ข่าว

พุทธมณฑลท่วมหนักปิดถนนบรมฯ

พุทธมณฑลท่วมหนักปิดถนนบรมฯ

27 ต.ค. 2554

น้ำละลอกแรกจาก อ.บางใหญ่, บางบัวทอง จ.นนทบุรี ไหลเข้าลงสู่คลองมหาสวัสดิ์ คลองทวีวัฒนา และแม่น้ำท่าจีน ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นท่วมในพื้นที่ อ.บางเลน อ.นครชัยศรี และ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นจำนวนมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 27 ต.ค.54  พื้นที่ อ.บางเลน อ.นครชัยศรี และ อ.พุทธมณฑล ที่อยู่บริเวณริมฝั่งคลอง และแม่น้ำที่มวลน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน ต้องจมอยู่ใต้น้ำที่มีความสูงถึง 3 เมตร อีกทั้งความแรงของกระแสน้ำ ทำให้พนังกั้นน้ำในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล แตกจำนวนหลายจุดน้ำทะลัก เข้าท่วมบ้านเรือน และตลาดเก่าศาลายา ตลอดจนสถานที่ราชการ ทำให้มีผู้ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมเพิ่มสูง เจ้าหน้าที่ทหารต้องระดมกำลังนำรถจีเอ็มซีลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ อ.พุทธมณฑลอย่างเร่งด่วน

          ส่วนด้านการจราจรในพื้นที่ ที่ประสบภัยน้ำท่วมนั้นเริ่มติดขัด ถนนบางสาย รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ เริ่มตั้งแต่ถนนภายในซอยโพธิ์เตี้ย - การเคหะนครชัยศรี มีน้ำท่วมขังตลอดสาย บางแห่งมีปริมาณน้ำสูงถึง 60 เซนติเมตร และมีน้ำไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนชาวบ้านที่อยู่ริมถนนต่างช่วยกันนำกระสอบทรายมากั้น เพื่อไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าไปในบ้าน

          นอกจากนี้แล้วถนนสายบรมราชนนีบริเวณหน้าขนส่งสินค้า สาย 5 น้ำได้เอ่อล้นท่วมขึ้นมาบนถนนทั้งขาเข้า - ขาออก เป็นระยะทางยาวประมาณ 3 กม. ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร ไล่เลยมาถึงช่วงต่างระดับสาย 4 น้ำได้เอ่อล้นข้ามเกาะกลางถนนข้ามฝั่งไปทั้งเส้นขาเข้ากรุงเทพฯ และขาออก ปริมาณน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ตลอดเส้นทางรถเล็กไม่สามารถที่จะผ่านไปได้ ต้องปิดการจราจร เพื่อความปลอดภัย เช่นเดียวกับถนนสายพุทธมณฑลสาย 5 ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชมงคลรัตนโกสินทร์, วิทยาลัยช่างสิบหมู่ กระแสน้ำที่ไหลมาจากคลองมหาสวัสดิ์เอ่อล้นเข้าท่วมตลอดสายปริมาณน้ำสูง 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถที่จะผ่านไปได้

          บริเวณถนนสายนครชัยศรี - พุทธมณฑล เชื่อมต่อ ถนนสายศาลายา - บางภาษี หน้า ม.มหิดล มวลน้ำที่ไหลมาอย่างต่อเนื่องทำให้ถนนทั้งสองสายที่ถูกกระแสน้ำไหลผ่าน มีปริมาณน้ำสูงถึง 60 เซนติเมตร โดยเฉพาะถนนสายศาลายา - บางภาษี ช่วงริมทางรถไฟหน้าตลาดเก่าเทศบาลศาลายา ปริมาณน้ำสูงถึง 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ และรถใหญ่ก็ต้องแล่นไปด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่สามารถปิดการจราจรได้ เนื่องจากเป็นถนนเส้นเดียวที่ประชาชนใช้เป็นเส้นทางที่จะเดินทางไป อ.บางใหญ่ และ อ.บางบัวทองได้ในขณะนี้

          ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ. 7 ที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ในวันนี้ ก็ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของเครื่องใช้แก่ผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพตลาดท่าเรือ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งมีผู้ประสบภัย และได้รับความเดือดร้อนกว่า 400 ราย

          พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมในการป้องกัน และรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยจะเตรียมเรือในการอพยพพี่น้องประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่พร้อมกับส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจตราในพื้นที่ และรอบ ๆ บริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้แล้วตามสถานอพยพในแต่ละพื้นที่ก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลตลอด 24 ชม.ด้วย

          นางบัวพันธ์ สันวัง อายุ 56 ปี ผู้ประสบภัย บอกว่า รู้สึกท้อแท้บ้างก็แต่พอยังสู้ไหว เพราะยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่สามารถเอาออกมาได้ เพราะขณะเกิดเหตุอยู่บ้านคนเดียว และบ้านก็อยู่ห่างเขื่อนกั้นน้ำเพียง 3 เมตรเท่านั้น พอเขื่อนแตกน้ำก็ไหลทะลักทีเดียวจมทั้งบ้าน แค่เอาชีวิตรอดออกมาได้ก็ดีแล้ว ทรัพย์สินต่าง ๆ ถูกน้ำพัดพา และจมไปหมดแม้แต่ข้าวสารที่เตรียมพร้อม และกักตุนไว้กว่า 3 กระสอบก็จมน้ำหายไป ตอนนี้ไม่ต้องการอะไรมากเพียงอยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือด้านเงินทุน สำหรับฟื้นฟูช่วงหลังน้ำลดเท่านั้น เพราะลงทุนซื้อเครื่องมือช่างไปกว่า 4 - 5 แสน แต่พอน้ำท่วมก็ไม่สามารถนำออกมาได้เลย

 

 

...........................................................

(หมายเหตุ : ภาพข่าว : พรเพ็ญ หลิมสัมพันธ์)