
ดร.เสรีค้านเจาะถนนระบายน้ำ
ดร.เสรีค้านแนวคิดเจาะถนนระบายน้ำ ย้ำไม่เกิดประโยชน์ แนะให้รื้อคันดินกั้นน้ำตั้งแต่คลอง 9-13
ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและทรัพยากรน้ำชาวไทย ที่เสนอแนวทางในการระบายน้ำในพื้นที่ตะวันออกของ กทม.ต่อรัฐบาลด้วยการทำการขุดเจาะตัดถนนจำนวน 5 เส้นทาง ประกอบด้วย ถ.ประชาร่วมใจ ถ.ราษฎร์อุทิศ ถ.สุวินทวงศ์ ถ.ร่วมพัฒนา และ ถ.นิมิตรใหม่ โดยระบุว่า ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องและจะไม่สามารถระบายน้ำได้จริง
อีกทั้ง การเจาะถนนตรงพื้นที่คลอง 13-14 ไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าท่วมมาจากคลองเปรมประชากร และคลองรังสิตอย่างเดียว ไม่ได้มาจากที่อื่น
“ขณะนี้ระดับในคลองเปรมสูงกว่าคลองรังสิตถึง 4.60 เมตร จึงทำให้มีน้ำเอ่อล้นลงที่คลองรังสิต และไหลเข้าดอนเมือง สายไหม อย่างต่อเนื่อง หากมีการขุดเจาะถนน ผมเป็นห่วงว่า เจาะไปแล้วน้ำจะไหลไปได้ไม่เท่าไหร่ ซึ่งไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จะทำให้ถนนเสียหายและน้ำยังไปทลายคันดินบริเวณคลอง 13 และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตอีกด้วย” ดร.เสรี กล่าว
ดร.เสรี กล่าวต่อว่า ตนได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การรื้อคันดินที่กั้นน้ำตรงคลอง 9-13 เพื่อให้น้ำไหลเร็วขึ้น และติดตั้งเครื่องสูบน้ำประมาณ 10 เครื่องบริเวณคลองรังสิต และคลองหกวาสายล่าง พร้อมทั้งสูบน้ำปล่อยลงไปที่คลอง 13 ซึ่งจะช่วยทำให้น้ำไหลระบายลงสู่อ่าวไทยได้เร็วขึ้น
ส่วนสาเหตุที่ทำให้การระบายน้ำจากฝั่งทางด้านตะวันออกล่าช้านั้น เกิดจากระดับพื้นที่ดินในเขตจ.นครนายกสูงกว่ารังสิต ดังนั้นหากมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำดันกลับไปก็จะทำให้สามารถระบายน้ำทางฝั่งตะวันออกได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่สำรวจเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งอยู่บริเวณเขื่อนคลองด่านพบว่า เครื่องทำงานได้ดีและสามารถสูบน้ำลงอ่าวไทยได้ในระดับที่น่าพอใจ
ทหารช่างพร้อมขนยุทโธปกรณ์เจาะ 5 ถนนเสนออีก 4 สายเร่งระบาย
พล.ท.นิพนธ์ ปานมงคล เจ้ากรมการทหารช่าง เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมที่จะมีการเจาะถนน 5 สายหลักเพื่อเป็นการระบายน้ำว่า เรื่องนี้ทางกรมการทหารช่างยังไม่ได้รับมอบหมายจาก พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้ไปดำเนินการในเรื่องนี้ แต่หากได้รับมอบหมายทางกรมการทหารช่างก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์
ขณะนี้ เป็นเพียงการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาของวิศวกรบางส่วน ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาอีกวิธีทางหนึ่ง แต่กองทัพก็พยายามหาวิธีในการแก้ไขเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะต้องการระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด แต่ไม่ทราบว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการเร่งระบายน้ำออกในพื้นที่ก็เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้ระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงจะต้องมีการพิจารณากันให้รอบคอบอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้การระบายน้ำให้ได้ผลเร็วที่สุด แต่แนวคิดดังกล่าวถือเป็นทางออกอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกยังไม่ได้การสั่งอะไรมาเป็นเพียงให้ลอกคูคลองในพื้นที่ จ.นครปฐม ก็เรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไร และน้ำก็ไหลแรงขึ้นกว่าปกติด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนน 5 สาย ที่วิศวกรภาคเอกชนเสนอให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คือ ถ.ประชาร่วมใจ ถ.ราษฏร์อุทิศ ถงสุวินทวงศ์ ถ.ร่วมพัฒนา และ ถ.นิมิตรใหม่ เพื่อให้เส้นทางน้ำไหลผ่านลงสู่ทะเลทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
ขณะที่ ในส่วนของกองทัพอาจจะมีการเสนอให้รัฐบาลเจาะถนนเพิ่มอีก 4 สาย คือ ถ.บางปู ถ.บางนา-ตราด ถ.ร่มเกล้า และ ถ.กิ่งแก้ว โดยเส้นทางทั้ง 4 สายนี้ ถือว่า เป็นเส้นทางหลักที่ใกล้กับทะเลมากที่สุด ดังนั้นรัฐบาลมีเวลาเพียงอีก 14 วัน ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะในทะเลจะหนุนสูงขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทง หากการดำเนินการช้าจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำในพื้นที่ กทม.ลงสู่ทะเลได้



