ข่าว

คิดให้ถ้วนทั่ว

คิดให้ถ้วนทั่ว

30 ต.ค. 2554

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : คิดให้ถ้วนทั่ว โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล

      ดิฉันเชื่อว่า นาทีนี้ไม่มีความ "โชคดี" ในความ "โชคร้าย" แม้วันนี้หลายๆ คนจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี แต่ก็ไม่สามารถพูดได้ว่า เรา โชคดี มากกว่าใคร เพราะการนั่งมองความหายนะ ความสูญเสียของคนที่เราเรียกว่า เพื่อน หรือของคนที่เรารัก รวมถึงคนที่เราไม่เคยรู้จัก ทั้งหมดไม่อาจเรียกได้ว่า เรา โชคดี

     ดิฉันชอบที่ วีระ ธีรภัทร เคยพูดไว้ระหว่างจัดรายการ "เงินทองต้องรู้" ด้วยกันว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า "กฎของธรรมชาติมีอำนาจมากกว่ากฎที่มนุษย์สมมติขึ้น"  ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีที่มีบ้านหลังละหลายสิบล้าน หรือมีรถคันละหลายสิบล้านบาท ทุกสิ่งล้วนดำดิ่งสู่ใต้น้ำ โดยปราศจากแรงต้านทาน

      แต่มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมจำนน ดังนั้น ตราบเท่าที่มีลมหายใจ มนุษย์ต้องใช้สิ่งที่มากกว่านั่นคือ "ปัญญา" ในการแก้ปัญหา หากแต่การแก้ปัญหาต้องอยู่ภายใต้ "สติ" และคิดให้ถ้วนทั่วอย่างรอบคอบ ซึ่งจะว่าไป การจะแก้ปัญหาได้อย่างมีสติ ก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ ตราบใดที่การสื่อสารยังเป็นปัญหา คนรับสารหรือรับข้อมูลก็ไม่สามารถวางแผนที่จะรับมือได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา และถูกกับสถานการณ์

      ถ้าการประเมินสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าการสื่อสารทำได้อย่างถูกต้อง เราคงไม่เห็นความวุ่นวายนับเนื่องจากน้ำทะลักเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ต่อเนื่องถึงนิคมอุตสาหกรรมนวนคร เราคงไม่เห็นความอลหม่านในค่ำคืนที่มวลน้ำเข้าโจมตีบางบัวทอง ระเรื่อยมาจนถึงบางใหญ่ และเราคงไม่เห็นการกักตุนเสบียงของกินของใช้จนห้างสรรพสินค้า รวมถึงร้านสะดวกซื้อต้องปิดทำการ เนื่องจากไม่มีสินค้าวางขาย เพราะโรงงานผลิตไม่ได้ และถึงแม้ผลิตได้ แต่ระบบขนส่งก็ทำงานไม่ได้

      และเราคงไม่ได้เห็นสะพานข้ามแยก สะพานกลับรถ ทางยกระดับ ทางด่วน กลายเป็นลานจอดรถล่วงหน้าก่อนที่ "น้ำ" จะเดินทางมาถึงเกือบเดือน !!

      ความแตกต่างของมนุษย์ก็อยู่ตรงนี้ด้วยนะคะ ตรงที่มีข้อมูลเท่าๆ กัน เหมือนๆ กัน แล้วนำมา "คิดต่อ" ได้แค่ไหน แล้วที่ "คิด" นั้น คิดถูกหรือคิดผิด เพราะจาก "คิด" จะนำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพื่อรองรับกับสิ่งที่เราคิดไว้

       เรื่องของการลงทุน การบริหารจัดการทรัพย์สินก็ไม่แตกต่างกัน เพราะการเข้าถึงข้อมูลในปัจจุบันไม่ได้มีอะไรยากลำบาก ไม่ต้องขวนขวาย ไม่ต้องดิ้นรน แล้วในเมื่อข้อมูลมีเท่าๆ กัน ทำไมบางคนรวย บางคนจน บางคนกำไร บางคนขาดทุน จุดที่ทำให้แตกต่างกันก็คือ การนำข้อมูลนั้นมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ และคิดให้ถ้วนทั่ว

       ถ้ามองปัญหาเรื่อง "น้ำ" เหมือนกับการคิดเรื่องเงิน เรื่องการลงทุน ก็ต้องบอกว่า คนจัดการเรื่องน้ำอาจจะคิดได้ไม่ถ้วนทั่ว หรือไม่รู้จัก ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เรากำลังจัดการอย่างแท้จริง และแม้มีคนที่รู้จักและเข้าใจอย่างถ้วนทั่ว แต่เรากลับละเลย เพิกเฉย และด้วยเหตุอะไรก็สุดแท้แต่

      เหมือนกับเวลาที่เราลงทุนหรือบริหารจัดการด้านการเงิน ไม่ว่าจะนำเงินไปลงทุนในหุ้น ในกองทุนรวม ในทองคำ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราไม่อาจละเลยที่จะทำความรู้จักกับสิ่งที่เรากำลังลงทุน ต้องรู้จัก ต้องเข้าใจ หรือหากแม้ไม่สามารถจะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง ก็ต้องอาศัย "มืออาชีพ" ที่มีความรู้ความเข้าใจมากกว่ามาทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้ และใช้ "คำปรึกษา" นั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

      สัปดาห์ที่แล้วตลอดทั้งสัปดาห์ได้คุยกับผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง และมีคำถามซ้ำๆ ที่ให้แต่ละท่านตอบ นั่นก็คือ เราจะบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลของเราในภาวะนี้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง พิชัย เลิศสุพงษ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด ต่างก็ให้ความเห็นใกล้เคียงกันว่า ควรสำรองเงินสดไว้ส่วนหนึ่งในสถานการณ์นี้

     แม้ว่าล่าสุด ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะออกมายืนยันว่า มั่นใจว่าจะสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่ง กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่บอกว่าธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤติเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลในเรื่องของการเปิดให้บริการของสาขาต่างๆ เพื่อรองรับการใช้บริการทางการเงินของลูกค้าอย่างเต็มที่ และยังยืนยันที่จะเปิดให้บริการในสาขาและจุดให้บริการต่างๆ อย่างถึงที่สุด แม้ในพื้นที่ประสบกับภาวะน้ำท่วมแล้วก็ตาม โดยจะพิจารณาให้ปิดสาขาเฉพาะในบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงจริงๆ เท่านั้นเพื่อให้กระทบกับการให้บริการแก่ลูกค้าน้อยที่สุด

      ขณะนี้แบงก์ไทยพาณิชย์ได้สำรองเงินสดในเครื่องเอทีเอ็มเพิ่มขึ้นกว่าภาวะปกติ สำหรับเครื่องเอทีเอ็มในกรุงเทพฯ มีกว่า 400 เครื่อง ซึ่งรวมถึงเครื่องเอทีเอ็มในห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

      ส่วนธนาคารทหารไทย ได้จัดตั้งทีมงานพิเศษเพื่อติดตามปริมาณเงินสดในเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารให้มีปริมาณพอเพียงต่อความต้องการของประชาชน โดยเหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลให้ธนาคารต้องปิดสาขาไปแล้ว 22 แห่ง และปิดบริการเครื่องเอทีเอ็มไปแล้วกว่า 100 ตู้ และยังต้องเฝ้าระวังสาขาและเครื่องเอทีเอ็มในจุดเสี่ยงอีก 34 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีทีมมอนิเตอร์ที่จะคอยติดตามว่า เอทีเอ็มแต่ละตู้เงินพร่องไปแค่ไหนอย่างไร และพร้อมที่จะเข้าไปเติมเงินทันที

      แต่ถึงจะ "วางใจ" ได้ว่าธนาคารพาณิชย์พร้อมให้บริการเต็มที่ หากแต่ก็ต้อง "คิดให้ถ้วนทั่ว" และ "คิดเผื่อ" ไว้ก่อนนะคะ ดังนั้น ดีที่สุดคือ เตรียมให้พร้อมจริงๆ

      คนที่น้ำยังไปไม่ถึง แต่มีโอกาสที่จะไปถึง ยังมีเวลาเตรียมตัวในการดูแลทรัพย์สินและของมีค่า รวมทั้งสำรองเงินสดติดตัวไว้ วันนี้ก็เลยขออนุญาตชวนให้คิดทั่วอย่างรอบคอบ อย่างน้อยก็ไม่ต้องหวั่นวิตกให้น้ำพัดจนสติแตกกระจาย

---------------------------
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : คิดให้ถ้วนทั่ว โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล )