ข่าว

ลั่น28ต.ค.เช้าเริ่มเจาะถนนระบายน้ำ

ลั่น28ต.ค.เช้าเริ่มเจาะถนนระบายน้ำ

27 ต.ค. 2554

"สุกำพล" ระบุ 28 ต.ค.ประเดิมเจาะถนนระบายน้ำ อ้างคุยกับนายกฯและได้รับไฟเขียวแล้ว ลั่น ไม่สน กทม.และเสียงค้านของนักวิชาการ หลากความเห็น คนกทม. "หนุน - ต้าน"

         27ต.ค.2554 พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต  รมว. คมนาคมและผู้ช่วย ผ.อ.ศปภ. กล่าวถึงแนวคิดเจาะถนน 5 สาย  ตามข้อเสนอของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ว่า ถ้าเจาะถนนน้ำก็ไหลไปได้เรื่อยๆ ที่มีการอ้างว่าถนนมีประโยชน์เป็นแนวคันกั้นน้ำนั้น ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว  น้ำเข้าบ้านทำอย่างไรให้น้ำออกไปเร็วที่สุด การเจาะถนนจะเจาะใกล้ๆ คลองเพื่อให้น้ำไหลลงคลอง มีสะพานให้รถยนต์วิ่ง การเจาะจะเจาะรูเล็กๆก่อนแล้วค่อยขยายให้พอดีและเหมาะสม ไม่ให้เกิดความเสียหายมาก
         
          ส่วนกรณีที่ว่า พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก ผอ. ศปภ. ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้นั้น  พล.อ.อ. สุกำพล กล่าวว่า  ตนยังไม่ได้เจอกับ พล.ต.อ. ประชา  ก็ต้องประชุมกับ พล.ต.อ. ประชา อีก  ก็ต้องอธิบายให้ท่านทราบว่า ทำอย่างนี้ควบคุมได้

          "สำหรับกระทรวงคมนาคม ไม่มีปัญหา น้ำท่วม กทม. มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราระบายน้ำออกได้ ก็จะทำให้น้ำท่วมขังน้อยลง การระบายน้ำออกทางตะวันออกคิดมานานแล้ว  และตอนนี้มีแนวคิดเรื่องระบายน้ำโดยเจาะถนนเข้ามาใหม่  สำหรับการทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ์  รองนายกฯและ รมว. มหาดไทย สำหรับผมมีหน้าที่ทำอย่างเดียว นายกฯ ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้"

          ผู้สื่อข่าวถามว่า อาจารย์เสรี ศุภราทิตย์  ผ.อ. ศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติฯ ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะแม่น้ำบางปะกงสูงกว่า  กทม. จึงระบายน้ำไม่ได้  พล.อ.อ. สุกำพล กล่าวว่า  เรื่องของความรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ และไม่ใช่การระบายน้ำลงแม่น้ำบางปะกง  แต่ระบายน้ำลงทางคลองจรเข้ใหญ่และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต  อย่าขวางกันมากไม่อยากทำอะไรรุนแรงเวลานี้  

           "วันที่ 28 ต.ค.เช้าจะดำเนินการเลย  ผมสื่อสารกับนายกฯและคุยกันแล้วท่านเห็นด้วยแล้ว  รอรายงานนายกฯอีกครั้งหนึ่ง  ถ้าผมเห็นว่าถนนไหนกั้นทางน้ำ และน้ำฝั่งเหนือสูงกว่าฝั่งใต้ ก็เจาะเลย ไม่ต้องรอลายลักษณ์อักษร  ไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว  ไม่ต้องถาม กทม.และเมื่อเช้า กทม. ก็อยู่ด้วย  เจาะแล้วถนนเดินได้ ซ่อมได้ ใช้ในเวลาในการเจาะ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น" พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว


  คนกรุงมีทั้ง'หนุน-ต้าน'


