ข่าว

คาด28ต.ค.เจ้าพระยาล้นคันกั้นแน่

คาด28ต.ค.เจ้าพระยาล้นคันกั้นแน่

27 ต.ค. 2554

"สุขุมพันธุ์" คาด 28 ต.ค.เจ้าพระยาทะลักล้นแนวป้องกันแน่ สั่ง 13 เขตเสี่ยงพร้อมรุดช่วยปชช. เล็งของบรัฐบาลดูแลผู้อพยพทั่วกรุง "ธงทอง" ชี้กทม.แช่นาน 1 เดือน จับมือกองทัพไทยจัดจุดรวมพลอพยพคน ขอประชาชนติดตามสื่อใกล้ชิด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.10 น. วันที่ 27 ต.ค.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำลายสถิติอีกครั้ง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.42 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ตนเป็นห่วงในวันที่ 28ต.ค. จะมีน้ำทะเลจะหนุนสูงสุดที่ 1.28 เมตร ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงกว่าแนวคันกั้นน้ำ 2.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จึงเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกและในแนวป้องกันน้ำท่วมจะต้องระวัง ตนได้สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 13 เขต เตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

          ส่วนสถานการณ์น้ำทุ่งขณะนี้ยังมีปริมาณมาก โดยที่คลองสอง จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อวานนี้ น้ำขึ้น15 ซม. โดยขณะนี้น้ำอยู่ที่ 2.69 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่คลองทวีวัฒนาในเวลา 17.00 น. เปรียบเทียบเวลาเดียวเช่นกันกับวานนี้ น้ำขึ้น 16 ซม. อยู่ที่ 2.45 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ด้านสถานการณ์น้ำที่คลองสอง ยังไม่เข้าสู่พื้นที่ลาดพร้าวและวังทองหลาง แต่กทม. ต้องประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังต่อไป ขณะที่พื้นที่เขตสายไหม สถานการณ์ยังทรงตัว แต่ที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนในวันนี้คือระดับน้ำที่คลองทวีวัฒนา ในเขตทวีวัฒนสมีปริมาณน้ำสูงมาก โดยได้มีปัญหาใน 2 จุด คือ คลองมหาสวัสดิ์ และวัดปุรณาวาส ตนจึงได้ประกาศให้แขวงศาลาธรรมสพณ์ เขตทวีวัฒนา เป็นพื้นที่อพยพ ส่วนจะประกาศพื้นที่อื่นเพิ่มหรือไม่ ต้องประเมินสถานการณ์เป็นระยะ นอกจากนี้ที่เขตดอนเมือง เจ้าหน้าที่เขตได้เร่งสูบน้ำในบริเวณสนามบินดอนเมือง แต่ปรากฏว่าน้ำได้ย้อนกลับเข้าไปท่วมที่สำนักงานเขต ทำให้น้ำท่วมขังในบริเวณชั้น 1 ของสำนักงานเขต ทำให้ต้องมีการตัดน้ำตัดไฟ และย้ายเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปทำงานที่สำนักงานเขตหลักสี่

          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วนยอดผู้อพยพ ขณะนี้เพิ่มขึ้น 7,783 คน จากเดิม 7,503 คน ใน 20 เขต 77 ศูนย์ ทำให้กทม.ต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ตนได้หารือกับนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการสนับสนุนงบประมาณในการดูแล ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะร่วมมือกับกทม. ตนดีใจที่รัฐบาลจะมาช่วยเหลือ เพราะทุกวันนี้กทม.มีงบประมาณใช้จ่ายดูแลผู้อพยพ จำนวน 120 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งหากรวมยอดผู้อพยพทั้งหมดแล้ว เป็นภาระที่สูงมาก เพราะขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่ากทม.จะต้องดูแลผู้อพยพอีกนานเท่าใด

          อย่างไรก็ตามกทม.จะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายอีกครั้ง ก่อนเสนอไปยังศปภ. เพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณหรือวัตถุดิบ ตนก็พร้อมรับ ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนที่มีจิตศรัทธา ในการบริจาคอาหารและกรง สุนัขและแมว ด้วย รวมทั้งขออาสาสมัครด้านการแพทย์ พยาบาล เข้าดูแลผู้อพยพในศูนย์พักพิงต่างๆด้วย
 

