ข่าว

'จั้ก-นภัสภา'ใช้'ปิงปอง'พักสมอง

'จั้ก-นภัสภา'ใช้'ปิงปอง'พักสมอง

30 ต.ค. 2554

ขอเวลานอก : 'จั้ก' นภัสภา ใช้ 'ปิงปอง' พักสมอง : เรื่อง กอบแก้ว แผนสท้าน /ภาพ สกล สนธิรัตน

          "กีฬาเป็นยาวิเศษ"...ประโยคพื้นๆ ทว่ายังคงใช้ได้ (ผล) ดี ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หากได้ลองเล่น เช่นเดียวกับ "จั้ก" นภัสภา วัชโรทัย ลูกสาวหนึ่งเดียวในจำนวนลูกๆ 3 คนของที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษสำนักพระราชวัง "พ่อแจ๊ค" รัตนาวุธ และ "แม่โกะ" พิชญา วัชโรทัย ที่เลือกใช้เวลาว่างด้วยการเล่นกีฬา โดยเฉพาะการตีปิงปองกับสมาชิกในครอบครัว

          ภายในบ้านพักย่านรามบุตรี หลังจากลูกสาวร้องขอให้คุณพ่อช่วยแบกโต๊ะปิงปอง ซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อตอนอายุครบ 12 ปี มาจัดกางให้ ก็เล่าถึงที่มาของการเล่นปิงปอง ซึ่งต่อยอดมาจากการเล่นเทนนิสให้ฟัง

          "ตั้งแต่จำความได้ คุณพ่อจับเรียนว่ายน้ำตั้งแต่ตอนอายุ 4 ขวบ ว่ายน้ำเสร็จก็ไปเรียนปิงปอง เทนนิส ตีแล้วชอบมีความสุข ตอนนั้นอยากเป็นนักเทนนิส ซ้อมหนักมาก แล้วคุณแม่ก็ตีด้วย แต่พอมาช่วงที่ย้ายโรงเรียนไปไกลจากสปอร์ตคลับทำให้ไม่มีเวลาซ้อม ก็เลยห่างๆ แต่ไปเล่นกีฬาอื่นแทนอย่าง ฟุตบอล ซอฟท์บอล ฟุตซอล ฯลฯ และที่เลิกเล่นเทนนิสจริงๆ ก็ตอนที่คุณแม่ผ่าเท้าทำให้วิ่งมากไม่ได้ ทีนี้จากเทนนิสก็กลายเป็นเทเบิลเทนนิสแทน" บัณฑิตหมาดๆ จากคณะเคมีประยุกต์ (BSAC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคอินเตอร์ และพนักงานหยกๆ บริษัทไลออน จำกัด ในแผนกรีเสิร์ช แอนด์ ดีลเวปลอปเมนต์ เล่าในขณะเตรียมความพร้อมร่างกายด้วยการสะบัดแข้งสะบัดขาเพื่อเข้าสู่เกมประลองลูกเด้งกับ "แม่โกะ" และ "จาวา" น้องชายสุดซี้วัย 11 ปี

          ระหว่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเล่น "นักเคมีสาว" ที่ชื่นชอบการตีลูกเด้งพอๆ กับการออกกำลังกาย ได้ให้เหตุผลถึงเสน่ห์ของ "ปิงปอง" และกีฬาอื่นๆ ตามสไตล์นักวิทยาศาสตร์ว่า ช่วยให้สมองหลั่งสารเอนโดฟินออกมาก็ทำให้มีความสุข อีกข้อ (สำคัญ) คงเป็นเรื่องได้กินอิ่ม อยากกินอะไรก็ได้กินไม่จำเป็นต้องอด อีกอย่างเวลาตีปิงปองกับแม่และน้องจะได้ความสนุกความฮา นับว่าเป็นการพักสมองได้อย่างดี นอกจากนี้ก็คงเป็นเรื่องสุขภาพ ถ้าช่วงไหนไม่ได้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย เหมือนจะนอนไม่หลับ เนื้อตัวก็รู้สึกเหลวๆ ไม่ฟิต

          "สมัยเรียนจะมีเวลามากกว่าตอนทำงาน ก็สามารถไปเล่นกีฬาได้ พอทำงาน ซึ่งเริ่มแต่เช้าและเลิกเย็น เวลาเหลือที่จะไปทำอย่างอื่นก็น้อยลง จากที่เคยออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ทำให้ต้องปรับตารางชีวิตใหม่ เปลี่ยนมาเป็นช่วงวันหยุดแทน คืออย่างน้อยที่สุดขอแค่สัปดาห์ละ 1 วันก็ยังดี เพระตอนนี้น้องชายจะต้องไปว่ายน้ำทุกเย็นวันอาทิตย์ ตัวเองก็จะติดไปว่ายบ้าง ไปตีปิงปองบ้าง"

          ทายาทสาวของที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษสำนักพระราชวัง เล่าหลังจากโชว์ลีลาการสะบัดไม้ปิงปองคู่กับคุณแม่และน้องชาย ด้วยลีลาของคนผ่านการเรียนรู้มาถูกหลัก ทั้งเสิร์ฟ ตบ ท็อปสปรินท์ หรือลูกหยอดหน้าเน็ต

          ถึงกีฬา "ปิงปอง" จะดูเหมือนเป็นแค่ตีโต้ลูกเซลลูลอยด์ขนาดเล็กไปมาของสองฝ่าย กระนั้น สาวจั้ก ก็การันตีว่า กีฬานี้ส่งผลดีต่อผู้เล่นอีกนานัปการ ทั้งด้านไหวพริบ ปฏิภาณ สมาธิ การจัดลำดับ การวางแผน ยังไม่นับเรื่องความคล่องตัวอีก และถึงอาจจะเห็นผลเล็กน้อย ทว่าเธอก็สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันและการทำงานได้อย่างลงตัว

          "เราจะรู้ว่าควรจะทำอะไร คือแผนมันจะออกมาในหัวเราเลย และที่สำคัญยังทำให้เรากลายเป็นคนที่จัดตารางชีวิตชัดเจน ซึ่งช่วยทำให้ทำอะไรๆ ได้ครบทุกอย่าง ไม่ขาดตกหล่นหาย ขณะเดียวกันก็ยังทำให้เป็นคนอารมณ์ดี ไม่ค่อยโกรธใคร หรือว่าถ้าโกรธก็แป๊บเดียว ไปทำโน่นทำนี่ กินขนมกินของอร่อยก็หายแล้ว อาจจะเป็นเพราะชอบออกกำลังกาย เอนโดฟินหลั่งเลยไม่ค่อยฟุ้งซ่าน" สาวผู้พิสมัยกีฬาและอารมณ์ดีเล่าถึงข้อดีที่ตัวเองได้รับอย่างฮาๆ

          และในฐานะที่เธอเพิ่งจะเปลี่ยนสถานะจากนักศึกษาสาวเข้าสู่ผู้หญิงวัยทำงาน แม้จะเพียงระยะเวลาสั้นๆ ทว่านักเคมีดีกรีหลักสูตรนานาชาติจากรั้วจามจุรี ก็มีประสบการณ์ในเรื่องการปรับตัวมาแบ่งปันให้ฟัง

          "สาขาวิชาที่เรียนครึ่งหนึ่งเป็นเคมี อีกครึ่งหนึ่งเรียนเป็นบริหาร หลักสูตรนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากมีธุรกิจเกี่ยวกับเคมี ส่วนลักษณะงานก็ออกแนววิจัยในแล็บวิเคราะห์และพัฒนาเกี่ยวกับสินค้า ถึงจะไม่ค่อยได้เจอใครเหมือนอาชีพอื่นๆ แต่ก็สนุกดี ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงเรียนรู้งานมากกว่า เพราะเพิ่งจะเริ่มต้นทำงานได้เพียงเดือนครึ่งเท่านั้น ถือว่าเป็นการปรับตัวไม่ค่อยเหมือนตอนเรียนเท่าไหร่ แต่ด้วยนิสัยค่อนข้างเป็นคนมีความรับผิดชอบมาตั้งแต่เด็กๆ

          เรียกว่าเป็นคนรักษาความสนุกกับหน้าที่ได้ค่อนข้างพอดี รู้สึกว่าคนเราเกิดมาทั้งทีก็อยากสนุกด้วย อยากเรียนด้วย อยากทำงานด้วย จึงไม่ต้องปรับอะไรมาก" นักเคมีสาวกล่าวพร้อมกับยืนยันถึงจุดหมายต่อไปของตัวเอง ขอเวลาศึกษางานอีกสักระยะก่อนจะเพิ่มพูนความรู้ในระดับสูงขึ้นต่อไป และต้องอยู่ในสายเคมีแน่นอน นั่นเพราะ เมืองไทยยังไม่แพร่หลายมากเท่าไหร่ เมื่อกลับมาจึงอยากจะเป็นหนึ่งในผู้เอ็กสเปิร์ตของอุตสาหกรรมสาขานี้ (อิอิ)

          "ปิงปอง" จึงเป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่สาวจั้กย้ำว่าใช้เพื่อการพักสมองและสร้างความปรองดองให้ครอบครัวได้ดีนักแล

------------------------------

(ขอเวลานอก : 'จั้ก' นภัสภา ใช้ 'ปิงปอง' พักสมอง : เรื่อง กอบแก้ว แผนสท้าน /ภาพ สกล สนธิรัตน)