ข่าว

ตั้งกฏเหล็ก!กันนักการเมืองฉวยโอกาส

ตั้งกฏเหล็ก!กันนักการเมืองฉวยโอกาส

28 ต.ค. 2554

ศูนย์บริจาคสิ่งของฯ ออกกฏกันนักการเมืองฉวยโอกาสรับของแจกไปหาประโยชน์ทางการเมือง บอกให้ไปขออนุมัติ'ประชา'ก่อน

       นายโชตินรินทร์  เกิดสม  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี  ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบขอรับถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศูนย์บริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สนามกีฬาศุภชลาศัย ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการดูแลการรับเข้า-ส่งออกสิ่งของที่ได้รับจากการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่าศูนย์บริจาคฯได้ออกประกาศ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแจกจ่ายถุงยังชีพเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ มี 5 ข้อ ได้แก่ 1. การพิจารณาแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภค จะส่งมอบให้จังหวัด อำเภอ และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นหลัก โดยมีคณะอนุกรรมการบริหารจัดหาถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่มีนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณา

       2.สำหรับภาคเอกชน มูลนิธิ หรือกลุ่มเอ็นจีโอ สามารถรับของไปแจกประชาชนที่เดือดร้อนได้  แต่ต้องมีหนังสือขอรับการสนับสนุน ทั้งนี้ต้องมีการแจ้งไปทางจังหวัดที่จะนำของไปแจกด้วย เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน

        3.ทางศูนย์บริจาคฯ จะส่งมอบของไปตามที่ประชาชนร้องขอผ่านทางสายด่วน 1111 กด 5 หรือสายด่วน 1784 หรือทางสื่ออื่นๆ โดยทางอนุกรรมการฯ จะต้องแจ้งทางจังหวัดทราบ

        4.กรณี ส.ส., ส.ว. และรัฐมนตรี  จะขอรับของไปแจก ต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย หรือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)

       และ 5. หากเป็นกรณีที่นอกเหนือจากที่ระบุให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการบริหารจัดหาถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค

        "สำหรับการส่งมอบของบริจาคนั้นศูนย์บริจาคฯจะส่งตัวแทน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้ลงไปกำกับและดูแลการรับมอบว่า สิ่งของได้ส่งไปตามที่ร้องขอไว้หรือไม่ ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ ที่ผู้มารับของในจังหวัดหนึ่ง ชื่อไม่ตรงกับที่ทางจังหวัดแจ้ง เราจึงไม่สามารถที่จะส่งมอบของได้ และต้องมีการชี้แจงให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่มีกระบวนการตรวจสอบเรื่องส่งของ จึงทำให้มีข่าวว่าของบริจาคไม่ถึงมือคนเดือดร้อน แต่ทางศูนย์บริจาคได้กำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวมา เชื่อว่าจะแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผ่านมาได้" นายโชตินรินทร์ กล่าว

        ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่นักการเมืองร้องขอของบริจาคเพื่อไปแจกนั้น มีหลักเกณฑ์พิจารณาอย่างไร นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาความสำคัญ ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก เบื้องต้นจะตรวจสอบข้อมูลจากข้อมูลพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ของกรมส่งเสริมการปกครอง และ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ของกระทรวงมหาดไทย อาทิ จำนวนผู้ประสบภัย ศูนย์อพยพในพื้นที่ เป็นต้น ก่อนที่จะมีการส่งมอบของให้ ส่วนกรณีที่มีนักการเมืองนำของบริจาคไปแจก แต่ได้นำป้ายชื่อของตนเองไปติด ทางศูนย์บริจาคฯ ยังไม่ได้มีการขอความร่วมมือไม่ให้ทำ แต่โดยความเห็นส่วนตัวมองว่า นักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะไม่ควรดำเนินการอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว

        นายประเสริฐ อรุณฤกษ์ ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ ศปภ. กล่าวว่า ขณะนี้ที่ศูนย์บริจาคฯ สนามศุภชลาศัย ได้ตั้งจุดเพื่อบริการรับเรื่องร้องเรียน หรือร้องขอความช่วยเหลือจากชาวต่างชาติ ที่พักในประเทศไทยและประสบอุทกภัย เบื้องต้นตนจะเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาความช่วยเหลือตามที่นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติร้องขอ โดยสามารถติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 084-4999078

        สำหรับบรรยากาศที่ศูนย์บริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สนามกีฬาศุภชลาศัย ในวันที่ 3 เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน นักเรียน และนักศึกษา มาร่วมอาสาสมัครแพกของ และลำเลียงของบริจาคใส่รถบรรทุก กันอย่างคับคั่ง ทำให้ภายในอาคารจันทนยิ่งยง สนามศุภชลาศัย สคบล ไปถนัดตา โดยทุกคนต่างร่วมแรงและร่วมใจกันทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี ซึ่งผิดจากวันแรกที่มีการย้ายของมาจากดอนเมือง ส่วนการจัดส่งของได้ทำอย่างเป็นระบบ โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์บริจาคฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ เข้ากำกับอย่างเข้มงวด

        ด้านของบริจาคที่ขนย้ายมาจากศปภ.ดอนเมือง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า ยังขนย้ายมาไม่หมด เพราะภายในอาคารจันทนยิ่งยงนั้นคับแคบ จำเป็นต้องมีการจำหน่ายถุงยังชีพออกไปจำนวนหนึ่งก่อนที่จะทยอยขนของบริจาคจาก ดอนเมืองมาไว้ที่อาคารจันทนยิ่งยงได้

        ส่วนตัวเลขการบริจาคสิ่งของ ต้ังแต่วันที่ 11-27 ต.ค.  พบว่ามีผู้บริจาคทั้งสิ้น 50,508 ชิ้น โดยเมื่อวันที่ 27 ต.ค. มียอดจัดส่งของให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ 73,511 ถุง รวม โดยจัดส่งไป7 จังหวัด ได้แก่ กทม., นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, อ่างทอง, ลพบุรี และ พระนครศีอยุธยา  ยอดตั้งแต่วันที่ 11-27 ต.ค. จัดส่งถุงยังชีพไปแล้วทั้งสิ้น 5,009,695 ถุง ส่วนยอดบริจาคเงินนั้น ยอดเมื่อวันที่ 27 ต.ค อยู่ที่ 269,922,175.40 บาท