
ยังหนัก'ประชา'ส่งสัญญาณหยุดต่อ
"สุขุมพันธุ์" ตั้งโรงครัวช่วยคนบางพลัด คาดระบายน้ำออกได้ในสัปดาห์หน้า หากไม่มีน้ำทะลักเพิ่ม ด้าน กทม. ยังวิกฤติ น้ำทะลักต่อเนื่อง 'ประชา' ส่งสัญญาณหยุดต่อ ขณะที่ "อุเทน" จี้รัฐบาลเร่งหาเครื่องสูบน้ำ 32 เครื่องระบายน้ำลงทะเล
29ต.ค.54 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้เดินทางถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงข้ามโรงเรียนเทคโนโลยีพระรามหก เพื่อเดินทางแจกอาหารและเครื่องดื่มที่โรงครัวสุขุมพันธุ์ ซึ่งมีการดัดแปลงจากรถหกล้อ โดยมีประชาชนต่อแถวเข้ารอรับ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวภายหลังแจกอาหารและเครื่องดื่ม ว่า สถานการณ์น้ำในเขตบางพลัดมีความรุนแรงกว่าวันที่ 28 ต.ค.54 อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ผลจากน้ำทะเลหนุนสูงที่สุดในรอบเดือน รวมทั้งมีน้ำทุ่งจากบางกรวยเข้ามา
นอกจากนี้ น้ำเริ่มมีสีดำ เป็นห่วงว่า จะเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อโรค จึงได้สั่งการให้สำนักการแพทย์และสำนักอนามัย เข้ามาดูแลพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว เพราะระบบการดูแลผู้ประสบภัยของกทม.อยู่ในศูนย์พักพิงจะทำให้ประชาชนอยู่อย่างสะดวก มีอาหาร มีน้ำและมีสุขาที่ถูกสุขอนามัย แต่ส่วนใหญ่คนในพื้นที่ไม่ยินยอมออกไปศูนย์พักพิง จึงเป็นช่องว่างในการให้การช่วยเหลือ ดังนั้น เขาจึงได้ทำโรงครัวเคลื่อนที่ มาเลี้ยงฝั่งตรงข้ามโรงเรียนเทคโนโลยีพระรามหก จำนวน 3,000 คน โดยในวันพรุ่งนี้จะนำมาเลี้ยงบริเวณโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า
สำหรับพื้นที่ในฝั่งธนบุรี ยังไม่มีการขยายตัวของน้ำเป็นวงกว้าง ซึ่งพื้นที่ที่ประสบปัญหายังคงเป็นบางพลัดและทวีวัฒนา ดังนั้น กทม.จะเร่งหาแนวทางการบรรเทาให้น้ำลดลงมากที่สุด คาดว่า หากน้ำไม่เพิ่มขึ้นในเขตบางพลัด จะเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 1 สัปดาห์ โดยกทม.จะเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก
กทม. ยังวิกฤติ น้ำทะลักต่อเนื่อง 'ประชา' ส่งสัญญาณหยุดต่อ
ด้านพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศปภ. กล่าวถึงกรณีการประกาศวันหยุดราชการเพิ่มเติมหลังจะครบกำหนดในวันที่ 31 ต.ค.54 ว่า การประกาศวันหยุดราชการ เป็นเรื่องที่ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) และให้ครม.มีมติ ซึ่งในวันอังคารที่ 1 พ.ย.54 จะมีการประชุมครม. ยังเหลือเวลาอีก 2 วันจึงจะครบกำหนด
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่า น่าจะมีการประกาศวันหยุดเพิ่มเติมอีก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา และในขณะนี้สถานการณ์น้ำ ก็ยังคงขยายเข้าสู่พื้นที่ในกทม.อยู่
เมื่อถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ควรมีการประชุมครม.ชุดเล็กก่อน เพื่อให้นายกฯใช้อำนาจ ในประกาศวันหยุดเพิ่ม พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า สามารถทำได้ แต่ก็ยังมีเวลาอยู่ เอาเป็นว่าประชาชนที่เดินทางออกจากพื้นที่กทม. ยังไม่ต้องเดินทางกลับเข้ามา
ส่วนที่ขณะนี้ประชาชนมีการพังคันกั้นน้ำในหลายจุด จะมีการดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.ประชา กล่าวสั้น ๆ ว่า เป็นปัญหาโลกแตก น้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่กทม. ยังใช้วิธีการระบายลงสู่คูคลองทั้งหมด และสิ่งทำได้ในเวลานี้ก็เป็นเพียงการชะลอน้ำเท่านั้นเพราะกทม.เป็นพื้นที่ต่ำ
ปธ.ผันน้ำลงสู่ทะเล จี้รัฐหา 32 เครื่องสูบน้ำเร่งระบาย
วันเดียวกัน นายอุเทน ชาติภิญโญ ประธานคณะกรรมการผันน้ำลงสู่ทะเล ได้เดินทางมาตรวจประตูระบายน้ำคลอง13 ประตูระบายน้ำคลอง6 วาสายล่าง และตลอดแนวคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จ.ปทุมธานี เพื่อดูระดับน้ำและการติดตั้งท่อระบายน้ำ เพื่อทำการผันน้ำลงสู่ทะเลฝั่งตะวันออก
นายอุเทน กล่าวว่า การผันน้ำในขณะนี้ถือว่าดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากระดับน้ำลดลงเพียงแค่30 ซม. หลังจากติดตั้งท่อระบายน้ำเพราะหากระดับน้ำยิ่งลดลงมากเท่าใด จะสามารถแบ่งเบาความเดือดร้อนของชาวกรุงเทพฯและปทุมธานี ได้เร็วขึ้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีการระดมเครื่องสูบน้ำจำนวนมาก
ทั้งนี้ นายกฯได้มอบหมายให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประธาน รับผิดชอบในการนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งให้ได้
"โดยเฉพาะ 3 จุดที่ต้องมีการเสริมเครื่องสูบน้ำอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ประตูระบายน้ำบางชัน ประตูระบายน้ำคลองหกวา และประตูระบายน้ำมีนบุรี และประตูระบายน้ำบางชัน เนื่องจากเป็นประตูระบายน้ำขนาดเล็กและขวางคลองแสนแสบอยู่ ซึ่งต้องการเครื่องสูบน้ำ4-6เครื่องที่จุดนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำลงคลองแสนแสบให้เร็วที่สุด"
อย่างไรก็ตาม เฉพาะพื้นที่เขตหนองจอก คลองหกวาและคลองรังสิต ก็ต้องการเครื่องสูบน้ำระบายน้ำกว่า 28-32 ตัวด้วย
'ประภัสร์' วอน ปชช. อย่าพังกั้นน้ำวัดนาวง ซ้ำเติมคุณภาพประปา
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 29 ต.ค.54 ได้มีประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณวัดนาวง ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พยายามเข้าไปทำลายคันกั้นน้ำเพื่อระบายที่ขังอยู่ออกจากชุมชนตนเอง ซึ่งหากคันกั้นน้ำพังทลายลงจะทำให้น้ำทะลักเข้าสู่คลองประปา ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
"วันนี้ มีสารปนเปื้อนอยู่ในน้ำประปาพอสมควรอยู่แล้ว ถ้ายังมีน้ำเสียเพิ่มเติมเข้าไปอีก ก็อาจจะทำให้ใช้การไม่ได้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบสิ้น ประชาชนทุกคนจะต้องอพยพออกมาหมด ภาคธุรกิจ เอกชน จะย้ายฐานการผลิตออกไปหมด จะเกิดความเสียหายอย่างมหาศาล วันนี้ถ้าไม่มีไฟฟ้าใช้ยังพอถูกไถอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีน้ำถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะขณะนี้ลำพังแค่น้ำดื่มยังหาซื้อไม่ได้ ดังนั้นขอความกรุณาประชาชนบริเวณดังกล่าวอย่าทำแบบนี้เลย"
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ทราบว่าเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้เข้าไปเจรจากับชาวบ้านแล้ว แต่ก็ยังมีความกังวลว่า ชาวบ้านอาจใช้ช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงเวลาเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ บุกเข้าทำลายคันกั้นน้ำอีก
นายประภัสร์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนมองไปที่ภาพรวม ภาพใหญ่ วันนี้ไม่ใช่ว่าบ้านตัวเองถูกน้ำท่วมขังแล้วคนอื่นจะต้องถูกท่วมด้วย ถ้าคิดแบบนี้ก็น่ากลัว และการคิดแบบนี้ไม่น่าจะใช่นิสัยของคนไทย ถ้าทุกคนต้องโดนน้ำท่วมหมด แล้วใครจะมาคอยช่วยเหลือ ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญต้องคิดให้ไกล
"ดูอย่างประเทศญี่ปุ่นที่โดนทั้งสึนามิ และสารกัมมันตรังสี แต่ทุกคนก็ช่วยกัน ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเดือดร้อน คนอื่นต้องเดือดร้อนด้วย คนที่ถูกน้ำท่วมขังมานาน เราก็เห็นใจ ก็อยากให้ออกมาที่ศูนย์พักพิงที่ทางการจัดไว้ให้เพื่อตั้งหลักก่อน จะได้ไม่เครียด” นายประภัสร์ กล่าว
"มท." วอน เจ้าของธุรกิจตู้น้ำหยอดเหรียญ ดูแลตู้น้ำให้สมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับสมาคมธุรกิจหยอดเหรียญ ขอความร่วมมือเจ้าของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ได้ทำการตรวจสอบดูแลเครื่องตู้เหรียญสามารถให้ใช้งานได้ เพราะจะทำให้ประชาชนมีน้ำดื่มที่สะอาดในระหว่างที่ประสบอุทกภัย และควรยกตู้ขึ้นมีความสูงอย่างน้อย 50 ซม. เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียงหาย ที่อาจจะเกิดจากน้ำท่วม



