ข่าว

ศปภ.เล็งหนีน้ำ!คาดย้ายไป'ตึกปตท.'

ศปภ.เล็งหนีน้ำ!คาดย้ายไป'ตึกปตท.'

28 ต.ค. 2554

รัฐบาลเล็งย้ายศปภ. ไป "ปตท.สำนักงานใหญ่" หลังน้ำท่วมดอนเมือง หลังจากเจ้าหน้าที่ อึดอัด รัฐบาลไม่ยอมย้าย ขสมก.ต้อง จัดรถรับส่ง เข้าทำงานที่ดอนเมือง 3 สาย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากสถานการณ์น้ำได้ทะลักเข้าในพื้นที่บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง จนขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ สี่แยกหลักสี่ ทั้งฝั่งขาออกนอกเมือง-และขาเข้าเมือง ส่งผลทำให้การเดินทางและการขนส่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ทางศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย (ศปภ.) ได้ทบทวนการย้ายศูนย์ศปภ. ไปยังที่ต่างๆ อาทิ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี

          ล่าสุดรายงานข่าวจากศปภ.แจ้งว่า หนึ่งในคณะทำงานระดับสูงของศปภ. ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ซึ่งคาดว่าจะใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ศปภ.แห่งใหม่ แทนพื้นที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีผู้อพยพหลงเหลืออยู่ที่อาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวนกว่า 300 คน ซึ่งหากทางศปภ.จำเป็นย้ายศปภ.จริง ก็ต้องอพยพประชาชนออกให้หมดเสียก่อน




เจ้าหน้าที่ศปภ.อึดอัด รัฐบาลไม่ยอมย้ายหลังระดับน้ำสูง


    ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศปภ. ว่า  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่จะมาทำงานที่ ศปภ.  ขสมก. จะให้บริการ รถหมุนเวียนจาก ศปภ. ดอนเมือง ไปยังปลายทางสามแห่งประกอบด้วย "ดอนเมือง -  โรงแรมมิราเคิล" " ดอนเมือง - ลาดพร้าว (หน้า ปตท.)"  และ "ดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ (ฝั่งอนุบายปฐมวัย ทางออกพหลโยธิน"  โดยจะจัดรถวิ่งทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 06.00 น. - 01.00 น. ของทุกวันจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

    ขณะที่ถนนในท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น มีน้ำท่วมเต็มพื้นที่ จนเกือบเท่าแนวฟุตบาธแล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใน ศปภ. เองก็เริ่มที่จะอึดอัดกับการที่ทางรัฐบาลยังไม่ยอมย้าย ศปภ. ออกจากที่อากาศยานดอนเมือง เพราะหากน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะกระทบกับหม้อแปลงไฟ และแม้ว่า การไฟฟ้านครหลวง จะส่งเจ้าหน้าที่มาคอยดูแล แต่หากระดับน้ำสูงมากก็ไม่มั่นใจว่าจะรับมือไหวหรือไม่


ระดับน้ำในดอนเมืองเริ่มสูงเสมอขอบฟุตบาธ



    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากช่วงบายที่ผ่านมาเริ่มมีมีน้ำเจิ่งนองบริเวณ ถนนและลานจอดรถของอาคารผู้โดยสารในประเทศ ซึ่งเป็นอาคารบัญชาการของ ศปภ. ในเวลา  19.00 น. ระดับน้ำได้สูงขึ้นเท่ากับระดับฟุตบาธ และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ขณะเดียวกันบริเวณ ถ.วิภาวดีรังสิต ก็มีระดับน้ำที่สูง ประมาณ 40 เซนติเมตร  ทำให้มีรถหลายคันติดค้างไม่สามารถนำออกมาได้   นอกจากนี้บริเวณดังกล่าวเริ่มมีกลุ่มเมฆฝนตั้งเค้า สร้างความวิตกให้กับผู้ที่ทำงานภายใน ศปภ.



เชิญ"ทูตานุทูต"ชี้แจงสถานการณ์น้ำท่วม


            เมื่อเวลา 15.00 น.  พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.)และ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำของรัฐบาล ได้เดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงสถานการณ์น้ำท่วม และมาตรการเยียวยาภาคเศรษฐกิจ แก่คณะทูตานุทูตกว่า 80 ประเทศ   ตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ โดยมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  และข้าราชการระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย    

           ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น. นายกิตติรัตน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงกับคณะทูตานุทูต ประธานและกรรมการหอการค้าระหว่างประเทศ กว่า 80 ประเทศ ว่าช่วงแรกพล.ต.อ.ประชาได้ชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำตั้งแต่ต้นจนล่าสุด ส่วนตนจะชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยธรรมชาติที่ทุกคนไม่ได้คาดคิดมาก่อน แต่ยืนยันว่า จะเดินหน้าฟื้นฟูและแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมนั้นถูกสะสมมาเป็นเวลานาน แต่ไม่มีการแก้ไข ปล่อยให้เกิดซ้ำซาก หากปีหน้ายังปล่อยให้เกิดแบบนี้อีกก็ไม่น่าไว้วางใจแล้ว

           นายกิตติรัตน์ยังระบุอีกว่า น้ำจะมาแน่นอนจึงเป็นเหตุผลให้นายกรัฐมนตรีประกาศให้ 27-31 ต.ค. เป็นวันหยุดราชการ พร้อมแนะนำให้ประชาชนเดินทางออกจากกทม. หากเป็นไปได้ แม้แต่ ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศยังยอมรับว่า อุทกภัยครั้งนี้หนักจริงๆ และต้องมีการแก้ไข ส่วนมาตรการเยียวยาที่จะชี้แจงไปก็เหมือนกับในมติครม.เมื่อ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา