เทศเตือนงดมาไทยมะกันยันลงทุนต่อ
ชมรมผู้ผลิตน้ำดื่มไทยโวยรัฐบาลแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุดเผยผู้ผลิตอยู่ ในต่างจังหวัดกว่า 7 พันรายมีศักยภาพสามารถผลิตน้ำดื่มได้ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ผบ.ทบ.สั่งชุดประปาสนามผลิตแจกจ่ายพื้นที่ขาดแคลน
ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเครื่องอุปโภค-บริโภค เนื่องจากโรงงานต้องปิดตัวลง การคมนาคมถูกตัดขาด ส่งผลให้คนแห่กักตุน จนรัฐบาลต้องไฟเขียวนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะน้ำดื่มท่ามกลางความแคลงใจจากหลายฝ่าย
นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ รองประธานชมรมผู้ผลิตน้ำดื่มแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายนำเข้าน้ำดื่มจากต่างประเทศของรัฐบาลนั้น เป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มในขณะนี้ที่ไม่ถูกจุด ทั้งที่ผู้ผลิตน้ำดื่มในประเทศที่อยู่ต่างจังหวัดจำนวนกว่า 7 พันราย ยังมีศักยภาพมีความสามารถและผลิตน้ำดื่มได้ตามปกติ ทำไมไม่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการต่างจังหวัดได้จัดการแก้ไขในจุดนี้บ้าง
"ที่บอกว่าขาดตลาดหรือไม่มีวางขายในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อของบริษัทจากส่วนกลาง ซึ่งมีผลกระทบจากน้ำท่วมไม่สามารถผลิตได้คิดเป็น 30% ของการผลิตทั่วประเทศ ซึ่งห้างส่วนใหญ่เป็นคู่ค้ากับผู้ประกอบการส่วนกลาง เมื่อสินค้าจากส่วนกลางขาดก็ไม่มีการติดต่อกับผู้ประกอบการท้องถิ่นชดเชยได้ ขณะเดียวกันคนต่างจังหวัดยังคงมีน้ำดื่มบริโภคได้ไม่เดือดร้อนด้วย" นายวิฑูรย์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าขณะนี้โรงงานผลิตน้ำดื่มในต่างจังหวัดมีการผลิตน้ำดื่มป้อนตลาดในอัตราที่เพิ่มขึ้น หลายโรงงานมีออเดอร์เพิ่มขึ้นจากปกติบ้าง ยังไม่พบว่ามีการขาดแคลนขวดบรรจุ เนื่องจากบางส่วนมีการสั่งขวดจากโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงเช่นจ.ชัยภูมิ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ให้ความเห็นว่าต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะถ้าหากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้หลายๆ จุด อาจจะทำให้เกิดภาวะขาดวัตถุดิบเม็ดพลาสติกจนทำให้ขวดบรรจุน้ำดื่มขาดตลาดได้ในอนาคตอันใกล้นี้
ผบ.ทบ.จัดชุดประปาสนามช่วย
พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้จัดชุดประปาสนามเคลื่อนที่ แจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำกิน ภายหลังเกิดปัญหาอุทกภัยหนักในหลายพื้นที่จนกระทั่งขาดแคลนน้ำกิน โดยเบื้องต้นได้จัดชุดประปาสนามเคลื่อนที่ไว้ 2 จุด คือ ที่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 1 ชุด และ อ.บางปะหัน จำนวน 2 ชุด โดยสามารถผลิตน้ำประปาได้ชั่วโมงละ 6,000 ลิตร โดยจะผลิตวันละ 8 ชั่วโมง โดยจะแจกจ่ายอยู่กับสถานที่ตั้ง และแจกจ่ายเคลื่อนย้ายโดยนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่ไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ และกองทัพภาค 2, 3, 4, เร่งผลิตน้ำดื่ม สนับสนุนส่วนกลางด้วย
นายกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่า การสนับสนุนของรัฐบาลจีนที่ได้จัดส่งเครื่องผลิตน้ำดื่มจำนวน 120 เครื่อง จะช่วยลดผลกระทบความต้องการน้ำบรรจุขวดลงได้ โดยแต่ละเครื่องมีกำลังการผลิตน้ำดื่ม 500 ลิตรต่อชั่วโมง ซึ่งรัฐจะติดตั้งที่ดอนเมืองก่อน จากนั้นก็จะเร่งกระจายไปยังศูนย์พักพิง และโรงพยาบาลต่างๆ สามารถให้บริการน้ำดื่มแก่ประชาชนได้จำนวนมากกว่า 1 ล้านคน
"ขณะนี้ผู้ผลิตเครื่องดื่มต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือเปลี่ยนสายการผลิตเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ มาผลิตน้ำดื่มบริสุทธิ์ออกจำหน่าย สำหรับประชาชนที่อยู่ในเขตชุมชนก็ขอให้ไปใช้บริการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ซึ่งมีอยู่ในทุกชุมชน มั่นใจได้ในแง่คุณภาพน้ำดื่ม เนื่องจากเครื่องกรองน้ำในตู้หยอดเหรียญดังกล่าวผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐเรียบร้อยแล้ว" นายกิตติรัตน์ ระบุ
