ข่าว

นิทานน้ำท่วม

นิทานน้ำท่วม

28 ต.ค. 2554

นิทานน้ำท่วม : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

          สภาพของคนกรุงเทพฯ ในเวลานี้ ผมคิดว่าใกล้เคียงกับคนในสมัยกรุงศรีอยุธยาเวลาที่ข้าศึกยกทัพมาตีหัวเมืองรายทางเรื่อยมาจนถึงราชธานี ซึ่งแต่ละวันก็จะได้ยินข่าวว่าเมืองโน้นเมืองนี้แตกแล้ว กองทัพที่ยกไปต้านทานก็แตกพ่ายกลับมาไม่เป็นขบวน ในที่สุดข้าศึกก็เข้ามาประชิดกำแพงพระนคร และขู่ว่าเมื่อนั่นเมื่อนี่จะเข้าตีเมือง ไอ้การขู่แบบนี้ล่ะครับที่ทำลายขวัญของชาวกรุงศรีอยุธยาจนกระเจิดกระเจิง หมดกำลังใจที่จะต่อสู้ เรียกว่าแพ้มาตั้งแต่ในมุ้ง ซึ่งผมก็หวังว่าคนกรุงเทพฯ ณ เวลานี้ คงจะมีจิตใจที่เข้มแข็ง ใช้สติและปัญญาในการรับฟังข่าวสารและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความอดทน แต่ก็ต้องเตรียมทำใจไว้ล่วงหน้าหากต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่หนักหนากว่าที่คาดไว้ และผู้ที่จะช่วยคุณได้ดีที่สุดก็คือตัวของคุณเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน และวันนี้ผมมีเรื่องนายนาโอโตะ คัง มาเล่าให้ฟังกันเล่นๆ ครับ

          นายนาโอโตะ คัง อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 94 ของญี่ปุ่น เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับสหัสวรรษใหม่ เมื่อปี ค.ศ.1999 นายคังเข้าสู่วงการเมืองในปี พ.ศ.2523 ด้วยการเป็นสมาชิกพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย ต่อมาได้ย้ายไปสังกัดพรรคเสรีประชาธิปไตย และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ.2539 ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาธิปไตย ครั้นถึงเดือนมกราคม 2553 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีผลงานที่โดดเด่นในการสนับสนุนนโยบายให้ค่าเงินเยนอ่อนตัว ให้ธนาคารกลางเพิ่มมาตรการฉุดเศรษฐกิจของประเทศจากภาวะถดถอย รัดเข็มขัดงบประมาณ และขึ้นอัตราภาษี ส่งผลให้ลดหนี้สาธารณะซึ่งสูงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีลงได้ ดังนั้น ในเดือนมิถุนายน 2553 นายคังจึงได้รับเสียงสนับสนุนให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย และนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น

          ในเดือนมีนาคม 2554 ได้เกิดอุบัติภัยครั้งใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนซู และมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเป็นอาณาบริเวณกว้าง ผลของแผ่นดินไหวก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิในหลายพื้นที่ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ และเกิดไฟไหม้ทั่วไป

          ที่รุนแรงที่สุดคือการระเบิดของโรงพลังไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ จ.ฟูกูชิมาการคมนาคมการสื่อสาร เกือบทั่วประเทศถูกตัดขาด มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,000 คน ความเสียหายในขั้นต้นประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ ไม่รวมถึงค่าเสียหายของอาคารบ้านเรือนอีก 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และความเสียหายด้านสาธารณูปโภคอีก  4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งการบูรณะฟื้นฟูประเทศจะทำให้หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นสูงขึ้นสองเท่าของจีดีพี และธนาคารกลางยังต้องอัดเงินกว่า 1.8 แสนล้านดอลลาร์เข้าในตลาดหุ้น เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน

          อุบัติภัยครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี ทั้งที่นายคังเป็นดาวโรจน์ทางการเมืองของญี่ปุ่น ที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้เพียง 9 เดือน และสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น

          ในเดือนสิงหาคม 2554 นายนาโอโตะ คัง ได้ประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเท่ากับเป็นการลาออกจากนายกรัฐมนตรีด้วย การลาออกของนายคังเป็นไปตามที่เคยประกาศไว้ล่วงหน้าว่าเขาจะลาออกทันทีที่สภาผ่านร่างกฎหมายฟื้นฟูประเทศหลังภัยพิบัติ 3 ฉบับ ซึ่งได้แก่ร่างกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการพลังงานทางเลือกเพื่อลดการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ร่างกฎหมายส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก และร่างกฎหมายออกพันธบัตรเพื่อช่วยเหลือการขาดดุลของรัฐบาล

          ก็อย่างที่ผมบอกไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เล่าให้ฟังกันเล่นๆ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีทางที่จะเกิดในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นได้หรอกครับ