ข่าว

'ถุงจัดหนัก'หนักของเราเบาธรรมชาติ

'ถุงจัดหนัก'หนักของเราเบาธรรมชาติ

29 ต.ค. 2554

'ถุงจัดหนัก'...หนักของเราเบาธรรมชาติ : โต๊ะรายงานพิเศษรายงาน

           กรุงเทพฯ น้ำท่วม...อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อคุณกดชักโครกไม่ลง และคนกรุง ที่อาศัยอยู่ในคอนโดสูง 20-30 ชั้น หากไม่สามารถออกไปไหนได้นานเป็นสัปดาห์ หรือนานนับเดือน ระบบระบายน้ำและของเสียจะเป็นเช่นไร?

          อึ" ในยามวิกฤติน้ำท่วม ถือเป็นเรื่องความทุกข์ทรมานของคนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้ที่ผ่านมาจะมีการใช้ "ถุงดำ" หรือ "ถุงพลาสติก" เป็น "สุขาฉุกเฉิน" แต่ในยามน้ำยังไม่ลด และลดลงแล้ว ก็จะเกิดปัญหาขยะปฏิกูลขึ้นมาอีกเพียบ

          ของหนัก" ของคนที่อยู่ในถุงที่ไม่ย่อยสลาย จะกลายเป็น "ของหนัก" พันปี เป็นขยะที่น่ารังเกียจ และรีไซเคิลไม่ได้ ต้องเผาอย่างเดียว และที่สำคัญ จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนให้โลกอีกด้วย

          จากจุดนี้เอง ทำให้เกิดความร่วมมือในโลกโซเชียลมีเดีย สังคมออนไลน์ ที่ตั้งแฟนเพจ "ถุงจัดหนัก" หรือ"ถุงพลาสติกชีวภาพ" เพื่อการขับถ่ายแบบ "คล่องตัว" โดยไม่ต้องใช้ส้วมเก้าอี้พลาสติก หรือส้วมกระดาษ ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อรับมือกับน้ำท่วม

          เอาเป็นว่า...แม้จะขาดเก้าอี้ก็สามารถใช้ถุงนี้ปลดทุกข์ได้!!!!

          “ถุงจัดหนัก” เป็นถุงพลาสติกชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ วิธีใช้ง่ายๆ เพียงแค่นำขวดน้ำพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร มาตัดด้านบนออกให้มีลักษณะเรียบ แล้วนำถุงจัดหนักสวมลงไป จากนั้นก็ขับถ่ายได้ตามต้องการ แล้วมัดถุงให้แน่นป้องกันกลิ่นรบกวน จากนั้นนำไปฝังกลบในดิน แล้วถุงจัดหนักก็จะย่อยสลายไปตามธรรมชาติ พร้อมกับของเสียของเรา

          ถุงจัดหนัก" เป็นความคิดของ "อนุรักษ์ สุชาติ" นักออกแบบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผองเพื่อน ที่รวมตัวโดยศิษย์เก่าสถาปัตย์ จุฬาฯ และเพื่อนๆ นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมไปถึงเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน

          จากนั้นพวกเขาก็ร่วมกันจัดทำแฟนเพจในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก โดยนำไอเดียมาจากโครงการของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เคยใช้กับผู้คนในประเทศแอฟริกา แก้ปัญหาเรื่องห้องน้ำที่คนส่วนใหญ่ขับถ่ายทิ้งเรี่ยราด โดยมองว่า ถุงพลาสติกชีวภาพสำหรับขับถ่ายนี้ เหมาะกับสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองไทย

          ถุงจัดหนัก สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ (Biodegradable) ลักษณะของถุงจะมีลวดลายกราฟฟิก ไอเดียและฝีมือของ "น้องต้น" กับ "น้องพลอย" สองนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ บอกวิธีการใช้ คือ ต้องนำถุงไปครอบลงกระป๋อง หรือ ถังน้ำขนาดกลาง จากนั้นก็นั่งยองๆ จัดหนักกันไป เมื่อเสร็จภารกิจก็มัดปากถุงป้องกันกลิ่นย้อนกลับ แล้วนำไปทิ้งในถังขยะที่จัดเตรียมไว้ พอน้ำลดก็นำไปฝังดิน มีข้อห้ามคือ ห้ามทิ้งลงน้ำ เพื่อเป็นการป้องกันโรคระบาด

          หลังจากกลุ่มทดสอบพลังของโซเชียลมีเดียเพียงไม่กี่วัน ก็ได้เพื่อนสมาชิกที่เป็นเจ้าของโรงงานเป่าถุงสนับสนุนช่วยเหลือทำทันที ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นพวกเขารวบรวมเงินกันในหมู่สมาชิกและรับบริจาค จากนั้นก็ลุยดำเนินการผลิตแบบแมสโปรดักท์ จนได้ถุงทั้งหมด 2 แสนใบ โดยการสนับสนุนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบ้านอาสาใจดี

          นอกจาก ถุง "จัดหนัก" แล้ว เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ยังมี ถุง "จัดเต็ม" ที่เป็นถุงสีส้มขนาดใหญ่ไว้ใส่ ถุง "จัดหนัก" ของเราจนเต็ม พอน้ำลดค่อยเอาไปฝัง แล้วย่อยสลายหายไปทั้งของหนักและถุง ซึ่งจะแจกคู่กัน

          พร้อมกันนั้น พวกเขายังเรียกร้องให้บริษัทใหญ่ที่มีเครือข่ายทางสังคม อย่าง ปตท. และเอสซีจี ซึ่งมีเม็ดพลาสติกชีวภาพ มาร่วมโครงการผลิตถุงพลาสติกชีวภาพสำหรับผู้ประสบอุทกภัยเช่นกัน

          แม้ต้นทุนการผลิตจะตกใบละ 50 สตางค์ แพงกว่าถุงพลาสติกปกติ แต่ก็ถือได้ว่า "เรื่องหนักของเรานั้น เบาต่อธรรมชาติ"

          เครือข่ายสังคมออนไลน์อีกกลุ่มที่มีบทบาท...น้ำท่วมร่วมแรง "โซเชียลมีเดีย" คือกลุ่ม "น้ำขึ้นให้รีบบอก" ในเฟซบุ๊ก โดยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 วัตถุประสงค์เพื่อต้องการบอกข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ และวิธีการป้องกันหากเกิดเหตุฉุกเฉินกับเพื่อนสมาชิก

          จนถึงวันนี้ ยอดสมาชิกพุ่งไปกว่า 2 แสนคนแล้ว โดยสมาชิกแต่ละคนจะโพสต์ข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ มาแจ้งเตือนเพื่อนสมาชิกให้รับรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน