
ปชช.ไม่คิดกทม.จะน้ำท่วมใหญ่
ประชาชนไม่คาดคิดมาก่อน กทม. จะโดนน้ำท่วมใหญ่ พอใจ ทหารช่วยเหลือเต็มที่ ขณะที่ ศปภ. รัฐบาล ข้อมูลสับสน ไม่น่าเชื่อถือ สิบโมงเช้าน้ำขึ้นสูงกว่า 2.49 เมตร เรือคลองแสนแสบเปิดให้บริการถึงหนึ่งทุ่ม ตลาด อ.ต.ก.เปิดขายไข่ไก่ฟองละ3บาท เริ่ม 10 โมงเช้า
30ตุลาคม2554 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้เปิดเผย ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 2,136 คน ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม ที่ผ่านมา เรื่อง น้ำท่วม กทม. และปริมณฑล โดย ร้อยละ 37.83 ไม่คาดคิดมาก่อนว่าน้ำจะท่วม กทม. รุนแรงแบบนี้ ร้อยละ 33.57 บอกไม่แน่ใจ
ร้อยละ 68.07 ระบุว่าแม้น้ำจะท่วมก็จะไม่อพยพ เพราะเป็นห่วงบ้าน กลัวโจร ร้อยละ 21.36 ไม่แนใจ รอดูระดับน้ำก่อน ร้อยละ 37.27 ระบุ ข้อมูลที่ รัฐบาล และ ศปภ. นำเสนอ สับสน ไม่น่าเชื่อถือ 24.20 บอก แต่ละหน่วยงานนำเสนอข้อมูลขัดแย้งกันเอง
ร้อยละ 84.88 มั่นใจว่า ทหาร จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ดีที่สุด ในสถานการณ์นี้ รองลงมาเป็น สื่อมวลชน ร้อยละ 80.24 และร้อยละ 93.18 เห็นใจทหาร ในการทำงานมากที่สุด รวมถึง ร้อยละ 36.56 คาดว่า น้ำจะลดในช่วงกลางเดือน พฤศจิกายน นี้ และ 24.53 เชื่อว่าน้ำจะลดในช่วงต้นเดือน
61.9% ยังให้โอกาส"ยิ่งลักษณ์"แก้น้ำท่วม
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง "ความทุกข์ ความเสียสละ และการให้โอกาสรัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม" โดยศึกษาจากประชาชนใน กทม. 1,457 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 28 - 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา พบว่า 77.4% รู้สึกเบื่อหน่าย เครียดและวิตกกังวลเป็นความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วม รองลงมาคือ76.9% ระบุไม่สะดวกในการเดินทาง 66.8% ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 58.5% อาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรคมีไม่เพียงพอ และ 38.9% กำลังขาดรายได้
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงการรับรู้ต่อการสื่อสารการทำงานแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมของรัฐบาลผ่าน ศปภ. ภายหลังปรับเปลี่ยนการทำงานของทีมโฆษก ศปภ. พบว่า 54.5% ระบุดีขึ้น แต่ 34.2% ระบุเหมือนเดิมและ 11.3 % ระบุแย่ลง ตามลำดับ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่ 63.8% ไม่ประสงค์จะอพยพหรือเดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อหนีภัยน้ำท่วม เพราะ เป็นห่วงบ้าน ทรัพย์สิน / ไม่ปลอดภัย ไม่สะดวก มีคนเจ็บ คนชราและเด็กเล็กต้องดูแล และไม่มีที่จะไป ไปแล้วก็ลำบาก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีก เป็นต้น
ทั้งนี้ 74.9% ระบุความช่วยเหลือของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต่อประชาชนผู้ประสบภัยไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม 61.9% ยังให้โอกาส น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมต่อไป แต่สิ่งที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรี สั่งการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 73.3% ปรับปรุงการทำงานของตำรวจ ไฟฟ้า น้ำประปา เป็นการเร่งด่วน รองลงมาคือ 70.2% ช่วยเหลือให้ทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ช่วยเฉพาะกลุ่มหัวคะแนนของตน 68.4% แก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ขาดตลาด 65.0% ติดตามจับกุมมิจฉาชีพ คนร้ายลักทรัพย์ประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติให้ได้ 61.5% เรียกร้องให้ปรับปรุงการทำงานของศูนย์ Hot Line ให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านต่างๆ 58.1% ลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้าน และ 52.4% แก้ปัญหาขาดรายได้ การประกอบอาชีพของประชาชน ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม สิ่งดีๆ ที่ประชาชนพบเห็นในภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ พบว่า 89.4% ระบุความช่วยเหลือเกื้อกูล ความมีน้ำใจของคนในชาติ รองลงมา 76.3% ความเสียสละ 73.5% ความอดทน 70.9% ความสามัคคี และ 69.5% ความรักและการแบ่งปัน ตามลำดับ นอกจากนี้ประชาชน 40.6% เริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร 22.8% เชื่อมั่น 23.9% ไม่ค่อยเชื่อมั่น และ 12.7% ไม่เชื่อมั่น ตามลำดับ
ดร.นพดลยังระบุว่า การโฆษณาชวนเชื่ออาจเป็นอันตรายต่อสังคมประชาธิปไตยยุคปัจจุบัน ถ้าภาพที่ปรากฏในจอทีวีและสื่อต่างๆ ว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐระดมช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมไม่ตรงกับความเป็นจริงที่คนในบ้านและหน้าบ้านของประชาชนผู้เป็นเหยื่อ ซึ่งไม่พบหน่วยงานใดเข้าให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง จึงเสนอให้ 1. รัฐบาลบูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและภาคประชาชน ตรวจตราดูแลความปลอดภัยสร้างความวางใจให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ใช้โมเดลเดียวกับการแก้ปัญหายาเสพติดตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดมาเป็นยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินฝ่าฟันมหาอุทกภัย นำผืนแผ่นดินคืนสู่ประชาชน 2. จำเป็นต้องดูแลกระจายสินค้าให้ถึงมือประชาชนที่อยู่ในราคาปกติและสังคมกำลังเรียกร้องกลุ่มนายทุนใหญ่ให้ร่วมดูแลผู้บริโภคตามร้านสะดวกซื้อต่างๆ อาจพิจารณาลดราคาในพื้นที่ประสบภัยเป็นพิเศษ และ 3 เสนอให้แกนนำบ้านเลขที่ 111 และผู้ใหญ่ของฝ่ายการเมืองทุกคนแบ่งสายกันลงพื้นที่เข้าถึงทุกชุมชนโดยไม่เลือกสีเลือกข้างเป็นการทำ Political Social Responsibility หรือ PSR ในหมู่ประชาชน ผลที่คาดว่าจะได้รับต่อสังคมไทยคือ จุดตั้งต้นของความรักความสามัคคีความปรองดองของคนในชาติ และน่าจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมืองตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป
ช่วงเช้าน้ำขึ้นสูง2.49เมตร
กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ แจ้งสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2554 ดังนี้
1.เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2554 น้ำขึ้น 2 ครั้ง เมื่อเวลา 08.45 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.50 เมตรและ เมื่อเวลา 18.24 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.38 เมตร
2.ในวันที่ 30 ตุลาคม 2554 น้ำขึ้น - ลง 2 ครั้ง น้ำลงเต็มที่เวลา 03.55 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 1.52 เมตร ขึ้นเต็มที่เวลา 10.21 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.49 เมตร น้ำลงเต็มที่เวลา 14.42 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.13 เมตร และน้ำขึ้นเต็มที่เวลา 19.10 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.33 เมตร
3.จากปริมาณการระบายน้ำในปัจจุบัน คาดว่าในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ในวันที่ 30-31 ตุลาคม 2554 จะสูงกว่าระดับทะเลปานกลางประมาณ 2.45-2.50 เมตร
4.ระดับน้ำที่ให้ไว้เป็นระดับซึ่งรวมระดับน้ำทะเลหนุนและอิทธิพลอื่น ๆ ไว้แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงการระบายน้ำ หรือ มีปริมาณน้ำฝนที่ผิดปกติ ระดับน้ำอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากนี้ได้
เรือคลองแสนแสบเปิดให้บริการถึงหนึ่งทุ่ม
บริษัทครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบ เปิดเผยว่า วันนี้ (30) เรือคลองแสนแสบ
ยังเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 19.00 น. แต่เปิดให้บริการเพียงบางช่วงเท่านั้น โดยเปิดให้บริการระหว่างท่าวัดศรีบุญเรือง ถึงท่าประตูน้ำเท่านั้น เนื่องจากกรุงเทพมหานคร เริ่มปล่อยน้ำ
เข้ามายังคลองแสนแสบบ้างแล้ว ทำให้เรือสามารถวิ่งได้ ส่วนเส้นทางระหว่างท่าราชเทวีถึงท่าผ่านฟ้า ยังไม่เปิดให้บริการ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่จะเดินทางสามารถโทรสอบถามได้ที่หมายเลขด่วน บริษัทครอบครัวขนส่งผู้ให้บริการ เรือคลองแสนแสบ หมายเลข 02-3748-990 , 02-37523-69 หรือ สายด่วนกองบังคับการตำรวจทางหลวง 1193
ตลาด อ.ต.ก.เปิดขายไข่ไก่ฟองละ3บาท
กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่อย่าง ซีพีเอฟ และเบทาโกร จะนำไข่ไก่ จำนวน 200,000 ฟอง มาจำหน่ายที่ตลาด อ.ต.ก.จตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาขาดตลาด และราคาแพง โดยขายฟองละไม่เกิน 3 บาท ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป



