
'ยุทธศักดิ์'เตือน28-29ต.ค.น้ำทะเลหนุนสูง
'ยุทธศักดิ์'เตือนระวัง 28-29 ต.ค.น้ำทะเลหนุนสูงชี้ชะตาท่วมกรุงเทพฯรับต้องจับตาวันต่อวัน สั่งทหารอุดช่องโหว่น้ำทะลัก 24 ชม. เชื่อระดับน้ำไม่พ้นเขื่อนท่วมศิริราช
27 ต.ค.54 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภากลาโหมถึงการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้เราใช้กำลังทหารทั้งหมด สำหรับพื้นที่ที่จะเป็นช่องโหว่ โดยมีทหารเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีการรายงานพนังกั้นน้ำแตก เพียงล้นเขื่อน เพราะจำนวนน้ำมาก อย่างไรก็ตามเรายังรักษาพนังกั้นน้ำที่หลักหกไว้ได้ ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่สุดที่น้ำจะเข้ากรุงเทพ ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านพยายามรื้อพนังกั้นน้ำทางตะวันออกของกรุงเทพศูนย์ปฏิบัติช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.)ได้ติดต่อมาทางตน เพื่อขอให้ผบ.ทบ.ส่งสารวัตรทหารไป่ช่วยตำรวจดูแลพื้นที่ เพราะตำรวจไม่สามารถห้ามประชาชนที่มารื้อพนังกั้นน้ำได้ ทางนายกฯจึงแจ้งมาที่ตน ซึ่งตนได้นำสารวัตรทหารไปเสริมกำลังตำรวจเพื่อรักษาพนังกั้นน้ำ ซึ่งในการประชุมวันนี้จะมีการวางแผนที่จะไปดูสถานที่สำคัญที่เคยวางแผนไว้แต่ยังไม่ได้ปรับแผน รวมทั้งการประสานงานกับผู้ที่รับผิดชอบในสถานที่ต่าง ๆ เหล่านั้น
ส่วนโรงพยาบาลศิริราชเราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากอธิการบดีโรงพยาบาลศิริราช โดยท่านได้ชี้แจงถึงการเตรียมการป้องกัน ซึ่งทหารก็ได้ชี้แจงในส่วนที่จะดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนโทรศัพท์เพื่อง่ายต่อการประสานงานได้ทันที 24 ชั่วโมง หากต้องใช้กำลังทหารไปเสริมตรงจุดไหน ซึ่งถือเป็นการปรับแผนและประสานงาน ซึ่งวันนี้จะทำให้เสร็จตามภารกิจที่กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบ ส่วนเรื่องแนวพนังกั้นน้ำโรงพยาบาลศิริราชที่มีอยู่ วานนี้เวลา 15.00 น.น้ำยังไม่ถึงพนังกั้นน้ำ โดยกองทัพเรือสามารถเสริมแนวกระสอบทราย ซึ่งในโรงพยาบาลศิริราชเราแบ่งพื้นที่เป็นโซน ๆ โดยให้กองทัพบก กองทัพเรือ และกทม.แบ่งกันรับผิดชอบ ซึ่งดูแล้วระดับน้ำยังไม่สูงที่จะพ้นคันเขื่อน แต่ในส่วนพระบรมมหาราชวังนั้น เมื่อเวลา 16.00 น.วานนี้ น้ำขึ้นและท่วมแค่ข้อเท้า จากนั้น19.00 น.น้ำก็ลด หากเป็นอย่างนี้ เราจะสามารถรักษาพระบรมมหาราชวังได้
ทั้งนี้ ส่วนจะย้ายศปภ.มาอยู่ที่สโมสรทหารบกหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกฯว่าจะพิจารณาย้ายหรือไม่ และหากย้ายจะย้ายไปที่ไหน สำหรับสโมสรทหารบก เป็นศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพบก ถ้าจะย้ายมาใช้ที่เดียวกัน คงไม่มีอะไรขัดข้อง แต่ข่าวว่าจะย้ายไปอยู่ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่า จะพิจารณาเลือกตรงไหน ส่วนจะมีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับรัฐบาลพิจารณา เรามีหน้าที่แค่ปฏิบัติตามคำสั่ง”รมว.กลาโหม กล่าว
เมื่อถามถึงสิ่งของบริจาคยังแจกให้กับประชาชนไม่ทั่วถึงจะให้ทหารเป็นผู้นำไปแจกจ่ายหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า การจะให้กองทัพเข้าไปดำเนินการต้องไปรับคำสั่งจากศปภ.แต่ขณะนี้ศปภ.ยังไม่ได้สั่งการมายังกระทรวงกลาโหม แต่หากจะให้เราทำ เราก็พร้อมสนับสนุนรัฐบาล และจะทำให้ดีที่สุด ทำให้เป็นระบบ ส่วนพนังกั้นน้ำที่คลองทวีวัฒนาชำรุดนั้น กองทัพเรือได้ส่งคนไปดูแล ซึ่งเราเอาใจใส่มากตรงจุดนี้เพราะเป็นคันกั้นน้ำสุดท้ายที่มีความสำคัญต่อพื้นที่ตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ที่เราห่วงมาก ส่วนพนังกั้นน้ำคลองมหาสวัสดิ์ก็เริ่มพังแล้ว ต่อไปจะเริ่มเข้าสู่คลองทวีวัฒนา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง และจากการที่ตนได้ลงพื้นที่กับผบ.ทบ.เมื่อ 2 วันก่อนเห็นน้ำจำนวนมากกำลังจะล้นคลองมหาสวัสดิ์ เรากลุ้มใจมาก เพราะหลังจากนั้นน้ำจะเข้าไปสู่ทางรถไฟ เมื่อมีแรงดันน้ำมาก น้ำจะเข้าไปสู่คลองทวีวัฒนา ขณะนี้ได้ให้กองทัพเรือเข้าไปดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ และเตรียมการอพยพคนไว้แล้ว สถานการณ์ขณะนี้ต้องดูวันต่อวัน ส่วนที่ประชาชนไม่อยากย้ายสถานที่อพยพพักพิงบ่อย ๆ นั้น หากประชาชนต้องการอะไร เราจะทำให้ดีที่สุด เราจะไม่หนีประชาชน จะอยู่ตรงนี้ กองทัพจะทำงานให้กับประชาชนเต็มที่ทกเรื่อง
อย่างไรก็ตาม ส่วนประเมินว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯทุกพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ต้องดูวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ โดยเฉพาะวันที่ 28 ต.ค.ที่น้ำทะเลหนุนสูงสุด และถ้าน้ำขึ้นสูงสุดอย่างที่กรมอุทกศาสตร์บอกคือ สูงเกินกว่าพนังกั้นน้ำในกรุงเทพฯซึ่งมีความสูง 2.50 เมตร ถ้าน้ำขึ้นมาประมาณ 2.60 เมตรในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ เราก็ต้องเตรียมเรื่องอพยพไว้ด้วย ซึ่งต้องดูจำนวนน้ำว่าเป็นไปตามที่กรมอุทกศาสตร์บอกหรือไม่