"ธงทอง"คาดกทม.แช่น้ำ1เดือน


          ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 21.15 น.  นายธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. แถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยว่าในขณะนี้ว่าสถานการณ์ของ กทม. ใกล้เคียงกับวันที่ 27 ต.ค.อาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดที่จะระบายน้ำ ลงสู่อ่าวไทยมให้มากที่สุดทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก แต่ช่วงนี้มีน้ำทะเลหนุน การระบายน้ำจึงไม่ได้ผลรวดเร็วอย่างที่หวัง แต่ก็จะเร่งรัดดำเนินการ

          นายธงทองกล่าวว่า ศปภ.ขอขอบคุณ ผู้ที่ปกิบัติตามคำแนะนำของ ศปภ. ก่อนหน้านี้ทั้งที่ไปต่างจังหวัดหรือไปอยู่ที่ศูนยืพักพิง ขธณนี้มีหลานยฝ่ายให้ความเห็นเรื่องสถานการณ์ แต่หากตั้งอยู่บนสมมติฐานที่รุนแรงมากที่สุดคือมีน้ำจำนวนมากไหลเข้า กทม. และท่วมสูงบ้างในบางพื้นที่ 1.50 เมตร และขังเป็นเวลานาน 1 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับหากต้องเกิดขึ้น ศปภ. ขอเตรียมการระดับสูงสุด สำหรับสมมติฐานทที่น้ำจะไหลเข้า กทม. เพราะการเตรียมการต้องเผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาด เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องจะเกิด 100 % แต่ไม่เพื่อควาไม่ประมาท และคุ้มครองความปลอดภัย  ศปภ. และกองทัพไทยได้ทำแผนอพยพในพื้นที่ กทม. ไป ตจว. ใกล้เคียงที่ปลอดจากอุทกภัย  รวมทั้งหมด 9 จังหวัดประกอบด้วย กาญจนบุรี  ราชบุรี เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ชลบุรี  สระบุรี นครนายก นครราชสีมา   โดยศูนย์อพยพจะตั้งอยู่ในค่ายทหารและสถานศึกษา 

          นายธงทองกล่าวต่อว่า ขั้นตอนในการเตรียมการอพยพ ข้อแรกสำหรับชุมชนที่รวมตัวจัดตั้ง ขอให้หารือในโอกาสแรกที่ทำได้เพื่อประกาศจุดรวมพลริมถนน บนที่ดอนเพื่อให้รถขนาดใหญ่ของกองทัพไปรับ  สำหรับพื้นที่ที่ไม่เคยรวมตัวจัดตั้งชุมชนมาก่อน   ขออนุญาตแนะนำให้ปรึกษากับเพื่อนบ้านที่กำหนดจุดรวมพล  ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะหากมีน้ำหลากเข้ามาจะเป็นการยากหากต้องนำรถขนาดใหญ่เข้าไปรับเป็นรายหลัง ทุกหลัง การรวมเป็นกลุ่มก้อนในถนนใหญ่ ที่สังเดตุง่ายและซักซ้อมไว้ก่อน  จะเป็นประโยชน์ในยามจำเป็น ส่วนข้อมูลขอให้ซักซ้อม และแจ้งในละแวกบ้าน เพระจุดที่กำหนดต้องสะดวกสำหรับกองทัพที่จะจัดรถขนาดใหญ่ไปรับ

          "การเดินทางไปยังจุดรวมพลควรอยู่ในรัศมีที่เดินทางโดยง่าย เดินเท้าได้ และต้องคำนึงถึงเด็กผู้หญิงผู้สูงอายุ ขอให้เตรียมสัมภาระเฉพาะที่จำเป็นและเตรียมเอกสารสำคัญประจำตัวด้วย" นายธงทองกล่าว

