
"มาร์ค"ชี้กก.3ฝ่ายเป็นจุดเริ่มแก้การเมือง
อภิสิทธิ์" เชื่อกก.ที่วิป 3 ฝ่ายตั้งจะเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหาทางการเมือง ยันพร้อมต้องรับฟังเสียงจากทุกฝ่าย
(1พ.ค.) เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมวิป 3 ฝ่ายมีมติให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุดในการสร้างความปรองดอง และตรวจสอบการสลายการชุมนุมช่วงสงกรานต์ แต่หลายฝ่ายยังเป็นห่วงองค์ประกอบของคณะกรรมการว่ามีสัดส่วนพรรคการเมืองมากเกินไป ว่า ในส่วนของตัวองค์กรตนคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่กระบวนการโดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญก็ดี หรือการเมือง ตนคิดว่าเขาจำเป็นต้องฟังเสียงประชาชนในหลากหลายรูปแบบ เท่าที่รับทราบจากประธานสภาเข้าใจว่าขณะนี้ก็มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมอยู่ในกรรมการด้วย ซึ่งตนก็หวังว่ากรรมการชุดนี้จะเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนของประเด็น และจะเปิดโอกาสให้หลายๆฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาก็เหมือนเป็นตัวแทนของพรรคการเมือง นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เช่นนั้น ความจริงแล้วก็จะมีคนที่เขาพร้อมจะเข้ามา ถ้าเราไปคิดว่าเขาเข้ามาเพราะว่าเป็นการเมืองหมดก็คงจะไม่ใช่ คงต้องเปิดโอกาสรับฟังเสียงข้างนอกให้มาก เพราะไม่มีประโยชน์อะไรถ้าเราจะแก้ไขกันเอง 400 - 500 คน หรือแม้แต่พันคนก็ตามมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสังคม เรากำลังต้องการจะแก้ปัญหาให้คน 60 กว่าล้านคน
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับสังคมได้อย่างไรว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสมานฉันท์ระหว่างนักการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในที่สุดกระบวนการต้องเข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาและอีกหลายอย่าง ตนเชื่อว่าสังคมคงไม่ยอมถ้าคิดว่าจะมาแก้ปัญหาในหมู่นักการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคเองก็เป็นห่วงว่าถ้าไม่ดูแลให้ดีจะกลายเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นความเห็นที่คิดว่าทุกฝ่ายพึงรับฟัง เมื่อถามว่าคิดว่านักการเมืองจะสนองตอบความต้องการของสังคมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่สุดถ้าเราแก้ปัญหาให้สังคมไม่ได้ เราก็แก้ปัญหาให้นักการเมืองไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้านักการเมืองคิดว่าจะมาแก้ไขปัญหากันเองก็เข้าใจผิด
เมื่อถามว่าคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสามารถยกระดับคุณภาพของนักการเมืองได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้ให้โอกาสคนทำงานตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น เมื่อถามอีกว่าคาดหวังแค่ไหนกับการทำงานของกรรมการทั้ง 2 ชุด ว่าจะประสบความสำเร็จ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยพูดไปแล้วว่าถ้าเราเชื่อในระบอบประชาธิปไตย กลไกของรัฐบาลต้องทำตัวเป็นที่พึ่งหวังให้ประชาชนได้ ตอนนี้ก็ขอโอกาสทำงานกันไป และรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ปัญหาการเมืองไม่ได้อยู่แค่ในสภา แต่นอกสภาก็ยังสร้างปัญหาได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องใช้กลไกตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น และอย่างที่เคยเสนอแนะไปแล้วหลายครั้งคือต้องเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม และถ้าเราช่วยกันทำให้คณะกรรมการทำงานตรงนี้ได้อย่างราบรื่นก็จะดีกว่า ถ้ามีความวุ่นวายข้างนอกก็ยิ่งแก้ปัญหาได้ยาก เมื่อถามว่ามองทิศทางแล้วจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือเสมอ แต่มันอาจจะมีคนบางกลุ่มซึ่งมีวาระของเขาอยู่ว่าอยากจะทำอย่างอื่น ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่ตนก็หวังว่าสังคมส่วนใหญ่ที่ต้องการความสงบ และต้องการให้ประเทศเดินหน้าจะเป็นพลังในการที่จะทำให้คนเหล่านั้นสามารถที่จะมาชี้นำหรือสร้างความเสียหายได้
ต่อข้อถามถึงการพูดของนายกรัฐมนตรีต่อสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่าจะต้อใช้เวลา 7 - 8 เดือนแก้ปัญหาทำให้สภาพบ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าในเรื่องของอาเซียน และเรื่องแผนการฟื้นเศรษฐกิจ ในอีก 7 - 8 เดือนข้างหน้าจะมีความชัดเจน และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเองหลายคนก็คาดหมายว่าประมาณต้นปีหน้าเป็นต้นไปทุกอย่างก็จะดีขึ้น ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราอยากเดินหน้าทำงานให้เต็มที่ ส่วนการแก้ปัญหาทางการเมืองนั้นก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ 2 ชุดที่ตั้งขึ้นมา โดยเฉพาะกรรมการชุมมดเรื่องการสร้างความปรองดองจะเป็นกรรมการชุดที่มีความสำคัญในการกำหนดกรอบเวลาต่อไป



