
'ปู'ถกนายกอบจ.ปากน้ำรับน้ำลงทะเล
"ยิ่งลักษณ์"ถกนายกฯอบจ.สมุทรปราการหารือด่านสุดท้ายระบายน้ำลงทะเล น้ำท่วมดอนเมืองนายกฯสั่งย้ายประชุมครม 1 พ.ย.ไปทำเนียบฯ ระดมขรก.สร้างกำแพงป้องกันบ้านพิษณุโลก-ทำเนียบฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 ต.ค. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญนายชนสวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เข้าหารือที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยใช้เวลาในการหารือกันนานเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะหารือในเรื่องของการระบายน้ำที่จังหวัดสมุทรปราการจะเป็นด่านสุดท้ายในการไหลของน้ำก่อนไหลลงทะเลที่ปากน้ำ
พ่อเมืองปากน้ำเรียกประชุมด่วนเตรียมศูนย์อพยพให้ กทม.
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 28 ต.ค. นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยนายชาติชาย อุทัยพันธ์ นายชนะ นพสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการนายวิวัต เมธีวรรณกิจ ปลัดจังหวัด และนายอำเภอทุกอำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์อพยพ เพื่อรองรับชาวกรุงเทพ และชาวสมุทรปราการ ลี้ภัยน้ำท่วม
นายเชิดศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ ถูกจัดให้เป็นจังหวัดหนึ่งในการเป็นศูนย์อพยพน้ำท่วมของชาวกรุงเทพ ที่ประสบภัยปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก รวมทั้งเตรียมการศูนย์อพยพให้กับชาวสมุทรปราการอีกด้วย โดยมอบหมายให้ปลัดจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับศูนย์อพยพ โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และอำเภอทุกอำเภอจัดเตรียมศูนย์อพยพและเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับที่นอน ห้องน้ำ และอาหารการกินต่างๆ เบื้องต้นได้เตรียมแฟรตทหารเรือ จำนวน 4 อาคาร 300 ห้อง รวมทั้งโรงเรียนสื่อสารทหารเรือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จุคนได้ประมาณ 1,500 คน รองรับผู้อพยพจากกรุงเทพฯแล้ว
นอกจากนั้นแล้ว นายชนม์สวัสดิ์ ยังได้จัดเตรียมชุดไขควงวัดไฟที่ต่อท่อพีวีซียาวประมาณ 2 เมตร เบื้องต้นได้จัดทำมาจำนวน 50 อัน เพื่อแจกจ่ายให้กับแต่ละอำเภอๆละ 10 อัน เพื่อนำไปใช้ให้กับประชาชนที่ประสบภัยปัญหาน้ำท่วม โดยใช้ปลายสายพีวีซีที่มีสายทองแดงต่อมายังขั้วไขควงวัดไฟ โดยใช้ปลายสายทองแดงจุ่มในน้ำเพื่อวัดกระแสไฟที่มีน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากที่ผ่านมาได้มีประชาชนถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตมาแล้ว
โรงพยาบาลบางบ่อเร่งระบายผู้ป่วยเพื่อรับมือ
นพ.พัลลภ ลิ่วนำวงศ์ลาภ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางบ่อ จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาล ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) จะมีการระบายน้ำมาทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ผ่านมาทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ลงคลองด่านและสูบออกทะเลที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร ด้านข้างของโรงพยาบาล
บางบ่อติดกับคลองด่าน ซึ่งเป็นคลองหลักที่จะระบายน้ำเหนือลงมา จึงได้เตรียมแผนในการป้องกันน้ำท่วมเอาไว้ โดยมีการใช้กระสอบทราย3,000 กระสอบ วางเป็นแนวคันรอบโรงพยาบาลสูง 1.20 เมตร ส่วนบริเวณด้านข้างที่ติดกับคลองด่านได้มีการเสริมคันดินกระสอบทรายและใช้ผ้ายางกั้นความสูง1.50 เมตร ตลอดทั้งแนว จุดที่เป็นระบบทางการแพทย์ได้ก่อปูนล้อมสูง1.20 เมตร และเตรียมเครื่องปั่นไฟฟ้าไว้ 3 เครื่อง ขนาด500 กิโลวัตต์ 1 เครื่องขนาด 100 กิโลวัตต์ 2 เครื่อง สำรองไว้หากไฟฟ้าดับก็ใช้ได้ในทันที เตรียมอาหารไว้เลี้ยงคนไข้ 2 เดือน สำรองยาเวชภัณท์ไว้ 3 เดือน
"เรายังให้บริการตามปกติ แต่จะพยายามเคลียร์ผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้น้อยที่สุดคือจากมีผู้ป่วย 125 เตียง ตอนนี้เหลือ60 เตียง ช่วงนี้หากผู้ป่วยที่จะผ่าตัดหากไม่ฉุกเฉินก็จะให้เลื่อนออกไปก่อน ตอนนี้ได้เฝ้าระวัง24 ชั่วโมง และแผนสำรองจริงๆก็จะย้ายผู้ป่วยหนักไปที่โรงพยาบาลบางพลี ตอนนี้ได้ประสานงานไว้เรียบร้อยแล้ว " ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางบ่อ กล่าว
ผู้ว่าฯมหาชัยขอให้ประชาชนเตรียมรับสภาพน้ำท่วม
นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกคำเตือนประชาชน ใน อ.เมือง อ.กระทุ่มแบน และ อ.บ้านแพ้ว ให้เตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นตามแผนการของกทม. ที่จะผันน้ำผ่านมาออกทะเล ที่จะผ่านมาทางแม่น้ำท่าจีน คาดว่าทั้ง3 อำเภอ น่าจะได้รับผลกระทบ จากการมีน้ำท่วมเฉลี่ยไม่เกิน 50 เซ็นติเมตร
นางนงนุช ศรีประเสริฐ ผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร พระราม 2 กล่าวว่า การรับมือและป้องกันมวลน้ำหากมีจำนวนมาก ทางนิคมฯได้เสริมคันดิน ในแถบที่ติดฝั่งแม่น้ำท่าจีนเชื่อว่าจะสามารถรับมือได้ ขณะเดียวกันก็มีบ่อพักน้ำไว้รอบด้าน เครื่องสูบน้ำแรงม้า จำนวน 12 ตัว สูบจากบ่อพักออกข้ามแนวกระสอบทราย ที่สูงราว 2 เมตร ลงท่าจีนโดยผู้เชี่ยวชาญดูแล และสามารถแบกรับปริมาณน้ำได้จำนวน 60,000 ล้านคิว (ลูกบาศก์เมตร/ต่อนาที)
"ขณะนี้บรรดาเจ้าของอุตสาหกรรมต่างๆ ก็หากระสอบทรายเตรียมกั้นวางแนวเพื่อป้องกันตนเองแล้วระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ค่อนข้างเชื่อมั่นว่า นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร พระราม 2 จะสามารถป้องกันความเสียหายไว้ได้" นางนงนุช กล่าว
สำหรับ นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร อยู่ในฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ในความดูแลนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีพื้นที่ประกอบกิจการ 1,455 ไร่ มีโรงงาน 110 แห่ง แรงงาน 16,241 รวมเงินลงทุนและเศรษฐกิจจำนวน 22,315 ล้านบาท ประกอบกิจการบริษัทและโรงงานในอุตสาหกรรมอาหาร ส่วนใหญ่ และผลิตสินค้าเหล็ก ไม้ เฟอร์นิเจอร์ ท่อน้ำ พลาสติก อุปกรณ์อะไหล่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์พีวีซีต่างๆ และแปรรูปอาหาร
ส่วนนิคมอุตสหกรรมที่ดำเนินการโดยเอกชนคือ นิคมสินสาคร มีพื้นที่ 1,417 ไร่ มีโรงงาน 49 แห่ง แรงงาน 3,000 คน รวมเงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ครบวงจร ซึ่งได้สั่งการให้นิคมแห่งนี้เพิ่มแนวกำแพงคันดินให้มีระดับสูง 2.60 เมตร จากระดับน้ำทะเล
น้ำท่วมดอนเมืองนายกฯสั่งย้ายประชุมครม1พ.ย.ไปทำเนียบฯ
เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันอังคารที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้เปลี่ยนสถานที่การประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 1 พ.ย.นี้ กลับไปประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล จากเดิมที่เคยประชุมกันที่อาคารวีไอพีระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ตั้งแต่เปิดศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่อาคารภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำท่วมในขณะนี้ สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ประชุมครม.เนื่องจากอาคารวีไอพีระหว่างประเทศมีน้ำล้นมาจากถนนวิภาวดีรังสิตเข้ามาภายในถนนหน้าอาคาร ทำให้การสัญจรบริเวณดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบากอีกทั้งสถานที่จอดรถมีไม่เพียงพอ นายกรัฐมนตรีเป็นห่วง
นายบัณฑูร สุภัควาณิชย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกลับไปใช้ทำเนียบรัฐบาลในการประชุมครม.ว่า ส่วนของทำเนียบรัฐบาลมีการเตรียมการป้องกันไว้แล้วเช่นกัน หลังจากสถานการณ์น้ำมีการขยายพื้นที่เข้าสู่กทม. แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาในการประชุม ส่วนที่ท่าอากาศยานดอนเมืองน้ำเริ่มทะลักเข้าพื้นที่จนส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกกับเจ้าหน้าที่ของ ศปภ.นั้น จริงๆแล้วเราได้เตรียมแผน 1 และแผน 2 รับมือไว้บ้างแล้ว แต่ต้องดูสถานการณ์ ทั้งนี้รัฐบาลไม่สามารถใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ตั้งของศปภ.ได้ เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ เพราะศปภ. มีหน่วยงานเป็นจำนวนมาก รวมถึงสถานที่ที่จะใช้เป็น ศปภ.นั้นจะต้องสะดวกในการทำงานและการเดินทางของเจ้าหน้าที่ด้วย
ระดมขรก.สร้างกำแพงป้องกันบ้านพิษณุโลก-ทำเนียบฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีคลองเปรมประชากรอยู่ด้านหน้า ถนนนครปฐมและคลองผดุงกรุงเกษม อยู่ด้านข้าง ซึ่งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการระดมกระสอบทรายจำนวนหลายคันรถสิบล้อ และระดมกำลังข้าราชการจากหลายหน่วยงานมาก่อกำแพงซีเมนต์ และกำแพงกระสอบทรายล้อมรอบทำเนียบความสูง 2 เมตร และกระจายกำลังบางส่วน ไปทำกำแพงความสูง 2 เมตร ที่บ้านพิษณุโลกไว้ด้วยเช่นกัน



