
'ปู'ยันศปภ.ที่ใหม่ไม่ซ้ำรอย'ดอนเมือง'
นายรัฐมนตรี เชื่อ กระทรวงพลังงาน ไม่ซ้ำรอยดอนเมือง เพราะป้องกันอย่าดี ขอความร่วมมือปชช.รักษาพนังกั้นกทม.
29 ต.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการย้าย ศปภ. ว่า ได้มองสถานที่สำรองไว้นานแล้ว และขณะนี้ระดับน้ำ บน ถ.วิภาวดีรังสิตเริ่มสูงขึ้น จึงเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานและคนที่มาติดต่อ เดิมทีจะอยู่ให้พ้นช่วง 31 ต.ค.ที่น้ำทะเลจะหนุนสูงเพื่อไม่ให้ขาดตอนในการดูแลประชาชนจึงมาดูการปรับปรุงการย้ายศูนย์ ขณะนี้มีบางจังหวัดเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลดศปภ.จึงต้องยกระดับการดูแลจึงต้องจัดพื้นที่และเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดูแลประชาชนให้ทันท่วงที จึงเตรียมการและมาเลือกใช้กระทรวงพลังงานที่มีความพร้อม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังดูแลประชาชนเหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากน้ำมาถึงกระทรวงพลังงานจะทำยังไง นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีปัญหาเฉพาะจุดทางลงที่เราจะไปทางชั่วคราว แต่ภายในอาคารมีการป้องกันเป็นอย่างดีน้ำคงไม่เข้าไปถึงด้านใน เชื่อว่าการทำงานคงราบรื่น ซึ่งการเดินทางคงใช้เส้นทางโทลเวย์ คงต้องยอมรับว่าถ้าไม่ให้มีอุปสรรคคงเป็นไปได้ยาก แต่จะกระทบน้อยกว่าที่อื่น ซึ่งเราเตรียมที่จอดรถและรถรับ-ส่งให้เจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่า ใน1-2วันนี้ที่จะเป็นช่วงวิกฤติ จะให้ความมั่นใจกับประชาชนในการดูแลสถานการณ์ได้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ให้ความมั่นใจแต่คงไม่ราบรื่นเหมือนปกติ และเชื่อว่าจะกอบกู้ให้มาอยู่ในสถานการณ์ปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีทีมงานในการทำงาน ไม่ได้ทำให้หยุดชะงักในเรื่องของสาธารณูปโภค เช่นเรื่องไฟฟ้าก็มีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล 180 จุด ในกรณีน้ำท่วมสูงก็จะไม่มีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกทม. มีพื้นที่รอดจากน้ำท่วมบางหรือไม่ ซึ่งพล.ต.อ.ประชา ที่ยืนด้านหลัง กล่าวว่า กทม.เป็นที่ผ่านน้ำลงทะเล โดยหลังจะลงในคลองระบายน้ำของกทม. แต่ถ้าการระบายของกทม.ไม่สามารถที่จะระบายได้ทันน้ำก็จะเอ่อในคลองต่างๆก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำเอ่อท่วมบางพื้นที่ ซึ่งจุดที่อันตรายคือจุดที่น้ำจะล้นคันคลองกั้นน้ำผนังกั้นน้ำเข้ามาฉะนั้นพื้นที่ที่อยู่บริเวณที่อยู่ติดคันกั้นน้ำ ติดกับแม่น้ำก็จะเป็นอันตรายค่านข้างมากหน่อยครับ บางพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มต่ำก็จะนอง ท่วมขังก็เป็นอีกประเด็น
จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า ถ้าไม่มีการไปพังแนวคันกั้นน้ำไม่มีการแตะก็ขอความร่วมมือประชาชน “ทนอีกนิดเถอะค่ะ 2-3 วัน ในการรักษาพนังกั้นน้ำนี้ไว้ แล้วเราจะค่อยๆเร่งระบายในทุกส่วน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่การแจ้งเตือนจะแคบลงให้ระบบพื้นที่ ถนนหรือซอย นายกฯ กล่าวว่า ต้องร่วมกับกทม. เพราะเราเองไม่ได้รู้ระบบกทม. และกำลังในเรื่องของการระบายน้ำอย่างเต็มที่ แต่เราสามารถช่วยกทม.ในภาพรวมในเรื่องของน้ำที่จะเอ่อล้นเข้ามา แต่ว่าการระบายต้องทำร่วมกับกทม. ถ้าเป็นจุดรายละเอียดนั้นขอให้กทม.จะดีกว่า
เมื่อถามว่า การตัดถนนที่คลอง 9 ปทุมธานี จะช่วยระบายมากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า จะเป็นการช่วยระบายออกทางตะวันออก แต่เป็นหนึ่งในวิธีการไม่ได้สามารถช่วยได้ทั้งหมดแต่ช่วยได้บางส่วนโดยมีการเริ่มดำเนินการแล้ว
นายกฯหารือ ตำรวจจราจร สั่งแก้ปัญหาสัญจรให้คนกรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น .น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังกองบังคับการตำรวจจราจร(บก.02) ริมถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อประชุมและมอบนโยบาย รวมถึงรับฟังแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจัดการจราจรในพื้นที่กทม. ซึ่งหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศปภ. พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท. ผบช.น. และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขอฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลการปรับเส้นทางการจราจร เพราะมีหลายพื้นที่มีปัญหา โดยเฉพาะขอฝากให้ดูแลการจราจรบนทางด่วนโทลล์เวย์ให้สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วมได้ ส่วนพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมดต้องจัดการจราจรเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางหรือไปยังจุดที่จะลงเรือได้ สำหรับพื้นที่ที่รถเล็กสามารถวิ่งได้นั้น ต้องปักป้ายบอกระดับน้ำว่าสามารถเดินทางได้หรือไม่ ให้เป็นระยะๆ
"ต้องฝากผบ.ตร. ว่ามีกำลังตำรวจเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หรือต้องนำกำลังจากจังหวัดที่น้ำไม่ท่วมเข้ามาเสริมหรือไม่ นอกจากนี้ต้องจัดกำลังสายตรวจลาดตระเวนเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้านพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตำรวจที่ทำงาน ถือว่ามีเพียงพอ และจัดหน่วยลาดตระเวนทางน้ำ ทั้งจากตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) ลาดตระเวนป้องกันอาชญากรรม เช่น จ.ปทุมธานี นนทบุรี สำหรับการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่ไปอยู่ศูนย์อพยพนั้นตนได้กำชับให้ดูแลการจราจรและการดูแลชีวิตและทรัพย์สิน
จากนั้น พล.ต. ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. รายงานภาพรวมการจราจรในกทม. ว่า ตอนนี้มีพื้นที่การจราจรที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 63 จุด พื้นที่ที่รถเล็กผ่านไม่ได้ 21 จุด และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้น 5 จุด ขณะที่ถนนบางเส้นเกิดจราจรติดขัดเนื่องจากมีการย้ายผู้อพยพไปศูนย์พักพิง และบางส่วนไปต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดสาว ทำให้การจราจรในถ.เพชรเกษม และพระราม 2 เกิดการติดขัดบ้าง แต่โดยรวมยังสามารถบริหารจัดการได้



