ข่าว

น้ำท่วมไทยกระทบนักท่องเที่ยวหด

น้ำท่วมไทยกระทบนักท่องเที่ยวหด

27 ต.ค. 2554

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เสี่ยงกระทบหนัก หลังนักท่องเที่ยวลดจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ และอาจยิ่งเลวร้าย ถ้าน้ำยังไม่ลด

          27 ต.ค.54  เว็บไซต์หนังสือพิมพ์สเตรท ไทม์ส ของสิงคโปร์ รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 50 ปีของไทย กำลังลุกลามเข้าสู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การพาณิชย์ และการท่องเที่ยว ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว ที่มักจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ 19 ล้านคน อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาด

          แม้ว่าสนามบินดอนเมืองจะปิดทำการแค่ชั่วคราว แต่นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีท่องเที่ยว
กล่าวว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังประเทศไทย อาจจะต่ำกว่าเป้า 5 แสน ถึง 1 ล้านคน และต้องประเมินสถานการณ์ที่ดอนเมืองอีกครั้ง นักท่องเที่ยวต่างชาติบางคน ยังต้องการเดินทางไปต่างจังหวัด บางคนสามารถบินตรงได้จากประเทศของพวกเขาเลย ซึ่งในขณะที่กรุงเทพฯ กำลังจะเผชิญวิกฤติน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดนั้น ภูเก็ต พัทยา และเกาะสมุย ที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม และเรียกนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดในแต่ละปี ไม่ได้เผชิญน้ำท่วมเหมือนจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์อย่างอยุธยา

          การท่องเที่ยว เป็นภาคส่วนสำคัญที่กระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแรงงาน 15 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และมีส่วนแบ่งในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ราว 6 เปอร์เซ็นต์

          หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาโดยสงบเรียบร้อยในปีนี้ ภาคการท่องเที่ยวของไทย ได้เริ่มตั้งต้นใหม่ หลังเผชิญความผันผวนทางการเมืองมานานถึง 6 ปี รวมทั้งการประท้วงนองเลือดที่ทำให้พื้นที่หลายส่วนของกรุงเทพฯ กลายเป็นอัมพาต นานถึง 2 เดือน เมื่อปี 2553 จนกองทัพต้องเข้าไปแทรกแซง

          พื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและย่านช็อปปิ้งในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแต่ระดับในแม่น้ำเจ้าพระยากำลังเพิ่มสูงขึ้น และน้ำในลำคลองหลายแห่งได้ทะลักล้นตลิ่ง ในหลายเขตแล้ว สนามบินดอนเมือง ที่ถูกใช้งานโดยสายการบินประหยัด เที่ยวบินในประเทศ และเครื่องบินส่วนตัว ต้องระงับการใช้งานเป็นการชั่วคราว เนื่องจากน้ำท่วมทำให้พนักงานและผู้โดยสารเข้าไปข้างในได้ยากลำบาก แต่ทางสนามบินประกาศว่าจะเปิดใช้งานได้อีกในวันที่ 1 พฤศจิกายน แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าสถานการณ์ในช่วงนั้นจะดีขึ้นหรือไม่

          สายการบินหลักอย่างสุวรรณภูมิ ยังคงเปิดใช้งานตามปกติ และได้มีการเตรียมคันกั้นน้ำที่สูงถึง 3 เมตร ไว้รอรับมวลน้ำจำนวนมหาศาล สายการบินของนานาชาติ เช่น ออล นิปปง แอร์เวย์ส หรือ ANA ของญี่ปุ่น และสายการบินแควนตัส ของออสเตรเลีย ยังคงให้บริการเที่ยวบินมายังประเทศไทย โดยลงจอดที่สุวรรณภูมิ 

          ด้านสมาคมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้แสดงความวิตกว่า น้ำท่วมจะกระทบการท่องเที่ยว เนื่องจากมียอดจองทัวร์ใหม่ ๆ น้อยลง หลังจากที่เพิ่งจะคึกคักเมื่อช่วงต้นปี แต่นับจากนี้ไป ถ้าสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ดีขึ้น ก็คาดว่ายอดจองจะลดลงอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ หลังจากมีการยกเลิกไปบ้างแล้วในบางตลาด เช่น ไต้หวัน แต่ยังดีที่อินเดีย รัสเซียและจีน ยังคงไม่ยกเลิก ส่วนยุโรปนั้นน้อยมาก ผิดจากในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง เมื่อปี 2553 ที่มีนักท่องเที่ยวมาไทย 15.8 ล้านคน ทำรายได้ถึง 585,000 ล้านบาท

          นับจากนี้ไป การตั้งเป้าให้นักท่องเที่ยวมาไทยถึง 19 ล้านคน เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อย่างดีที่สุด ก็หวังว่าจะได้ 18 ล้านคน ด้านกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมในประเทศไทย ก็กำลังเริ่มจับตาดูผลกระทบด้วยเช่นกัน และขึ้นอยู่กับว่า ความพยายามป้องกันกรุงเทพฯจากการจมน้ำ จะประสบความสำเร็จหรือไม่

          ถ้าปล่อยให้น้ำท่วมขังอยู่นานกว่าที่คาด คนที่จะมาพักผ่อนวันหยุดหรือประชุมทางธุรกิจ ก็จะต้องคิดใหม่ว่าจะมาเมืองไทยหรือไม่ เรื่องน้ำและอาหารตามโรงแรมยังไม่มีปัญหา เนื่องจากมีการเตรียมพร้อมไว้รองรับแล้วสำหรับกรณีเลวร้ายถึงเลวร้ายที่สุด โรงแรมในเครือเซ็นทรัลที่พัทยา และภูเก็ต กำลังมีลูกค้าเพิ่มเนื่องจากหลายคนเป็นพวกที่หนีน้ำท่วม

          บรรดาโรงแรมหรูตามริ่มฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งโรงแรมแมนดาริน โอเรนเต็ล ยังคงเปิดให้
บริการ และไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง เนื่องจากมีการทำคันกั้นน้ำเอาไว้แล้ว