ล้มแผนกู้คลังสินค้าวังน้อย
รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการทำงานของศูนย์กระจายสินค้าพิเศษที่ดอนเมือง ซึ่งมีปัญหาเรื่องการจราจร อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับตำรวจในการแก้ปัญหา ซึ่งมีอยู่ 2 แนวทางได้แก่ การหาพื้นที่จอดใหม่ให้แก่รถยนต์ส่วนตัวที่ไปใช้ที่จอดบนถนน และกำลังพิจารณาจัดเลนให้วิ่งสวนทางบนถนนวิภาวดี ขณะเดียวกัน ก็จะเจรจากับทางด่วนโทลล์เวย์เพื่องดเว้นเก็บค่าบริการให้แก่รถที่วิ่งเข้า-ออกรับส่งสินค้าไปกระจายยังพื้นที่ขาดแคลน เพราะต้องใช้โทลล์เวย์เป็นเส้นทางหลัก
ส่วนความพยายามในการกู้คลังสินค้าที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยานั้น นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า กองทัพได้เข้ามาช่วยอย่างเต็มที่ เพราะมีตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าสำหรับใช้อุปโภคบริโภคได้นานถึง 1 เดือน มูลค่ากว่า 600 ล้านบาทติดอยู่ด้านใน ล่าสุดต้องยุติการกู้คลังสินค้าดังกล่าว เนื่องจากหลังระดับน้ำยังคงท่วมสูงถึงกว่า 1.8 เมตร มองไม่เห็นถนน รถวิ่งเข้าไประยะทางเพียง 2-3 กิโลเมตร ใช้เวลานานถึง 6 ชั่วโมง ไม่คุ้มค่าที่จะดำเนินการ
ก.อุตฯเตรียมแผนฟื้นฟูประเทศ
นพ.วรรณรัตน์ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้เตรียมแผนที่จะฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนในเชิงรุกอย่างจริงจัง หลังจากที่ไทยประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะโรงงานต่างๆ ที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรม 7 แห่งได้รับความเสียหาย เบื้องต้นจะเร่งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ผ่านสื่อชั้นนำของโลก รวมถึงการจัดคณะผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลเดินทางไปชี้แจงสถานการณ์และมาตรการเยียวยาของรัฐต่อนักลงทุน เป็นต้น
นายธนิตโสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากพิจารณาในรายละเอียดของมาตรการเยียวยารัฐบาลวงเงินสินเชื่อ 3.25 แสนล้านบาทพบว่ายังไม่เป็นมาตรการที่ดีพอ เพราะว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณช่วยเหลือไม่มาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อที่สถาบันการเงินต้องรับความเสี่ยงเอง โดยรัฐบาลช่วยเหลือชดเชยอัตราดอกเบี้ยส่วนต่างระดับหนึ่งและให้บรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีสูงสุดไม่เกิน 30% ซึ่งอาจทำให้การปล่อยสินเชื่อเป็นไปด้วยความล่าช้าและสถาบันการเงินคงต้องเอาหลักทรัพย์ในการค้ำประกันแน่นอน
ไม่ห่วงบริษัทข้ามชาติเพราะบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศโดยเฉพาะในญี่ปุ่นมีหลักทรัพย์ในการค้ำประกันให้อยู่แล้ว แต่จะเป็นห่วงในส่วนของธุรกิจเอสเอ็มอีเพราะทุกอย่างจมอยู่ใต้น้ำหมดแล้ว ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนโดยนำเงินมาสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐบาลมารวมตรงนี้เพื่อปล่อยกู้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีจะคล่องตัวกว่า ซึ่งหากรอพิจารณาจากธนาคารพาณิชย์ต้องใช้ใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบเนื่องจากเขาก็กลัวความเสี่ยงเหมือนกัน นพ.วรรณรัตน์กล่าว
เอกชนจี้รัฐเร่งดำเนินการข้อ
นายธีระชัยภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับภาคเอกชนได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการใน 5 ข้อ ได้แก่ 1.หาแนวทางให้ฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมที่จมน้ำให้เร็วที่สุด โดยในเบื้องต้นอยากได้นักประดาน้ำเข้าไปงมเครื่องจักรขึ้นมาซ่อมแซม เพื่อลดความเสียหายจากการที่เครื่องจักรแช่น้ำนานเกินไป 2.ออกมาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีก โดยการออกแผนแม่บทระยะยาวป้องกันน้ำท่วมนิคมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมซ้ำอีก
3.การอำนวยความสะดวกให้ช่างเทคนิค และบุคลากรชาวต่างชาติเข้ามาซ่อมแซมเครื่องจักร ฟื้นฟูโรงงาน และการรับรองมาตรฐานการผลิต โดยการออกใบอนุญาตการทำงานให้รวดเร็ว 4.การเร่งให้กระบวนการทางการเงินให้รวดเร็ว เช่น การเคลมค่าสินไหมชดเชยให้รวดเร็ว วงเงินที่รัฐบาลได้อนุมัติออกมาแล้วก็ขอให้ออกมาอย่างคล่องตัว และ.กรณีเงินกู้จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) จำนวน 5 หมื่นล้านบาท ก็ได้ขอให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาที่จะให้ ธปท. เป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายส่วนต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินเยนเป็นบาท ที่ประมาณ 2.6-2.7% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการแบกภาระลดลง
4นิคมยื่นแผนฟื้นฟูให้รัฐแล้ว
นางอัญชลีชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่ 4 นิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ บางปะอิน, ไฮเทค, โรจนะ และบางกะดี ได้เสนอแผนฟื้นฟูนิคมเข้ามาแล้ว โดยจะเริ่มดำเนินงานทันทีหลังน้ำลดลงจากระดับสันเขื่อน ซึ่งในนิคมขนาดไม่เกิน 2 พันไร่ จะใช้เวลาสูบน้ำประมาณ 10 วัน ใช้เวลาในการซ่อมแซมระบบน้ำประปา ระบบน้ำเสีย ระบบไฟฟ้าไม่เกิน 30 วัน คาดว่าหลังน้ำลดลงจากระดับสันเขื่อนภายใน 45 วันนิคมต่างๆ จะกลับมาดำเนินงานได้
"ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูนิคมประมาณคร่าวๆ ถ้านิคมขนาด 2 พันไร่ จะใช้เงินฟื้นฟูประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนการก่อสร้างเขื่อนและระบบป้องกันน้ำท่วมขึ้นมาใหม่นั้นจะต้องพิจารณารายละเอียดของแต่ละนิคมอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการนิคมของงบฟื้นฟูและก่อสร้างเพื่อป้องกันน้ำท่วมประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลอนุมัติงบให้ 1.5 หมื่นล้านบาท ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมต้องใช้เวลายาวนาน สามารถที่จะหาเงินจากส่วนอื่นเข้ามาช่วยได้" นายกสมาคมนิคมระบุ
นายขจรศักดิ์มหคุณวรรณ ที่ปรึกษาสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากน้ำลดลงต่ำกว่าระดับสันเขื่อน 20-30% ก็จะเร่งสูบน้ำออกจากนิคมทันที คาดว่าจะใช้เวลา 15-20 วัน จากนั้นจะซ่อมแซมระบบประปามาใช้น้ำบาดาล และใช้เวลาในการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าอีก 3 สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้ได้ว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่นิคม 1.4 หมื่นไร่ไว้แล้ว
พบก๊าซมีเทนจากถั่วเหลืองแพร่
นายอาทิตย์วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยก๊าซ ไฟฟ้าและวิศวกรรมเคมีไปตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำมันพืชที่อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นก๊าซมีเทนจากกองถั่วเหลืองที่ถูกน้ำแล้วเกิดการหักจนเป็นก๊าซมีเทน ซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่ถ้าสูดดมมากอาจทำให้ระบบหายใจขัดข้องแต่ไม่มาก โดยทำให้มีผู้สูดดมเข้าไป 4 คน แต่อาการไม่รุนแรงและเมื่อพักฟื้นให้ออกซิเจนก็ปลอดภัย
นายธนวรรธน์พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ทางศูนย์ยังประเมินตัวเลขความเสียหายด้านเศรษฐกิจหากน้ำท่วมในเขตกทม.ชั้นนอกและชั้นในไว้ที่ 4.4 แสนล้านบาท โดยเป็นความเสียหายในภาคอุตสาหกรรมมูลค่า 2.3 แสนล้านบาท จากภาคท่องเที่ยว มูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท ภาคการค้า 4.4 หมื่นล้านบาท ภาคการเกษตร 7.4 หมื่นล้านบาท ความเสียหายของทรัพย์สินประชาชน 5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการประเมินภายใต้สมมติฐานที่น้ำท่วมในกทม. ไม่เกิน 50 ซม. และสถานการณ์คลี่คลายได้ภายในเดือนพฤศจิกายน
ระดับน้ำสูงปิดเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
