ข่าว

วิกฤตน้ำท่วมแต่ไม่วิกฤตพลังงาน

วิกฤตน้ำท่วมแต่ไม่วิกฤตพลังงาน

28 ต.ค. 2554

ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : วิกฤตน้ำท่วมแต่ไม่วิกฤตพลังงาน โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ [email protected]

      ในหลายพื้นที่ขณะนี้ของกรุงเทพกำลังประสบกับน้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบทั้งชีวิตความเป็นอยู่และความเสี่ยงภัย ผมทราบข่าวว่ามีผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการถูกไฟดูดในหลายพื้นที่ ในวันนี้จึงอยากนำเอาข้อแนะนำที่ทางการไฟฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้พยายามแจ้งเตือนประชาชนมาเผยแพร่ เพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นจากไฟดูดยามน้ำท่วมดังนี้

     1. ก่อนน้ำท่วมเข้าภายในบ้านหรือบริเวณบ้าน ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัยน้ำท่วมไม่ถึง

     2. หากเกิดเหตุน้ำท่วมขึ้น ให้ดำเนินการปลดสะพานไฟภายในบ้าน (Main Switch) ทันที

             2.1 กรณีเป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังจะท่วมชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง

            2.2 กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอาจอยู่เหนือระดับน้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

       3. กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน โดยให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าปลดสวิตช์ที่ชั้นล่าง และเพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หรือช่างไฟฟ้าเพื่อแยกวงจรชั้นบนและชั้นล่าง

      4. งดใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าในกรณีที่ตัวผู้ใช้ตhองสัมผัสอยู่กับน้ำ หากมีความจำเป็นให้ย้ายขึ้นไป ใช้บนที่สูงพ้นน้ำ หรือชั้นบน กรณีมีปลั๊กไฟที่น้ำท่วมห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด

      5.หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าลามหรือสายไฟฟ้าขาดแช่น้ำ อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้รีบแจ้ง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โทร.1129, การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โทร 1130 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแก้ไข

     6. ขณะฝนตกหรือตัวเปียก อย่าสัมผัสกับสวิตช์ไฟฟ้า

     7. พบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่ติดอยู่กับกระแสไฟฟ้าหรือตัวนำที่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายเป็นอันขาด เพื่อป้องกันมิให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนได้รับอันตรายไปด้วย

     หากต้องการช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูดควรดำเนิกการดังนี้

      1. ห้ามใช้มือเปล่าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสถูกตัวผู้ถูกไฟฟ าดูด ให้ยืนอยู่บนพื้นหรือวัสดุที่แห้งและสวมรองเท้าพื้นยาง เพื่อป้องกันการถูกกระแสไฟฟ้าดูด

     2. รีบตัดกระแสไฟฟ้า โดยสับสวิตช์ไฟ ยกสะพานไฟและเบรกเกอร์ออกในทันที หรือนำวัสดุที่เป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้า เช่น ผ้าแห้ง กิ่งไม้แห้ง เป็นต้น มากระชาก ผลักหรือดันตัวผู้ถูกไฟฟ้าดูดออกจากบริเวณที่มีกระแสไฟฟ ารั่วไหล

     3. เมื่อช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูดออกมาได้แล้วให้ตรวจสอบชีพจร หากหมดสติให้ใช้วิธีปั๊มหัวใจหรือผายปอดโดยการเป่าปาก พร้อมรีบนำส่งโรงพยาบาลในทันที

     ผลพวงจากน้ำท่วมคราวนี้ เราจะเห็นได้ว่ามีความตื่นตระหนกในการเร่งกักตุนสิ่งของ จำพวกอาหารแห้งและน้ำดื่มไว้เพื่อป้องกันการขาดแคลน แต่ในส่วนของสถานการณ์พลังงานยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้ว่าจะมีการปิดปั๊มน้ำมัน ปั๊ม LPG และ NGV  ไปบ้างในบางพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ขาดแคลน และการกักตุนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะรถแต่ละคันก็มีปริมาณความจุสำหรับก๊าซและน้ำมันจำกัด ซึ่งในกรณีที่ประสบปัญหาว่าจะไปหาป๊มก๊าซ NGV ที่ไหนดีในช่วงนี้ ขอได้โปรดสอบถามมาที่หมายเลข 1365 ของ ปตท. หรือที่สายด่วนพลังงาน 02-140-7000 ของกระทรวงพลังงาน

      ในส่วนของไฟฟ้าได้รับการยืนยันว่าทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต นครหลวง และภูมิภาค ได้มีการหารือกันโดยตลอดเพื่อตรวจสอบความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และการบริหารสถานีส่งไฟฟ้าต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ดังนั้น ความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้าจึงไม่เป็นที่น่าห่วงและทุกฝ่ายสามารถวางใจได้ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไป แม้ว่าการดำเนินชีวิตในช่วงนี้อาจจะขลุกขลักบ้างแต่เราก็ยังมีโอกาสยืนขึ้นได้อีกครั้งหลังน้ำลด

------------------------------
(ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : วิกฤตน้ำท่วมแต่ไม่วิกฤตพลังงาน โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ [email protected])