          นายธงทองระบุอีกว่า หากใกล้เวลาคับขัน จะเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ และจะให้เวลาเตือนพอสมควรโดยจะทำผ่านสื่อสาธารณะ ดังนั้นอให้คนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าติดตามสื่ออย่างใกล้ชิด  หากสถานการณ์คืบหน้าใกล้เป็นอันตราย หรือน้ำใกล้หลากจะแจ้งให้อพยพผ่านสื่อสาธารณะ เมื่อได้รับการแจ้งเตือนก็ขอให้เดินทางไปยังจุดรวมพลยังจุดนัดหมาย โดยกองทัพไทยจะเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลลำเลียง ไปยังนัดหมายของราชการ ซึ่งเป็นที่แห้ง เพื่อขนถ่ายไปยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งระยะที่สองนี้กระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับผิดชอบ พาไปที่ตั้งของศูนย์พักพิง ทั้ง 9  ทั้งนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับทุกจังหวัด และกระทรวงศึกษาฯได้เตรียมความพร้อมไว้รองรับแล้ว เมื่อไปถึง ผู้รับผิดชอบศูนยืพักพิงจะเป็นผู้ดูแล หาอาหารเครื่องดื่มเครื่องใช้ การรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด  ขอให้มั่นใจว่าตามศูนย์จะเป็นที่ปลอดภัย มีเครื่องอุปโภคเพียงพอ โดยเฉพาะเพื่อนไทยในจังหวัดนั้นๆพร้อมจะรับสถานการณ์นี้แล้ว

          นายธงทองกล่าวว่า หากเกิดกรณีดังกล่าว ก็ยังไม่ทราบว่าต้องอยู่เท่าไหร่ หากร้ายแรงที่สุด  น่าจะอยู่ที่  15 วัน  - 1 เดือน เราไม่คาดหมายว่าเราจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายทั้งหมดไป ต่างจังหวัดแต่จะเป็นเฉพาะพื้นที่เสี่ยง และมีความจำเป็นต้องใช้เท่านั้น  โดยในลำดับต้นๆ จะได้แก่ คนที่อยู่บ้านเรือนชั้นเดียว ที่แม้น้ำจะท่วมเพียง 20 ซม. ก็ยากแก่การครองชีพ และบ้านเรือนริมแม่น้ำลำคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำ  การแจ้งเตือนจึงไม่ใช่การที่ทางราชการจะแจ้งภาพรวมทั้ง กทม. แต่จะเตือนเฉพาะที่ที่มีความเฉพาะเจาะจงพอสมควร

          "มาตรการต่างๆจะเป็นแต่เพียงการเตรียมการเพื่อความไม่ประมาท  ใครที่สามารถเดินทางเองไปอยู่ยังที่ที่ปลอดภัย คงตระหนักว่าสถานการณ์นี้ไม่น่าไว้วางใจการตัดสินใจเลี่ยงปัยหาน่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย"นายธงทองกล่าว

          นายธงทองกล่าวต่อว่า เป็นไปตามปกติวิสัยที่เราจะห่วงและกังวลทรัพย์สิน ซึ่ง สตช. และฝ่ายปกครองได้รับคำสั่งให้สอดส่องดูแลและกวดขันเรื่องนี้ โจรผู้ร้ายหากมี ถือเป็นบุคคลที่พึงไม่ได้รับการให้อภัย

          "การเตรียมการด้วยความไม่ประมาท น่าจะเป็นหลักที่ทำให้เราปิบัติเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย  หากเป็นไปได้ขอให้ตอนเช้าชุมชน โปรดหารือกำหนดจุดรวมพล  ส่วนการแจ้งเตือนจะเรียนตามลำดับเหตุการณ์ไม่ต้องตื่นตระหนก นี่เป็นเพียงการเตรียมการณ์  หากสงสัยสามารถสอบถามได้ที่หมายเลข 1111 กด 5" นายธงทองกล่าว


สถานการณ์น้ำท่วมนครปฐมตลาดเก่าศาลายาจมอยู่ใต้น้ำ


          หลังจากมวลน้ำละลอกแรกจากอ.บางใหญ่ ,บางบัวทอง จ.นนทบุรี ไหลเข้าลงสู่คลองมหาสวัสดิ์ คลองทวีวัฒนา และแม่น้ำท่าจีน ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นท่วมในพื้นที่ อ.บางเลน อ.นครชัยศรีและอ.พุทธมณฑล จ.นครปฐมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ ที่อยู่บริเวณริมฝั่งคลองและแม่น้ำที่มวลน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน ต้องจมอยู่ใต้น้ำที่มีความสูงถึง 3 เมตร อีกทั้งความแรงของกระแสน้ำทำให้เขื่อนกั้นน้ำในพื้นที่อ.พุทธมณฑล แตกจำนวนหลายจุดน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและตลาดเก่าศาลายา ตลอดจนสถานที่ราชการ ทำให้มีผู้ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 1,000ครอบครัว เจ้าหน้าที่ทหารต้องระดมกำลังนำรถยีเอ็มซีลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ อ.พุทธมณฑลอย่างเร่งด่วน

          ส่วนด้านการจราจรในพื้นที่ ที่ประสบภัยน้ำท่วมนั้นเริ่มติดขัด ถนนบางสายรถเล็กไม่สามารถผ่านไป ผ่านมาได้ เริ่มตั้งแต่ถนนภายในซอยโพธิ์เตี้ย -การเคหะนครชัยศรี มีน้ำท่วมขังตลอดสาย บางแห่งมีปริมาณน้ำสูงถึง 60 เซนติเมตร และมีน้ำไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนชาวบ้านที่อยู่ริมถนนต่างช่วยกันนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าไปในบ้าน
 
          นอกจากนี้แล้วถนนสายบรมราชนนีบริเวณหน้าขนส่งสินค้าสาย 5 น้ำได้เอ่อล้นท่วมขึ้นมาบนถนนทั้งขาเข้า-ขาออกเป็นระยะทางยาวประมาณ 3 กม.ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร ไล่เลยมาถึงช่วงต่างระดับสาย 4 น้ำได้เอ่อล้นข้ามเกาะกลางถนนข้ามฝั่งไปทั้งเส้นขาเข้ากรุงเทพฯและขาออก ปริมาณน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ตลอดเส้นทางรถเล็กไม่สามารถที่จะผ่านไปได้ ต้องปิดการจราจรเพื่อความปลอดภัย เช่นเดียวกับถนนสายพุทธมณฑลสาย 5 ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชมงคลรัตนโกสินทร์ ,วิทยาลัยช่างสิบหมู่,กระแสน้ำที่ไหลมาจากคลองมหาสวัสดิ์เอ่อล้นเข้าท่วมตลอดสายปริมาณน้ำสูง 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถที่จะผ่านไปได้ เลยมาถึงบริเวณถนนสายนครชัยศรี - พุทธมณฑล เชื่อมต่อถนนสายศาลายา-บางภาษี หน้าม.มหิดล มวลน้ำที่ไหลมาอย่างต่อเนื่องทำให้ถนนทั้งสองสายที่ถูกกระแสน้ำไหลผ่าน มีปริมาณน้ำสูงถึง 60 เซนติเมตร โดยเฉพาะถนนสายศาลายา-บางภาษี ช่วงริมทางรถไฟหน้าตลาดเก่าเทศบาลศาลายา ปริมาณน้ำสูงถึง 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ และรถใหญ่ก็ต้องแล่นไปด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่สามารถปิดการจราจรได้ เนื่องจากเป็นถนนเส้นเดียวที่ประชาชนใช้เป็นเส้นทางที่จะเดินทางไปอ.บางใหญ่และอ.บางบัวทองได้ในขณะนี้

          ล่าสุด พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ. 7 ที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ในวันนี้ ก็ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของเครื่องใช้แก่ผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพตลาดท่าเรือ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งมีผู้ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อนกว่า 400 ราย

          พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ. 7 กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและ รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยจะเตรียมเรือในการอพยพพี่น้องประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่พร้อมกับส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจตราในพื้นที่และรอบ ๆ บริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้แล้วตามสถานอพยพในแต่ละพื้นที่ก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลตลอด 24 ชม.ด้วย

          นางบัวพันธ์ สันวัง อายุ 56 ปี ผู้ประสบภัย บอกว่า รู้สึกท้อแท้บ้างก็แต่พอยังสู้ไหว เพราะยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่สามารถเอาออกมาได้ เพราะขณะเกิดเหตุอยู่บ้านคนเดียว และบ้านก็อยู่ห่างเขื่อนกั้นน้ำเพียง 3 เมตรเท่านั้น พอเขื่อนแตกน้ำก็ไหลทะลักทีเดียวจมทั้งบ้าน แค่เอาชีวิตรอดออกมาได้ก็ดีแล้ว ทรัพย์สินต่าง ๆ ถูกน้ำพัดพาและจมไปหมดแม้แต่ข้าวสารที่เตรียมพร้อมและกักตุนไว้กว่า 3 กระสอบก็จมน้ำหายไป ตอนนี้ไม่ต้องการอะไรมากเพียงอยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือด้านเงินทุนสำหรับฟื้นฟูช่วงหลังน้ำลดเท่านั้น เพราะลงทุนซื้อเครื่องมือช่างไปกว่า 4 - 5 แสนแต่พอน้ำท่วมก็ไม่สามารถนำออกมาได้เลย