ข่าว

'คาราวาน'บ้านไม่บานที่ไม่กลัว'น้ำท่วม'

'คาราวาน'บ้านไม่บานที่ไม่กลัว'น้ำท่วม'

29 ต.ค. 2554

'คาราวาน'บ้านไม่บานที่ไม่กลัว'น้ำท่วม':คนรักบ้าน

          ผมขอสารภาพตามตรงครับ ว่ายิ่งได้รับข่าวสารเกี่ยวกับ “น้ำท่วม” มากเท่าไร จิตใจยิ่งหดหู่มากขึ้นเท่านั้น และยังมีโอกาสเดินทางไปยังหลายพื้นที่ที่ประสบกับภัย “น้ำท่วม” ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศจริง โดยเฉพาะการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งการให้ความรู้ผ่านสื่อแขนงต่างๆ พอได้เผชิญกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนล้าในทางอารมณ์ จนกระทั่งได้ทบทวน “ศาสตร์ของพระราชา” ที่ว่าด้วย “วิถีแห่งความพอเพียง” และพอได้อ่านบทพระราชนิพนธ์  “พระมหาชนก”  ยิ่งทำให้มีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นอีกครั้ง 
 
          เป็นเรื่องน่าแปลกนะครับจากคำสอนของ  “พ่อหลวง”  ทำให้ผมรู้สึกว่าใน  “วิกฤติ”  ย่อมมี  “โอกาส”  เสมอ ซึ่งวิกฤติ  “น้ำท่วม” ครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้สังคมไทยได้เรียนรู้ว่า เราได้พัฒนาเศรษฐกิจสังคมมาผิดทาง เลยเป็นผลให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคมนั้น เปราะบางเป็นอย่างยิ่ง อาจถึงเวลาแล้วที่จะ “แน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด” ในอดีตที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป จะขอไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีกในอนาคตครับ
 
          นับตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมได้ตั้ง “คณะอาสาฯ” ของทีมงาน  “บ้านไม่บาน”  อันประกอบด้วย สถาปนิก, วิศวกร, นักวางผัง ฯลฯ เพื่อทำการศึกษาเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “น้ำท่วม” อย่างเป็นระบบ โดยตั้งสมมติฐานว่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะ ปรับปรุง ดัดแปลงอาคารบ้านเรือน ที่กำลังจมน้ำอยู่ให้สามารถประคองตัว  “ให้อยู่รอดปลอดภัย”  ตลอดจนศึกษาหา วิธีในการซ่อม+สร้างขึ้นใหม่ ให้เป็น “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน”  ในรูปแบบใหม่ที่ไม่กลัวน้ำทั้งยังสามารถอยู่ร่วมกับ “น้ำท่วม”  ได้อย่างทระนงองอาจ
 
          เลยตั้งโจทย์ว่าหากเกิด “น้ำท่วม” อีกในปีหน้าเราจะแสวงหาแนวทางและวิธีที่จะอยู่ร่วมกับ “น้ำที่หลากท่วม” อย่างมีความสุขตามอรรถภาพไปอย่างน้อย 2-3  เดือนได้อย่างไร แต่จะว่าไปตอนเริ่มแรกก็นับว่าเป็นโจทย์ที่ยากมากครับ แต่พอหลังจากได้ศึกษาลึกลงไปก็พบว่าพอที่จะมีความเป็นไปได้ที่จะปรับปรุง ดัดแปลงและซ่อม สร้าง รวมทั้งเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตแบบ  “พอเพียง” อยู่ในช่วง  “น้ำท่วม”  อย่างมี  “เกียรติ”  และมี  “ศักดิ์ศรี”  ไม่ต้องรอคอย “ถุงยังชีพ”  จากใคร 
 
          โจทย์ของผมที่ตั้งไว้มี 4 ข้อใหญ่  ดังนี้ ข้อ 1. ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะป้องกันน้ำที่ท่วมหลาก เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนน้อยที่สุด ข้อ 2.ศึกษาแนวทางในการปรับตัวเมื่อเกิดสภาวะน้ำท่วม ข้อ 3.ศึกษาแนวทางการปรับปรุง ซ่อมแซม ประยุกต์ ดัดแปลง อาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วม ข้อ 4.ศึกษาแนวทางในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ในรูปแบบต่างๆ ภายหลังน้ำลด ซึ่งผมจะนำเสนอรูปแบบที่เหมาะสม เรียบง่าย งามง่าย สร้างง่าย อีกทั้งสวยงามและมีราคาประหยัด ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม  วิศวกรรมในแขนงต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วยวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล ฯลฯ ตลอดไปจนแนวทางในการวางผังที่ถูกต้อง 
 
          โดยหวังไว้ว่าในปีหน้าเมื่อเกิด “น้ำท่วม”  หลากอีกก็คงจะไม่หนักหนาสาหัสดังเช่นในปัจจุบันนี้ รวมทั้งเป็นการสอนให้ สังคมไทยเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับ “น้ำท่วม” อย่างน้อย 2-3 เดือน โดยจะขอใช้ชีวิตแบบ  “พอเพียง”  ยืนบนขาตนเองโดยจะขอความช่วยเหลือจากภายนอกให้น้อยที่สุด และในทางกลับกันจะขอปวารณาตัวให้เป็นที่พึ่งของผู้อื่นให้มากที่สุด 

          เป็นข่าวดีครับสำหรับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ที่กำลังประสบภัยจาก “น้ำท่วม” ทั่วประเทศโดยผมจะร่วมมือกับ “หนังสือพิมพ์คมชัดลึก” และ “สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชลแนล”  และ “สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ครีเอทีฟลีฟวิ่ง” ที่ “พิษณุโลก” โดยร่วมมือกับ “กันตนากรุ๊ป”  และอีกหลากหลายหน่วยงานโดยเฉพาะ “คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์” และ  “คณะวิศวกรรมศาสตร์”  ของหลายสถาบันจัดทำเป็น “คณะอาสาฯ” ทำการเดินสายบรรยายแบบกอง “คาราวาน”  ให้ความรู้เกี่ยวกับ การเตรียมการป้องกันตลอดจนการซ่อม สร้าง บ้านในสภาวะวิกฤติ “น้ำท่วม”  โดยจะเริ่มเดินสายบรรยายแต่ต้นเดือน  “พฤศจิกายน”  เป็นต้นไป

          ผมจะเดินทางไปเยี่ยมตาม  “ศูนย์อพยพ”  ผู้ประสบภัย  “น้ำท่วม”  ในที่ต่างๆ เพื่อให้ความรู้เป็น  “วิทยาทาน”  พอหลังน้ำลดกลับบ้านคราวนี้มาซ่อม สร้างบ้านกันใหม่อย่างไรให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยตั้งเป้าไว้ว่าหากน้ำท่วมอีกในปีหน้าก็ไม่ต้องตกอยู่ในสภาวะ “บ้านแตกสาแหรกขาด” ต้องหลบหนีภัยทิ้งบ้านกันไปอยู่ใน “ศูนย์อพยพ” ให้ยากลำบากอีก ซึ่งมีโปรแกรมจัดเดินสายบรรยาย เริ่มจาก  “พิษณุโลก”  เรื่อยลงมาตามกระแสน้ำ ที่  “นครสวรรค์”  เรื่อยลงมา  “ชัยนาท”, “อยุธยา”, “อ่างทอง”, “นครปฐม”, “ปทุมธานี”, “กรุงเทพ” ฯลฯ  ผมเชื่อว่าความรู้ที่ท่านได้รับจากการบรรยายของผมในครั้งนี้น่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งครับ  

          ดังนั้น หากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนใดที่ต้องการให้กอง  “คาราวาน”  ของผมไปบรรยายก็สามารถติดต่อมาได้ที่ ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  วังท่าพระ กรุงเทพฯ 10200 ซึ่งนอกจากการบรรยายแล้วยังจะมีกิจกรรมที่หลากหลายมากครับ  รวมไปถึงการแสดงนิทรรศการ  “บ้านไม่บาน” ต้านภัยธรรมชาติ  รวมทั้งมีการแจก  “วีซีดี”  ในการสร้างบ้านเพื่อต้านภัย “น้ำท่วม”  อีกทั้งยังมีการแจกแบบ “บ้านไม่บาน” ที่ไม่กลัว  “น้ำท่วม” ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมฟังการบรรยายโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ประการใด นอกจากนั้นยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมการ  ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อม สร้างบ้านหลัง “น้ำท่วม”  ซึ่งก็น่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งครับ

          เสียดายครับพื้นที่มีจำนวนจำกัดเอาไว้อีกสองสัปดาห์มาชมแบบ  “บ้านไม่บาน” ที่ต้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ผมเตรียมไว้หลายรูปแบบ ที่เชื่อว่าสามารถสู้กับภัย “น้ำท่วม” ในครั้งหน้าได้โดยไม่ลำบากยากเย็นแต่ประการใด สำหรับสัปดาห์นี้ชมรูปแบบ “บ้านไม่บาน” ที่ไม่กลัว “น้ำท่วม” ในรูปแบบแรก ซึ่งเริ่มจากบ้านที่ “น้ำท่วม” น้อย ยกใต้ถุนสูง  90-150  เซนติเมตร และบ้าน “น้ำท่วม” มากที่ผ่านกระบวนการยกเสาชั้นล่างสูง 2.80-3.50 เมตร ซึ่งในทางวิศวกรรมสามารถที่จะ “ดีดบ้าน” ให้สูงหนีน้ำได้ แต่ต้องทำโดยอาศัย “ความรู้” ไม่ใช่ “ความรู้สึก” อย่างเด็ดขาดครับ และรูปแบบ “บ้านไม่บาน” เมื่อยามน้ำท่วมหลาก เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจไปพลางๆ ก่อน สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถดูข้อมูลย้อนหลังรวมทั้งแบบ “บ้านไม่บาน” ที่สามารถต้านภัย “น้ำท่วม” ได้ที่  “เว็บไซต์” ยอดฮิตของชาว “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com แล้วพบกันครับ