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่ภาคเอกชนเสนอให้ขุดถนน 5 สาย ใน กทม. ฝั่งตะวันออก เพื่อเปิดเป็นช่องทางระบายน้ำสำนักข่าวเนชั่น ได้ไปสอบถามความเห็นของคน กทม. ซึ่งพบว่ามีหลากหลายความเห็นต่อแนวคิดดังกล่าว น.ส. อรอนงค์ ชนะสิทธิ์ อายุ 47 ปี อยู่เขต พญาไท กล่าวว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว  เพื่อที่จะเปิดช่องให้ระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด แต่ก่อนที่จะดำเนินการจำเป็นที่จะต้องหารือทั้งภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งตนสนับสนุนให้รัฐบาลอพยพประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบออกมาอยู่นอกพื้นที่ก่อนและหลังจากที่ระบายน้ำออกไปแล้วเสร็จจำเป็นอนย่างยิ่งที่ต้องดูแลเรื่องการชดเชยและเยียวยาประชาชนใรนพื้นที่ดังกล่าว

          "เรื่องผลกระทบแม้จะกระทบแค่คนคนเดียวก็เป็นเรื่องซีเรียสดังนั้นควรจะพิจารณาถึคงผลที่จะเกิดขึ้นตามมารและแผนรองรับภายหลัง ไม่ว่าาเอกชนหรือรัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ตจ้องปหกป้องชีวิตคนตในพื้นที่ด้วย" น.ส.อรอนงค์กล่าว

          ด้าน น.ส.นันทกานต์ เกษร อายุ 32 ปี กล่าวว่าตนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวที่จะให้ขุดถนนเพื่อระบายน้ำเนื่องจากปัจจุบัน กทม. มีช่องทางระบายน้ำอย่างหลากหลายแล้ว  ส่วนวิธีการเจาะถนนไม่ควรทำเพราะหลังจากที่ระบายน้ำการซ่อมแซมบำรุงถนนอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ ส่วน ปัญหาของ กทม. ที่ไม่สามารถระบายน้ำออกอย่างรวดเร็วตนมองว่าตามคูคลองเพราะมีปัญหาทั้งจากขยะธรรมชาติและกล่องโฟมเป็นจำนวนมากดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มประสิทธิภาพจากช่องทางที่มีอยู่แล้ว

          สำหรับ นายภาณุพงษ์  ภารบูรณ์ อายุ 17 ปี กล่าวว่า เห็นด้วยกับการกระบวยน้ำให้ออกไปจากพื้นที่ กทม. โดยเร็วแต่ไม่เห็นด้วยกับการขุดถนน อย่างไรก็ตามปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถระบายน้ำออกได้เร็วเพราะการทำงานระหว่างหน่วยงานยังมีปัญหากัน ดังนั้นหน่วยงานของรัฐควรคุยเพื่อหาข้อสรุปให้ได้ก่อน นอกจากนั้น ตนมองว่าการไหลของน้ำจากปลายทางมาต้นทางไม่สมดุล ทำให้เกิดปัญหาทำให้ ทม. บางส่วนท่วม หากจะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ก็ควรทำให้สมดุล ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการลดปัญหาของชาวบ้านที่อยู่เหนือ กทม. ขึ้นไป
         
          ขณะที่นายสราวุธ บุตรพรม อายุ 16 ปี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวเพื่อจะขุดถนนเพื่อเปิดเป็นช่องทางระบายน้ำแต่ต้องคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ให้ได้ความเข้าใจที่ตรงกัน

          นายสุวนัยท์ เศวตร์วิทย์ อายุ  17 ปี  กล่าวว่าตนไม่เห็นด้วย แต่ควรที่จะใช้ช่องทางระบายน้ำที่มีให้เกิดประโยชน์ ดีกว่าดดลักษณะปัญหาที่เกิดตอนนี้เพราะมีการกักน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่ธุรกิจ ดังนั้น ควรเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางระบาย ส่วนคนที่จะกั้นไม่ให้เข้าบ้านก็กั้นไป แต่การเปิดให้ระบายก็ควรให้ระบายน้ำ