ข่าว

ปธน.เกาหลีใต้ห่วงน้ำท่วมไทย

ปธน.เกาหลีใต้ห่วงน้ำท่วมไทย

29 ต.ค. 2554

'สุรพงษ์' ยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ-ความมั่นคงทางการ ขึ้นหารือในที่ประชุมประเทศลุ่มน้ำโขง ย้ำถึงปัญหาที่ต้องร่วมมือกันแก้ไข เผย ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมไทย พร้อมรับคณะนายกฯ ยิ่งลักษณ์ดูงานโครงการน้ำเกาหลี

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงโซลว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารรัฐเกาหลีครั้งที่ 1 ที่กรุงโซล ที่มีขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2554 โดยมีประเทศสมาชิกรวม 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม และเกาหลี ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ไทยได้หยิบยกประเด็นสำคัญใน 3 เรื่องขึ้นหารือต่อที่ประชุม ได้แก่ การจัดการบริหารน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัย และแผ่นดินไหว

          ทั้งนี้ ประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง ต่างก็ประสบปัญหาอุทกภัยเหมือนกัน ส่วนใหญ่ประสบปัญหาจากแม่น้ำโขง แต่ไทยประสบปัญหาน้ำท่วมจากแม่น้ำ 4 สาย ประกอบด้วย ปิง วัง ยม น้ำ ที่รวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งไทยเปรียบเป็นหม้อข้าวของโลก เมื่อประสบปัญหาอุทกภัยย่อมส่งผลต่อวิกฤตการณ์ความมั่นคงทางอาหาร

          นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เขาได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือ ถึงความเป็นไปได้ในการจัดเก็บผลผลิตข้าวได้นานมากที่สุด โดยเฉพาะผลผลิตจะไม่ได้รับผลกระทบ กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

          ทั้งนี้ เขายังได้หยิบยกเรื่องประชาธิปไตยในพม่ามาหารือด้วย โดยเห็นว่า ขณะนี้กระบวนการประชาธิไตยพม่ามีความก้าวหน้าขึ้น หลังจากที่มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองของพม่า 6,000 คน ถือแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลพม่าว่า มีความพยายามเบนเข็มเข้าสู่ประชาธิปไตย ซึ่งอยากให้ประเทศในภูมิภาคได้เห็นถึงจุดนี้ ขณะที่ไทยยืนยันจะให้การสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยในพม่าอย่างเต็มที่

          อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง คาดว่า จะมีการขยายความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรมากยิ่งขึ้น อย่าง จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เนื่องจากเห็นว่า กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงต่อไปจะเป็นประเทศมีศักยภาพ และมีความเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเกาหลีมีความรู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการน้ำ ก็แสดงจุดยืนจะให้ความร่วมมือ

 

เผย ปธน.เกาหลีใต้ ห่วงใยปัญหาน้ำท่วมในไทย

          นอกจากนี้ เขายังได้เข้าพบกับนายอี มยอง-บัก ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยโอกาสนี้ได้ยื่นหนังสือของนาวสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ฝากมาให้กับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยมีเนื้อหาระบุถึงความสนใจ และต้องการเรียนรู้ถึงการจัดการกับปัญหาอุทกภัยในเกาหลี

          "ผมได้ไปเยี่ยมและศึกษาฝ่ายกั้นน้ำบริเวณแม่น้ำฮัน ที่มีการ จัดการและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากเกาหลีเคยประสบกับปัญหาน้ำท่วมรุนแรงมาก่อน โดยโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2552 ใช้เงินลงทุนไป 550,000 ล้านบาท"

          นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เล่าถึงการบริหารจัดการน้ำในเกาหลีจำนวนมากไม่ให้ไหลบ่าเข้ามาในเมืองหลวง โดยการจัดทำฝายและมีการควบคุมเปิดประตูฝายตามจุดต่างๆ ของแม่น้ำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำในแต่ละฤดู

          ทั้งนี้ เขาเห็นว่า เรื่องนี้มีประโยชน์ต่อไทยมาก และหากมีโอกาสจะพานางสาวยิ่งลักษณ์ และคณะเข้าเยี่ยมชมโครงการนี้ โดยขอให้ประธานาธิบดีช่วยอธิบายด้วยตนเอง ซึ่งประธานาธิบดีก็ยินดี

          นอกจากนี้ยังสนใจศึกษาการจัดการน้ำเสียตามแม่น้ำลำคลองในกรุงโซล ที่ใช้งบประมาณจัดการกับปัญหา 7,500 ล้านบาท ซึ่งเขาเห็นว่า แนวคิดนี้ ต้องการให้ทาง กทม.ได้นำไปใช้เช่นกัน

          “ส่วนตัว เชื่อว่า การลงทุนก่อสร้างโครงการดังกล่าว ที่ใช้เงินกว่า 5 แสนล้านบาท แม้จะเป็นเงินที่มาก แต่การที่ไทยประสบอุทกภัยครั้งนี้ ก่อให้เกิดความสูญเสียกว่าแสนล้านบาท หากมีการลงทุนโครงการนี้ ก็จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นมาอีก"

          อย่างไรก็ตาม การประชุมเอเปค ที่ฮาวาย จะมีขึ้นในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ และการประชุมผู้นำอาเซียน ที่บาหลี ในกลางเดือนหน้า ประเทศไทยจะหยิบยกเรื่องปัญหาอุทกภัยในประเทศกลุ่มลุ่มน้ำโขงขึ้นอีกครั้ง

          นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า สื่อมวลชนเกาหลีใต้ได้ให้ความสนใจกับการดำเนินการฟื้นฟูหลังการประสบอุทกภัยของรัฐบาลไทย โดยเขาย้ำว่า ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมจัดหางบประมาณเพื่อฟื้นฟูให้กับผู้ประกอบการ และบริษัทต่างๆ ที่ประสบปัญหาด้วยเช่นกัน

          ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องการขอความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ส่งผู้เชี่ยชาญเข้ามาร่วมช่วยเหลือ หรือวิศวกรช่วยมาซ่อมแซมอุปกรณ์การผลิตที่เสียหาย

          นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ทางการเกาหลี ได้สอบถามถึงความต้องการของไทยเพิ่มเติม ต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเขาระบุว่า ประเทศไทยต้องการน้ำใจ และขอบคุณในความห่วงใยที่มีให้

          นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมมาตรการดูแลและฟื้นฟูผู้ประกอบการคนไทยและต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เขาไปเจรจาขอความร่วมมือ จากสถาบันการเงินในต่างประเทศ เพื่ออนุมัติเงินทุนให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ ไปใช้ซ่อมแซม และซื้ออุปกรณ์ทดแทนในส่วนที่เสียหาย โดยหากมีความจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์จากต่างชาติ ก็สามารถเครดิตค้ำประกัน รวมถึงจะมีการลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรอีกด้วย