นายณัฐกิตติ์ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า บริษัทได้ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ แบบวันต่อวัน และเตรียมพร้อมในการวางแนวกั้นน้ำอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่เป็นห่วงในขณะนี้กลัวว่ากระแสน้ำจะไหลเข้าสู่ชั้นใต้ดินของตัวอาคาร ขณะที่ตัวอาคารได้ก่อสร้างสูงกว่าพื้นถนนอยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้ เซ็นทรัลได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยการมอบพื้นที่จอดรถกระจายตามสาขาต่างๆ รวมกว่า 1 หมื่นคัน
สำหรับเซ็นทรัลที่มีสาขาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงขณะนี้มีอยู่ 4 สาขา จากทั้งหมด 10 สาขา คือ ปิ่นเกล้า รัตนาธิเบศร์ แจ้งวัฒนะ และรามอินทรา โดยล่าสุดวานนี้ (26 ต.ค.) ได้ปิดให้บริการที่สาขาปิ่นเกล้า เป็นเวลา 1 วัน เนื่องจากระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นและครอบคลุมบริเวณรอบศูนย์การค้า พร้อมกันนี้ยังได้เลื่อนเวลาปิดสาขาในพื้นที่เสี่ยงให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง เป็น 20.00 น. จากที่เคยปิดเวลา 21.00 น ในวันจันทร์-ศุกร์ และ 22.00 น. ในวันเสาร์และอาทิตย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานในสาขาต่างๆ ตามสภาพความเป็นจริง
มะกันไม่หวั่นยันลงทุนในไทยต่อ
ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมืองเช้าวันที่ 26 ตุลาคม นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนักธุรกิจชาวสหรัฐ ที่ลงทุนในประเทศไทยจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาเข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์และให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทยต่อไป
นางคริสตีเคนนีย์ กล่าวว่า ตนมีความรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างมาก ซึ่งหลังจากน้ำลด รัฐบาลสหรัฐยืนยันว่าจะมาลงทุนในประเทศไทยต่อไป และพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศไทย ซึ่งจะจัดหาเรือ เสื้อชูชีพ และเครื่องกรองน้ำมาช่วยเหลือ นอกจากนี้ ตนจะเดินทางไปที่สภากาชาดไทยในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
เกาหลีบริจาคบะหมี่ซองตัน
ขณะเดียวกันองค์กรภาคธุริจจากต่างชาติหลายองค์กร ได้ส่งตัวแทนเพื่อมอบเงินและสิ่งของบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาทิ เอกอัครราชทูตเกาหลี มอบน้ำดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 9 ตัน อุปทูตอินเดียมอบเงิน 6 ล้านบาท ซีอีโอบริษัท นิคอน มอบเงิน 30 ล้านเยน หรือ 12 ล้านบาท สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย 2 แสนบาท ผู้แทนหอการรค้าไทย-อินเดีย 1 ล้านบาท ผู้แทนสมาคมยูนานแห่งประเทศไทย 288,000 บาท ปตท.มอบอาหาร 1 แสนกระป๋อง อธิบดีกรมที่ดิน มอบน้ำหมักชีวภาพ 1 ล้านลิตร นอกจากนี้ พีท ทองเจือและครอบครัว นำเงินจากการจัดงานคลิปเปิดหมวกช่วยน้ำท่วม 9 แสนบาท และมูลนิธิไทยคม โดยพานทองแท้ พินทองทา แพทองธาร ชินวัตร มอบสุขาลอยน้ำเคลื่อนที่ 20 ห้อง และสุขากระดาษ 1,000 ชุด
ต่างชาติเตือนให้งดมาไทย
สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฮ่องกงประกาศปรับระดับคำเตือนมาท่องเที่ยวในไทยหลังน้ำท่วมหนักรวมทั้งสั่งให้ยกเลิกแพ็กเกจทัวร์มายังกรุงเทพฯ โดยมีผลบังคับใช้นานหนึ่งสัปดาห์จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน หลังสถานการณ์น้ำท่วมทวีความวิกฤติมากขึ้นจนต้องมีการประกาศวันหยุดพิเศษเพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือ การสั่งยกเลิกแพ็กเกจทัวร์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวราว 1,500 คนของคณะทัวร์ 52 คณะ
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังไทยเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเช่นกัน และแนะนำให้พลเมืองที่อยู่ในไทยปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการไทยในการรับมือกับน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้สถานทูตกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อติดตามและตรวจสอบความปลอดภัยของประชาชน



