
เข้าใจผิดคิดว่าตู้เอทีเอ็มถูกงัด
หวั่นน้ำท่วมตู้เอทีเอ็ม พนักงานมาเปิดตู้เซฟ นำกล่องบรรจุเงินออกไป แต่ใช้ผ้าเทปกาวปิดฝาหน้าตู้เซฟไว้ รอช่างซ่อมตู้มาถอดชุดจ่ายของตู้เอทีเอ็ม ผ้าเทปกาวหลุดฝาตู้เซฟเปิดอ้า ชาวบ้านเห็นจึงเข้าใจว่าถูกคนร้ายงัดเอาเงินไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตร.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 30 ต.ค.54 ร.ต.อ.ประสิทธิ์ เมฆษา ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างสถานีอนามัยท้ายบ้าน หมู่ 4 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ถูกงัดฝาตู้เซฟด้านหน้า ฝาตู้เปิดอ้าอยู่ หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วย พ.ต.ต.ศุภกร ธัญญกรรม สว.สส. กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบว่า ตู้เอที่เอ็ม ดังกล่าว เป็นของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ 700/11 ริมถนนท้ายบ้าน ซึ่งมีตู้เอที่เอ็มตั้งอยู่ 2 ตู้ ตู้แรกเป็นของธนาคารไทยพาณิชน์ ส่วนตู้ที่ 2 เป็นของธนาคารกสิกรไทย พบว่าฝาตู้เซฟซึ่งอยู่ด้านหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย เปิดอ้าอยู่ จากการตรวจสอบภายในตู้พบว่า กล่องบรรจุเงินที่อยู่ภายในตู้เซฟดังกล่าวจำนวน 3 ใบได้หายไป เหลือเพียงกล่องเงินรีเจ็ค หรือกล่องรับเงินที่ชำรุดคืน เพียงกล่องเดียวเท่านั้น ส่วนกล่องที่บรรจุเงินเอาไว้ให้บริการลูกค้าจำนวน 3 กล่อง ได้หายไป โดยที่รอบ ๆ ตู้เอทีเอ็มดังกล่าว ไม่มีร่องรอยการงัดแงะแต่อย่างใด มีเพียงผ้าเทปกาวสีเขียวปิดอยู่ที่ขอบตู้ด้านหน้าตู้เอทีเอ็มดังกล่าวเท่านั้น จึงประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการร่วมตรวจสอบ
จากการสอบถาม นายสงคราม นาคมิน อายุ 67 ปี ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ได้ทราบว่าเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ได้มีชายจำนวน 3 คน ได้ขับรถกระบะจำยี่ห้อ และเลขทะเบียนไม่ได้ อ้างตัวเป็นช่างซ่อมตู้เอที่เอ็มจำนวน 3 คน ได้เข้ามาทำการตรวจซ่อมตู้ดังกล่าว ก่อนที่จะกลับไปในช่วงเย็น ซึ่งปกติแล้วไฟฟ้าที่ตู้เอทีเอ็มดังกล่าวจะไม่ติด และใช้ไม่ได้มานานแรมเดือนแล้ว แต่พอชายทั้ง 3 คนกลับไปไฟที่หน้าจอตู้ดังกล่าวกลับเปิดเอาไว้ เหมือนตู้เอทีเอ็มดังกล่าวใช้งานได้ตามปกติ จนกระทั้งในช่วงกลางดึกมีชาวบ้านเดินผ่านตู้เอที่เอ็มดังกล่าว ได้พบว่าประตูตู้เซฟด้านหน้าตู้เปิดอ้าอยู่ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังสำนักงานใหญ่ของธนาคารดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากเป็นช่วงวัดหยุดพิเศษ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของบริษัท โพรเกรส กันภัย ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลเรื่องสัญญาณเตือนภัยของตู้เอที่เอ็มธนาคารดังกล่าว ให้เดินทางมาตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทดังกล่าว ได้แจ้งว่าหากตู้เอทีเอ็มดังกล่าวถูกงัด และหรือถูกโจรกรรมสัญญาณจะไปเตือนที่สำนักงาน แต่ในครั้งนี้กลับไม่มีสัญญาณเตือนแต่อย่างใด
ในขณะเดียวกันนาย อนุวัตร อังกาบสี หัวหน้าทีมบริษัท โพรเกรส กันภัย ได้โทรศัพท์ไปสอบถามยังบริษัทที่รับหน้าที่คอยนำกล่องเงินมาบรรจุใส่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารดังกล่าว จึงได้ทราบว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บริหารธนาคารดังกล่าว ให้มาทำการเก็บกล่องบรรจุเงินของตู้เอที่เอ็ม ตู้ดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะถูกน้ำท่วม จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาทำการเก็บกล่องบรรจุเงินที่ตู้เอทีเอ็มตู้ดังกล่าวไป แต่ต้องรอพนักงานแผนกช่างซ่อมตู้ มาทำการถอดกล่องชุดจ่ายของตู้เอทีเอ็มใบดังกล่าว พนักงานเก็บกล่องบรรจุเงิน จึงยังไม่ได้ปิดประตูตู้เซฟ และใช้ผ้าเทปกาวปิดฝาตู้เอาไว้เท่านั้น เนื่องจากช่างที่จะมาถอดชุดจ่ายของตู้เอทีเอ็ม ไม่มีกุญแจไขเซฟ โดยที่ไม่ทราบว่าช่างยังไม่ได้มาถอดชุดจ่ายของตู้ไป และคาดว่าเทปกาวที่ปิดล๊อกฝาตู้เอาไว้อาจจะหลุด ฝาตู้เซฟจึงเปิดอ้าออกมาดังกล่าว



