนอร์จีคอมเพล็กซ์
จากนั้นนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจุดที่น่าเป็นห่วงว่า ตนห่วงตามแนวคันคลองต่างๆที่ตั้งพนังกั้นน้ำ ที่ไม่อยากให้พังทลายและถูกดึงไปเพราจะทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้ถ้าเราดูจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอาจจะล้นแนวพนังกั้นแต่อาจจะเป็นการแตกที่แรงแต่อาจจะเป็นลักษณะที่เจิ่งนองซึ่งกทม.ก็จะต้องเร่งสูบน้ำ โดยเช้านี้ตนจะคุยกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเพราะว่ามีการมอบหมายงานชัดเจนแล้ว ก็จะดูสถานการณ์ว่าหลังจากทำงานแล้วตรงไหนจะดีขึ้นบ้าง อาทิ ที่คลอง 9 ปทุมธานีก็ดีขึ้น ซึ่งเป็นการลดแรงกดดันใต้ประตูจุฬาลงกรณ์ ซึ่งตัวประตูมีความแข็งแรงพอคงไม่พัง แต่ถ้าล้นจากแนวก็กลัวแนวที่กั้นไว้ที่คลองหกว่ามาที่คลองพระราชดำริก็เป็นห่วง
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ที่เราจะคุยกันเราจะบริหารเป็นบล็อคบล็อค ก็จะใช้แนวคันคลองต่างๆถ้าเป็นฝั่งตะวันออกก็จะใช้คลองระพีพัฒน์ออกสู่ทะเลแล้วก็มาแนวคลองหกวาสายล่าง “คือทุกอย่างจะบริหารเป็นบล็อคบล็อค”ในการชะลอน้ำไม่ให้เข้ากรุงเทพมหานคร แต่น้ำที่อยู่ในกทม.และไหลตามแนวคลองต่างๆกทม.ก็จะเร่งระบายอย่างเต็มที่
“คือต้องขอให้ทุกคนปฏิบัติตามที่คุยกันอย่างเคร่งครัดน่าจะทำให้สถานการณ์ต่างๆไม่แย่ลงไปกว่านี้ ขณะเดียวกันเราก็ต้องประคองกันไปทุกจุด จะไม่ใช่การปล่อยน้ำจากภาคเหนือลงมากรุงเทพโดยไม่พยุงเลย วันนี้จะเห็นว่าเรามีการชะลอน้ำประตู 1-5 เปิดเต็มในส่วนของ 6-13 เพื่อให้น้ำไหลทางฝั่งตะวันออก”นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์น้ำจะเริ่มคลี่คลายได้เมื่อไร นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ก็รออีกวันนึงค่ะ ถ้าพ้นวันที่ 31 ต.ค.ก็คือพรุ่งนี้ก็น่าจะเริ่มคลี่คลายลงได้ เราต้องต่อสู้กันอีกสองวันค่ะ เท่าที่ติดตามระดับน้ำทะเลก็จะไม่สูงกว่านี้ ก็คงจะเป็นประมาณนี้นะคะ ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่า 1.รักษาคันคลองให้ดี 2.ไม่มีฝนตกและพายุเข้ามาแรงเกินจากระดับน้ำทะเลคงจะน่าจะพอไม่แย่ไปกว่านี้"
ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงบ่นของประชาชนที่ยังถูกน้ำท่วมขังอยู่ว่าถูกทอดทิ้ง นายกฯ กล่าวว่า “กราบเรียนว่าเราไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชนค่ะ” เราเองแบ่งเป็นสองทีมทำงานอยู่แล้ว ในส่วนของการป้องกันน้ำที่กทม.ก็ชุดนึง ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูแลประชาชนก็มีอีกกลุ่มหนึ่ง
“เราเองก็ห่วงใยพี่น้องทุกท่านไม่แพ้กัน แล้วโดยเฉพาะผู้ที่ประสบอุทกภัยมีน้ำท่วมขังเวลานาน ก็คงจะขอรายละเอียดและมีการย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง ล่าสุดก็มีการย้ำค่ะว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชน อาจจะมีบางส่วนที่เราติดบ้างคือประชาชนที่อยู่ตามบ้านไม่ได้ออกมาอยู่ศูนย์ แต่ถ้าออกมาอยู่ที่ศูนย์ก็เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแลอย่างดี แต่ถ้าอยู่ตามบ้านซึ่งบางครั้งอาจจะติดขัดว่าอาจจะไม่สามารถไปบริการได้ทันท่วงทีเพราะเรามีทรัพยากรจำกัดและจำนวนบุคลากร แต่ยืนยันว่าเราไม่ทอดทิ้ง จะทำหน้าที่และย้ำสั่งการกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ไปดูแลประชาชน”นายกฯ กล่าว
ส่วนที่ประชาชนไม่ยอมออกจากบ้านเพราะห่วงทรัพย์สินเนื่องจากมีการโจรกรรมเกิดขึ้นแต่ก็ไม่มีตำรวจเข้าไปดูแลทั้งที่รัฐบาลประกาศให้ประชาชนอพยพนั้น นายกฯ กล่าวว่า ต้องบอกว่าเมื่อวานก็มีการหารือกับตำรวจก็มีการย้ำให้มีหน่วยลาดตระเวน อันนี้ก็ทำอย่างเต็มที่
“จริงๆวันนี้อาจจะเป็นบางพื้นที่ที่เป็นลักษณะที่เปลี่ยว ดิฉันแนะนำว่าพี่น้องประชาชนเอาความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลักก่อนเถอะค่ะ ณ วันนี้นะคะ แต่สำหรับเรื่องของทรัพย์สินต่างๆส่วนไหนถ้าเป็นห่วงและเป็นพื้นที่ที่เปลี่ยวก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลแทนดีกว่านะคะ ก็อยากเอาความปลอดภัยค่ะ” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รถจอดบนทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ถูกทุบกระจกหลายคัน นายกฯ ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ก็จะย้ำให้ก็แล้วกัน นะคะ ก็เจ้าหน้าที่ตำรวจเราระดมจากต่างจังหวัดเข้ามาแล้ว เราไม่ได้ใช้ของนครบาลและภาค1เท่านั้นเราก็ขอกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นมาด้วย
เมื่อถามถึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่น้ำท่วมดูเหมือนจะไม่มีเงาเลยทำไมไม่ดูและบ้านเรือนให้ประชาชน นายกฯ กล่าวว่า “ขอความเห็นใจหน่อยเถอะนะคะ ต้องขอความเห็นใจหน่อยเถอะค่ะเพราะว่าเจ้าหน้าที่เองก็ทำเต็มที่จริงๆแล้วก็ทำค่อนข้างเยอะ แล้ววันนี้จำนวนคนที่ต้องดูแลไม่ใช่แค่จำนวนผู้ประสบอุทกภัย 3 ล้านคน แต่เรากำลังดูแลภาวะวิกฤตินี้ทั้งประเทศด้วยกันก็ขอความร่วมมือแล้วก็ใครที่เป็นในส่วนของชาวบ้านช่วยขอให้เป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเถอะค่ะเพราะว่าตำรวจก็จะได้พร้อมเข้าไปดูแลทันทีบางครั้งอาจจะไม่สามารถลาดตระเวนได้ทั่วถึง แต่ก็จะย้ำจุดนี้ให้ทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน”
เมื่อถามว่ามีข้อเสนอของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในเรื่องของฟรีเวย์ นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นข้อเสนอหนึ่งก็จะรับไว้ ก็มีหลายแนว นี่ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่หลายคนเสนอ ก็เป็นแนวทางที่ดี ก็จะนำเรื่องนี้ไปคุยกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องไปศึกษาให้รอบคอบอีกครั้ง
ส่วนเรื่องการประกาศวันหยุดเพิ่มเติมนั้น นายกฯ กล่าวว่า จะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าสถานการณ์แบบนี้ ถ้าจะหยุดต้องหยุดจนสถานการณ์ดีขึ้นไม่อยากเป็นขยักๆ จะขอคุยวันนี้ก่อน
"นายกฯ"ชี้น้ำท่วมรอบนี้เป็นภัยระดับภูมิภาค กัมพูชา-ลาว-เวียดนาม โดนเหมือนกัน
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษที่กระทรวงพลังงานว่า ปกติแล้ว ระดับน้ำทะเลปัจจุบันจะขึ้นสูงตั้งแต่วันที่ 27 ถึง 31 ดังนั้นเหลือพรุ่งนี้อีกวัน อย่างไรก็ตามวันนี้ เช็คระดับน้ำทะเลแล้ว ต่ำกว่าเมื่อวานประมาณ 2 ซม. จึงหวังว่าระดับน้ำวันนี้กับพรุ่งนี้จะทรงตัว
เมื่อถามว่าขอให้สรุปสถานการณ์ในภาพรวม นายกฯ กล่าวว่า โดยรวมแล้ว นี่เป็นภัยธรรมชาติระดับภูมิภาค ไม่ได้เกิดเฉพาะในไทย เกิดในเพื่อนบ้านด้วย กัมพูชา ลาว เวียดนาม คนเสียชีวิตจากน้ำท่วมนี้ก็มากกว่าในไทยด้วย สำหรับกทม.ซึ่งเป็นปลายทางสู่ทะเล เราจึงต้องให้น้ำผ่านระบบระบายน้ำไป แต่เราต้องจัดการให้สอดคล้องกับระดับน้ำทะเลหนุนให้ดี มันอาจมีการท่วมนองในพื้นที่ใกล้ ๆ บริเวณสูบน้ำบ้าง บางพื้นที่
เมื่อถามว่าสำหรับในกทม.ชั้นใน จะปลอดภัยหรือไม่ นายก กล่าวว่า ตอบอย่างนั้นไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเล และความมั่นคงแข็งแรงของแนวถุงทราย ถ้าไม่ล้นแนวถุงทราย ก็โอเค เราก็จะทำให้ดีที่สุด
" ระบบของกทม. ก็จะแตกต่างจากของรัฐบาลด้วย เพราะจัดการโดย ผู้ว่า กทม. เราจึงต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อทำให้น้ำท่วม กทม. น้อยที่สุดอย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่า กทม. เป็นแค่ทางผ่านของน้ำ ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร เราเชื่อว่า จะฟื้นตัวได้เร็ว ๆ นี้ ขอบคุณค่ะ"นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าว



