
น้ำท่วมรางสูงรถไฟสายใต้หยุดวิ่ง
การรถไฟประกาศงดรถสายใต้ รถไฟฟ้าใต้ดินเร่งติดผนังกันน้ำท่วมเพิ่ม18จุด ธปท.วอนแบงก์พาณิชย์ ทำงานต่อแม้กทม.จมน้ำ
28ต.ค.2554 นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ฯ การรถไฟฯ แจ้งสถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2554 ว่า ขบวนรถไฟสายใต้ที่ออกจากสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) ในช่วงบ่ายวันที่ 28 ต.ค. ไม่สามารถเดินรถได้เนื่องจากปริมาณน้ำท่วมทางรถไฟช่วงบางซื่อ-บางบำหรุ สูงเหนือสันรางกว่า 48 เซนติเมตร ซึ่งท่วมสูงกว่าปริมาณน้ำในวันก่อน นอกจากนี้ทางรถไฟสายใต้ช่วงชุมทางหนองปลาดุก-สุพรรณบุรี ระดับน้ำท่วมสูงเหนือสันรางกว่า 28 เซนติเมตร ขบวนรถไม่สามารผ่านไปได้เช่นกัน
รถไฟฟ้าใต้ดินเร่งติดผนังกันน้ำท่วมเพิ่ม18จุด
นายชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เปิดเผยว่า ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ BMCL ได้ดำเนินการเตรียมการรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทได้ เพิ่มมาตรการป้องกันน้ำไหลเข้าสู่ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT เพิ่มเติม โดยการติดตั้งผนังป้องกันน้ำท่วมที่ทางเข้า-ออกสถานี โดยเว้นช่องให้ผู้โดยสารสามารถเดินเข้า-ออกได้ อีกจำนวน 18 สถานี อาทิ สถานีบางซื่อ กำแพงเพชร สวนจตุจักร สถานีลาดพร้าว
อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารสามารถเดินเข้า-ออก สถานีดังกล่าวได้ตามปกติ และรถไฟฟ้า MRT ยังเปิดให้บริการปกติทุกสถานี ผู้โดยสารสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับรถไฟฟ้า MRT ได้ทางเว็บไซต์ www.bangkokmetro.co.th www.facebook.com/bmcl.mrt www.twitter.com/mrt_bmcl และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 0-2624-5200
ธปท.วอนแบงก์พาณิชย์ ทำงานต่อแม้กทม.จมน้ำ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ ธปท.ได้หารือกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ รวมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 8 แห่ง มีความเห็นร่วมกันว่าจะไม่ประกาศวันหยุดของสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษ แม้ว่าน้ำจะเข้าท่วมกรุงเทพฯชั้นใน ยกเว้นว่าจะเกิดปัญหาฉุกเฉินจนระบบการเงินของไทยไม่สามารถทำงานได้ใน 3 กรณี คือ
1.ระบบการชำระเงินของประเทศ เช่น ระบบบาทเน็ตหรือการเคลียริ่งเช็คทำงานไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้หมายความว่า ธปท.ทั้งที่สำนักงานใหญ่ บางขุนพรหม และโรงพิมพ์ธนบัตรที่พุทธมณฑล สาย 7 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก 2.ระบบโทรคมนาคมของประเทศล่ม ทำให้ไม่สามารถติดต่อกันได้ เช่น ระบบโทรศัพท์ และระบบอินเตอร์เน็ตของประเทศล่ม และ 3.หากธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินได้รับความเสียหายไม่สามารถทำงานได้มากกว่า 20% ของระบบสถาบันการเงินของประเทศ กรณีเหล่านี้ถือเป็นกรณีที่ธปท.จะประกาศให้เป็นวันหยุดพิเศษของธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นว่าจะมีกรณีฉุกเฉินอื่นๆที่จำเป็นต้องปิด ธปท.จะประสานงานกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน เพื่อพิจารณาเป็นกรณีๆไป จึงอยากให้ประชาชนและภาคธุรกิจมั่นใจได้ว่า ยังสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ต่อเนื่อง แม้จะมีน้ำท่วมในกทม.
ล่าสุด ในวันที่ 28 ต.ค. พบว่า มีธนาคารพาณิชย์ 13 แห่ง ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย 2 แห่ง และบริษัทเงินทุน 1 แห่ง แจ้งปิดสาขารวม 398 สาขา ส่วนใหญ่ยังคงเป็นสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมมากขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลให้มีการปิดสาขาในบางพื้นที่ของกทม.เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตดอนเมือง แจ้งวัฒนะ และปิ่นเกล้า โดยในวันนี้มีการปิดสาขาใน 9 จังหวัด ประกอบด้วย ปทุมธานี 158 สาขา กทม. 104 สาขา จังหวัดนนทบุรี 71 สาขา พระนครศรีอยุธยา 43 สาขา นครสวรรค์ 12 สาขา นครปฐม 7 สาขา ชัยนาท 1 สาขา ลพบุรี 1 สาขา และอุทัยธานี 1 สาขา
ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์มีการปิดสาขามากที่สุดรวม 95 สาขา ขณะที่มีการปิดเครื่องตู้กดเงินสด (เอ็มทีเอ็ม) ธนาคารพาณิชย์ได้ปิดให้บริการแล้วรวม 4,188 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องเอทีเอ็มในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเช่นกัน โดยปิดในกรุงเทพฯ 1,015 เครื่อง ปทุมธานี 1,420 เครื่อง นนทบุรี 73 เครื่อง พระนครศรีอยุธยา 678 เครื่อง นครสวรรค์ 87 เครื่อง และสมุทรปราการ 61 เครื่อง ที่เหลือกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ สำหรับการปิดสำนักหักบัญชี ยังคงมีการปิดสำนักหักบัญชีอยุธยาเพียงแห่งเดียว (เป็นวงการชำระบัญชีเช็คเฉพาะสาขาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยปิดมาตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.54 สำหรับจังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี ขณะนี้จึงยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ



