ข่าว

ยธ.รอเชือด"สีหนาท"หลังปปช.ชี้มูลผิดวินัยร้ายแรง

ยธ.รอเชือด"สีหนาท"หลังปปช.ชี้มูลผิดวินัยร้ายแรง

01 พ.ค. 2552

รมว.ยุติธรรม"รอรับมติป.ป.ช.ชี้มูลความผิดพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ก่อนพิจารณามีคำสั่งเชือดฐานทำผิดวินัยร้ายแรง

(1พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบบัญชีธนาคารของสื่อมวลชน ประชาชนและนักการเมืองฝ่ายค้านประมาณ 200 คน ที่คอยตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยมีมติให้ พล.ต.ต. พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตเลขาธิการปปง. ที่ปัจจุบันประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเทียบเท่าระดับ 11 มีความผิดวินัยร้ายแรง และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ส่วนพ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศและติดตามประเมินผล ปปง. ปัจจุบันรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ ปปง. มีความผิดวินัยร้ายแรงโดยจะส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการลงโทษตามขั้นตอนต่อไป

 นาย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่เห็นหนังสือของป.ป.ช. โดยทราบรายละเอียดจากข่าวเท่านั้น จึงยังไม่สามารถพูดถึงบทลงโทษได้ ซึ่งตามขั้นตอนแล้ว ป.ป.ช.จะต้องส่งเอกสารมติดังกล่าวมาให้ตน เนื่องจากปปง.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงกับสำนักรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากนั้นจึงจะเรียกประชุมเพื่อพิจารณาบทลงโทษที่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายต่อไป ในส่วนของ พล.ต.ต.พีรพันธุ์  นั้นกระทรวงยุติธรรมไม่สามารถเข้าไปกำหนดบทลงโทษได้ เนื่องจากตามกฎหมายให้ยึดตำแหน่งหลังสุด ซึ่งขณะนี้พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงไม่อยู่ในอำนาจของกระทรวงยุติธรรม

  “ผมคงต้องรอดูเอกสารตัวจริงและพิจารณาดุลพินิจของ ป.ป.ช.อย่างละเอียดว่ามีการกระทำผิดอะไรบ้าง ป.ป.ช.ถึงลงมติอย่างนั้น และจำเป็นต้องศึกษาสาเหตุและการกระทำของ ปปง.ด้วย จากนั้นจะเรียกประชุมอนุกรรมการอ.กพ.ปปง. เพื่อกำหนดบทลงโทษ แต่ในขั้นตอนนี้จะไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบความผิดอีกแล้ว เพราะป.ป.ช.ลงมติแล้วจะไปเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้ สำหรับเรื่องนี้ผมไม่รู้รายละเอียดมาก่อน เพราะไม่เคยเข้าไปสนใจ”นายพีระพันธุ์ กล่าว

  รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับกรณีของพ.ต.อ.สีหนาทนั้น กระทรวงยุติธรรมไม่สามารถพิจารณาให้เป็นอย่างอื่นได้ นอกจากโทษไล่ออกให้ออก หรือปลดออกจากราชการ เนื่องจากป.ป.ช.ชี้มูลว่ามีความผิดทางวินัยร้ายแรง เช่นเดียวกับกรณีของนายมานิตย์ สุธาพร อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งภายหลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อ.กพ.กระทรวงยุติธรรม จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการ แต่ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

 รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า สำหรับตำแหน่งเลขาธิการปปง.ซึ่งว่างลงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 นั้น อาจจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้เหมาะสมจะขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากพ.ต.อ.สีหนาทเป็นรองเลขาธิการปปง.ที่มีอาวุโสสูงสุด ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนการสรรหาผู้ที่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเลขาธิการปปง.ใหม่อีกครั้ง โดยคาดว่าผู้ที่อาจมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ได้แก่ นายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายภิญโญ ทองชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และนายอรรณพ ลิขิตจิตถะ รองเลขาธิการป.ป.ง.