
'เต้น'ไม่ขอคนกลางเคลียร์'ฉลอง'
“ณัฐวุฒิ” ไม่ขอคนกลาง เคลียร์ “ฉลอง” ซัด ตัวอยู่เพื่อไทย ฝักใฝ่ ”มหาจำลอง” ไม่หวั่นโดนท้าลงส.ส.นนท์
เมื่อเวลา14.40น.วันที่ 27 ต.ค.54 ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ท่าอากาศยานดอนเมือง นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวตอบโต้กรณีนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.พรรคเดียวกันออกมาระบุว่าการแจกสิ่งของในศปภ.มีการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะมีการอำนวยประโยชน์ให้ตนเสื้อแดงนั้น โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ชัดเจนว่านายฉลองไม่ใช่คนที่เราจะไปถกเถียงกันอีก เพราะการพูดถึงคนเสื้อแดงว่า ส.ส.จะต้องคอยให้เงิน และมีบางส่วนคอยแสวงหาผลประโยชน์ หรือการที่กล่าวยกย่องพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่าเป็นผู้นำที่น่านับถือ ก็เป็นข้อสรุปว่านายฉลองไม่เคยเข้าใจความเป็นคนเสื้อแดง ฉะนั้นทัศนคติแบบนี้ คนเสื้อแดงที่มาทำงานเป็นจิตอาสาก็ไม่ควรไปเสียเวลา และไม่ควรเก็บมาเป็นสาระ
“ผมขอให้ทุกคนทำงานทุ่มเทให้ศปภ.และรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์ที่คนเสื้อแดงได้รับ ก็ควรมีความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น ในการปฏิบัติงาน แต่ก็ไม่ควรเอาคำเหล่านี้มามีผลกำหนดบทบาทในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะการทำงานจิตอาสา เป็นงานสำหรับคนจิตใจบริสุทธิ์ ส่วนคนที่วิจารณ์ ถ้าจิตไม่บริสุทธิ์ ก็จะหยิบทุกอย่างมาวิจารณ์ให้เกิดความเสียหาย”นายณัฐวุฒิกล่าว
ส่วนที่นายฉลอง ออกมาระบุว่า หากพวกตนแน่จริงให้ไปลงส.ส.นนทบุรี หรือกทม.อย่าหนีไปลงแบบบัญชีรายชื่อนั้น ความจริงการลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นเรื่องที่ทางพรรคมอบหมาย เพราะเห็นว่าสามารถที่จะช่วยการรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัครได้ทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องการหลบหนี หรือหาความสะดวกสบาย แต่ถ้าพรรคสั่งให้ลงส.ส.เขต ตนก็พร้อมจะลงได้ โดยเฉพาะหากบอกว่าจะให้ตนไปลงสมัครส.ส.เขตนนทบุรีของนายฉลอง ก็อาจจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
ผู้สื่อข่าวถามว่านายฉลองกล่าวเหมือนน้อยใจพรรคเพื่อไทย เพราะได้รับการช่วยเหลือจากพรรคประชาธิปัตย์แทนนั้นทางพรรคเพื่อไทยจะมีมาตรการใดกับนายฉลองหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าว่า ตนจะให้ความเห็นในนามพรรคไม่ได้ แต่เมื่อฟังแล้ว ดูเหมือนนายฉลองมีความฝักใฝ่ในตัวพล.ต.จำลอง และมีท่าทีปฏิเสธการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ซึ่งตนมองแปลกทั้งๆที่อยู่พรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคจะมีมาตรการอย่างไรตนคงไม่ไปก้าวล่วง
ตนออกมาพูดเพื่อพยายามบริหารสถานการณ์ไม่ให้กลายเป็นความขัดแย้ง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมชาติของการเมือง แต่ข้อยุติจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจกัน เช่น นายฉลองเข้าใจคนเสื้อแดง ว่าเป็นอย่างไร คนเสื้อแดงเข้าใจนายฉลอง อยู่แล้ว ตนว่าทุกอย่างก็จบได้ ส่วนการจะไปพูดคุยส่วนตัวหรือไม่นั้น เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาส่วนตัว แต่เป็นเรื่องท่าทีและวิธีคิด เป็นเรื่องการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเมื่อชัดว่าใครเป็นอย่างไร เราก็เข้าใจกันเท่านั้นเอง และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้ส.ส.อาวุโสของพรรคอย่างพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานส.ส.พรรค มาเป็นคนกลางในการแก้ปัญหา เพราะวันนี้ทุกอย่างชัดเจนไม่จำเป็นต้องโต้แย้งกันอีก



